โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์โคเวิร์คกิ้งสเปซจะพลิกโฉมหน้าของธุรกิจในอนาคตอย่างไร

Positioningmag

อัพเดต 15 ต.ค. 2561 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 05.59 น.

อีกไม่นานเราคงได้เห็นการทำตลาดโคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-Working Space) จากอินเทอร์เน็ตที่หลากหลายขึ้นในเมืองไทย เมื่อเริ่มมีผู้ประกอบการต่างชาติบุกเข้าสู่ธุรกิจนี้มากขึ้น โดยมาพร้อมความเชี่ยวชาญด้านการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่จากประสบการณ์การทำธุรกิจที่มากกว่า 

แบรนด์หนึ่งในธุรกิจผู้ให้บริการธุรกิจ Co-Working ที่กำลังขยายธุรกิจอย่างหนักคือ WeWork บริษัทสัญชาติอเมริกา ที่ตอนนี้มีสาขากว่า 150 แห่งในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก    

WeWork เป็นผู้ครอบครองพื้นที่สำนักงานเอกชนรายใหญ่ที่สุดในลอนดอน และใหญ่เป็นอันดับสองในแมนฮัตตัน มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอมริกา ปัจจุบันมีที่ตั้ง 24 แห่งในลอนดอนและมีสมาชิกกว่า 33,000 รายทั่วทั้งสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็น บริษัท ที่มีค่ามากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกต่อจาก Uber หลังจากกวาดเงินจากการระดมทุนรอบใหม่สูงถึง 760 ล้านดอลลาร์

ทำให้ปัจจุบันบริษัท WeWork มีมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ แถมยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SoftBank  เป็นแบคอัพ ทั้งยังหาพันธมิตรจากคนในท้องถิ่นเพื่อสะดวกต่อการขยายตลาดที่ต่างประเทศในอนาคตอีกด้วย

บริษัทแบบไหนที่เหมาะกับโคเวิร์กกิ้งสเปซ?

โดยปกติแล้ว บริษัท ด้านไอที สตาร์ทอัพ จะเหมาะและตอบโจทย์กับการทำงานที่ใช้พื้นที่แบบโคเวิร์กกิ้งสเปซ แต่ช่วงหลังบริษัทขนาดกลางและใหญ่ก็เริ่มหันมาสนใจโคเวิร์กกิ้งสเปญเช่นกัน

เพราะมีข้อดีตรงความยืดหยุ่น รวมไปถึงประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเริ่มธุรกิจใหม่ๆ  และพื้นที่ทำงานลักษณะนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่าที่คิด รวมทั้งเริ่มมีการขยายให้มีหลากหลายประเภทมากขึ้น

การขยายตัวทั่วโลกของ ธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ 

ธุรกิจ Co-Working Space พัฒนาไปสู่ปรากฏการณ์ทั่วโลกและค่อนข้างเติบโตอย่างรวดเร็ว ตามที่Ryan Simonetti ซีอีโอของ Convene กล่าวว่า 30% ของอสังหาริมทรัพย์ในสำนักงานการค้าจะอยู่ในรูปแบบ Co-Working Space ภายในปี 2030

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าพื้นที่สำนักงานมีการปรับตัวให้ยืดหยุ่นขึ้นถึง 22% ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับการเติบโต 1% ในพื้นที่สำนักงานแบบดั้งเดิมในช่วงเวลาเดียวกัน

ความต้องการสำหรับการเช่าพื้นที่ระยะสั้นและแบบยืดหยุ่นจะเพิ่มขึ้นทั่วโลกและจะมีผู้ประกอบการขนาดใหญ่ระดับโลกใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นเพื่อพัฒนากลยุทธ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว  เช่น GM, IBM, Microsoft, Facebook ,Hsbc, Samsung

Zneimer ผู้จัดการทั่วไป WeWork ประจำสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ อธิบายว่า WeWork ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวิร์กกิ้งสเปซที่มาแชร์พื้นที่การทำงานโดยใช้ Wi-Fi ร่วมกันเท่านั้น

แต่ยังมีลักษณะแบบ “community company” ที่มุ่งเน้นการทำงานร่วมกัน เทียบเท่าได้กับวัฒนธรรมของการทำงานรูปแบบใหม่  เพราะแบรนด์เชื่อว่าธุรกิจต้องการที่จะสร้างความรู้สึกของชุมชนโดยการเชื่อมต่อผ่านทางแอพลิเคชั่นของตน  รวมไปถึงจัดกิจกรรม Business Networking สร้างเครือข่ายทางธุรกิจและคอนเนคชั่นร่วมกัน 

ตลอดจนถึงการมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ สามารถแชร์ประสบการณ์หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากทำงาน และเกิดไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปแบบจะไม่ตายตัว มีการปรับตัวเข้ากับโมเดลทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บางที่มีฟิตเนส โรงหนัง หรือสถานบันเทิงอื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป เทรนด์การใช้พื้นที่ร่วมกันหรือโคเวิร์กกิ้งสเปญ กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเพราะส่วนหนึ่งมีการปรับตัวเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ มีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่น  ร่วมถึงตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์และประหยัดในส่วนค่าใช้จ่ายซึ่งเหมาะกับยุคใหม่ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ   

แต่ในอนาคตธุรกิจนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหนบ้าง คงต้องคอยติดตามดูกันต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...