โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ : เตือนภัย ลำไส้โป่งพอง จากยาปฏิชีวนะ จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 09.14 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

15 กันยายน 2566 – ตามที่มีการแชร์ภาพและข้อความเตือนว่า อย่ากินยาโดยไม่จำเป็น ผู้ป่วยรายหนึ่งได้รับยาปฏิชีวนะ หลังกินยา 1 สัปดาห์ ท้องเสีย ปวดท้อง ภาพทางซ้ายคือ เอกซเรย์ผู้ป่วย ลำไส้ใหญ่อักเสบ ขยายจนเต็มท้องนั้น

บทสรุป : จริง แชร์ได้

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบกับ ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์พิเศษ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ประธานคณะทำงานสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (สยส.) อธิบายว่า

ลำไส้โป่งพองตามภาพเอกซเรย์ที่แชร์มานั้น ในกรณีนี้เรียกว่าเป็นลำไส้ใหญ่อักเสบ ซึ่งก็จะมีอาการต่าง ๆ อีก ได้แก่ ท้องร่วงรุนแรง ปวดท้อง แน่นท้อง มีไข้ ต่อมาก็จะมีเชื้อเข้าไปในกระแสเลือด แล้วก็อาจจะเสียชีวิตได้

ชื่อโรคนี้เรียกว่า Antibiotic associated colitis (AAC) ก็คือ ท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ C.diff

Clostridium Difficile Diarrhea (C.diff) เป็นแบคทีเรียที่สร้างสารพิษอยู่ในอุจจาระในลำไส้ใหญ่ เมื่อกินยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์แบบกว้างเข้าไปก็จะไปทำลายแบคทีเรียประจำถิ่น (Normal Flora) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่คอยควบคุมไม่ให้มีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดอื่น ๆ มากผิดปกติ เมื่อร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะ เชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นเหล่านี้ตายไป จึงเกิดการสูญเสียสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้

ในปัจจุบัน ยาปฏิชีวนะมีอยู่มากมายหลายชนิดและมีขอบเขตในการออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียที่แตกต่างกัน บางชนิดออกฤทธิ์แคบเจาะจงกับแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้น แต่บางชนิดจะออกฤทธิ์กว้าง ทำลายแบคทีเรียหลายชนิดที่สัมผัสโดน ฤทธิ์ยาจะไปกำจัดแบคทีเรียประจำถิ่น ทำให้ระบบนิเวศในลำไส้ใหญ่เสีย แพทย์ควรใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ

แนวทางการรักษา

  • กรณีคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรค AAC แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะที่เจาะจงกับ C.diff เท่านั้น
  • อีกหนึ่งวิธีการรักษาในต่างประเทศ เรียกว่า Fecle Transplant เป็นการนำอุจจาระของคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมีเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีไปใส่ในลำไส้ของผู้ติดเชื้อในลำไส้ วิธีการคือจะใช้อุจจาระฉีดเข้าไปทางทวารหนัก อีกวิธีหนึ่งก็คือ การสกัดเอาลงเม็ดยาให้กินเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้แบคทีเรียไปเจริญเติบโต สร้างสภาวะสมดุลกลับคืนมา

อย่างไรก็ตามแพทย์ย้ำว่า เมื่อเจ็บป่วยในครั้งถัดไป ให้ตั้งคำถามก่อนว่ามีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ จริงหรือไม่ ? เราติดเชื้อจากแบคทีเรีย จริงหรือ ? เพราะโรคส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่สมเหตุผลหรือเกินจำเป็น จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย แค่กินเม็ดเดียวก็มีปัญหาแล้ว จึงควรใช้ยาด้วยความตระหนัก

สัมภาษณ์เมื่อ : 5 กันยายน 2566
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
เรียบเรียงโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...