โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก TaB โค้กเฮลตี้รุ่นแรกที่แฟน ๆ ประท้วงข้ามปีเมื่อประกาศเลิกผลิต

Thaiware

อัพเดต 19 ก.พ. 2565 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 10.00 น. • l3uch
รู้จัก TaB เครื่องดื่มโคล่าทางเลือกสำหรับสายเฮลตี้รุ่นแรกจากโค้ก ก่อนจะเป็น Coke Light / Diet ที่แฟน ๆ ตัวยงประท้วงข้ามปีเมื่อถูกประกาศยกเลิกผลิต

รู้จัก TaB โค้กเฮลตี้รุ่นแรกที่แฟน ๆ ประท้วงข้ามปีเมื่อเลิกผลิต

ถ้าพูดถึงน้ำอัดลมแล้วละก็ เชื่อว่าชื่อของแบรนด์ดังอย่าง “โค้ก” หรือ Coca-Cola ก็น่าจะเป็นชื่อลำดับแรก ๆ ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงกันอย่างแน่นอน แต่พอพูดถึงชื่อของ Coke TaB แล้วละก็ คนไทยหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จักและสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ ? เป็นโค้กรสใหม่รึเปล่า ? แล้วทำไมถึงเกิดกระแสเรียกร้องให้ทางบริษัทกลับมาผลิตใหม่กันนะ ?

รู้จัก TaB โค้กเฮลตี้รุ่นแรกที่แฟน ๆ ประท้วงข้ามปีเมื่อเลิกผลิต


ภาพจาก : https://www.ingredientsnetwork.com/cocacola-to-discontinue-production-of-tab-soda-news085577.html

เนื้อหาภายในบทความ

  • Coke TaB เครื่องดื่มทางเลือกรุ่นบุกเบิก
  • จุดจบของ Coke TaB
  • Coke TaB กระทบต่อสภาพการเงินของบริษัทและสุขภาพผู้บริโภค

Coke TaB เครื่องดื่มทางเลือกรุ่นบุกเบิก

ความจริงแล้ว Coke TaB ดที่ว่านี้เป็นโค้กทางเลือกเพื่อสุขภาพ “รุ่นแรก” ของทางบริษัท Coca-Cola ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2506) โดยแรกเริ่มทางบริษัทได้ผลิต โค้กรสชาติแบบนี้ ออกมาเพื่อ “ดึงตลาดลูกค้าผู้รักสุขภาพ” เป็นหลัก เนื่องจากผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทอย่างโค้กรสดั้งเดิม (Original Coke) นั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ดังนั้นจึงได้ออกผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่อย่าง “Coke TaB” ที่มีน้ำตาลน้อยกว่าโค้กสูตรธรรมดามาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับความอร่อยของโค้กได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ

ซึ่งหลังจากที่ Coke TaB ได้ออกวางจำหน่ายในตลาดมันก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มลูกค้าผู้หญิงและเป็นตัวช่วยสร้างกำไรให้บริษัทในช่วงยุค ‘70s - ’80s ได้ไม่น้อย แต่ทาง Coca-Cola ก็ไม่ได้หยุดแค่การพัฒนา “Coke TaB” เพียงเท่านั้น เพราะในเวลาถัดมาทางบริษัทก็ได้เปิดตัว “โค้กทางเลือกเพื่อสุขภาพ” แบบใหม่ ๆ ออกมาให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองกัน ทั้ง Diet Coke (หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ Coke Light) ที่วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) และ Coke Zero ที่วางขายราวช่วงปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548)

Diet Coke (Coke Light), Coke Zero

ภาพจาก : https://pulptastic.com/coke-zero-vs-diet-coke/

จุดจบของ Coke TaB

เมื่อผู้บริโภคมี “ทางเลือก” ที่มากขึ้นก็ทำให้ยอดขายของ Coke TaB นั้นถูกเฉลี่ยไปให้โค้กรุ่นน้องอย่าง Coke Light และ Coke Zero จนในที่สุดทางบริษัท Coca-Cola ก็ตัดสินใจออกมาประกาศยุติการผลิตโค้กเพื่อสุขภาพสูตรเก่าแก่นี้ลงในช่วงปลายปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) เพราะมัน “ไม่ทำกำไร” ให้กับบริษัทเท่าที่ควร

แต่สิ่งที่ทำให้กระแสของ “Coke TaB” กลับมาโด่งดังและเป็นที่พูดถึงกันอีกครั้งก็เป็นเพราะชาว “Tabaholic” (กลุ่มคนที่ชื่นชอบ Coke Tab) ได้ออกมาตั้งจัดองค์กรและเว็บไซต์ “Save Tab Soda” เพื่อเรียกร้องให้ทางบริษัทนำเอา Coke TaB ที่พวกเขาชื่นชอบกลับมาจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง โดยผู้นำขององค์กรนี้อย่าง Adam Burbach ก็ได้ออกมาเผยว่า

เรากำลังวางแผนกลยุทธ์ให้ทางบริษัท Coca-Cola เปลี่ยนใจนำเอา Coke TaB มาขายอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้มีทุนสำหรับการเช่าป้าย Billboard จากการลงขันร่วมกันกว่า 4,000 ดอลลาร์ (ราว 130,000 บาท) แล้ว และเรายังได้ติดต่อกับบริษัทโฆษณาอีกหลายเจ้าเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วด้วย

Bilboard ทวงคืน Coke TaB


ถ้าชาว Tabaholic ระดมเงินกันได้มากเพียงพอก็ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นป้าย Bilboard ทวงคืน Coke TaB กันก็เป็นได้
ภาพจาก : https://www.adweek.com/brand-marketing/save-tab-soda-business-case-bringing-it-back-coke/

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเฉพาะแค่เสียงของสาวกชาว Coke TaB เท่านั้นที่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจยกเลิกการผลิต Coke TaB ของบริษัท Coca-Cola ลง เพราะผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็ออกมากล่าวว่าพวกเขารู้สึกโล่งใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของบริษัท เพราะ Coke TaB นั้นถือเป็น “ความทรงจำอันเลวร้าย” ของพวกเขาในวัยเด็กเลยก็ว่าได้

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Coke TaB ถึงช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะวันนั้นที่ฉันตั้งใจจะงดของหวานหลังอาหาร ฉันดื่ม Coke TaB เข้าไปและรู้สึกว่าพอกันที มันหวาน หวานมาก ๆ และ Aftertaste ของมันก็อย่างกับน้ำยาขัดเงา ฉันรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเลยหลังดื่มมันหมด ยิ่งดื่มไปพร้อม ๆ กับเชอร์รีเชื่อมมันก็ยิ่งเบนความสนใจของฉันไปจากของหวานแสนอร่อยได้อยู่หมัด

และนอกเหนือไปจาก Coke TaB แล้ว ทางบริษัท Coca-Cola ก็ยังได้ประกาศยกเลิกการผลิตเครื่องดื่มตัวอื่น ๆ อย่าง Diet Coke Feisty Cherry, Diet Coke Lime, Coca-Cola Life, Coca-Cola BlaK, Coca-Cola C2, New Coke, OK Soda, Odwalla, Zico และเครื่องดื่มอื่น ๆ อีกราว 200 รายชื่อ (หลาย ๆ อันก็ไม่รู้จักและไม่คุ้นเลย น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่มีขายแค่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น)

ดังนั้นแล้วข้อเรียกร้องของชาว Tabaholic ที่เป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ เพียง “ส่วนหนึ่ง” ในรายชื่อเครื่องดื่มที่บริษัทประกาศยกเลิกการวางจำหน่ายก็น่าจะถูกปัดตกไปโดยปริยาย และทำให้มันกลายเป็นอีกเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่ใกล้จะ “ถูกลืม” กันไปในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

 

Diet Coke Feisty Cherry
Coca-Cola Life
Coca-Cola BlaK
Coca-Cola C2
New Coke
OK Soda
Odwalla
Zico

ภาพจาก : shorturl.at/dDIRU,shorturl.at/crEPY, shorturl.at/elsJ1, shorturl.at/crKPV, shorturl.at/wzHJL, shorturl.at/chBM7, shorturl.at/cyKMZ และ shorturl.at/wFK59

Coke TaB กระทบต่อสภาพการเงินของบริษัทและสุขภาพผู้บริโภค

อีกประเด็นหนึ่งที่ทางบริษัท Coca-Cola ตัดสินใจยุติการผลิต Coke TaB และ (คาดว่าน่าจะ) เมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของชาว Tabaholic ต่อไปนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เหตุผลด้านการตลาดที่มันไม่ได้ทำกำไรให้กับบริษัทให้งอกเงยขึ้นเหมือนกับโค้กทางเลือกรุ่นใหม่ ๆ อย่าง Coke Zero และ Coke Light เท่านั้น แต่ยังมีงานวิจัยพบว่าสารให้ความหวานแทนน้ำตาลของ Coke TaB อย่าง “Saccharin” นั้นยังเป็น “สารก่อมะเร็งในหนู” ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์เมื่อบริโภคเข้าไปเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีการศึกษาวิจัยออกมาว่าเครื่องดื่มประเภท Diet Soda (ทุกยี่ห้อ) นั้นมีส่วนในการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเบาหวานรูปแบบที่ 2 (Diabete Type 2) และหลายคนน่าจะทราบกันดีว่าการดื่มน้ำอัดลม (ทุกชนิด) เป็นจำนวนมากนั้นไม่  “ส่งผลดี” ต่อร่างกาย แต่ตราบใดที่ผู้บริโภคยังคงชื่นชอบและทางบริษัทยังคงทำกำไรได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มเหล่านี้ เราก็น่าจะเห็นมันอยู่บนชั้นต่อไปอย่างแน่นอน (ทางที่ดีแนะนำให้บริโภคแต่น้อย และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเหมือนที่ระบุเอาไว้ข้างฉลากน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด)

เครื่องดื่มไดเอทโซดา เสี่ยงเบาหวาน


ภาพจาก : https://www.pat-diabetes.org/blog/diet-drinks-soda-risk-of-developing-type-2-diabetes

และไม่ใช่แค่บริษัท Coca-Cola เท่านั้นที่มีการปรับกลยุทธ์และแผนการตลาดของบริษัทอย่างการ “ตัดผลิตภัณฑ์” ที่มียอดขายน้อยออก เพราะบริษัทส่วนมากเองก็ใช้วิธีนี้ในการ “ลดต้นทุน” การผลิตสินค้าที่มีกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มลง และหันไปสนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีกลุ่มผู้บริโภคในตลาดมากกว่าแทน แม้ว่าอาจจะทำให้เสียกลุ่มลูกค้าที่มี ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) กับผลิตภัณฑ์บางตัวไป แต่การยื้อสินค้าที่ไม่ได้สร้างยอดขายให้กับบริษัทมากนักเอาไว้นั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...