โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัย! ทำไมเราถึงได้ภาพของ “หลุมดำ” กาแล็กซีอื่นก่อนกาแล็กซีตัวเอง?

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2562 เวลา 05.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View
ภาพของกลุ่มฝุ่นที่บดบังการสังเกตหลุมดำ

วันที่ 10 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา วงการดาราศาสตร์ทั่วโลกตื่นเต้นกันมากมายกับภาพของหลุมดำมวลยวดยิ่งใจกลางกาแล็กซี M87 ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกในประวัติศาสตร์ คำถามที่ตามมาคือทำไมเราถึงได้ภาพของหลุมดำในกาแล็กซีอื่นก่อนภาพหลุมดำในกาแล็กซีเราเอง และนี่คือคำตอบ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2536 นักดาราศาสตร์วิทยุชาวเยอรมัน ฮายโน ฟลายเกอร์ (Heino Falcke) เกิดความคิดว่าเราน่าจะถ่ายภาพหลุมดำได้จริง ๆ แทนที่จะมัวแต่ใช้ภาพจำลอง และเทคนิคที่น่าจะใช้ในการถ่ายภาพที่คิดเอาไว้คือ VLBI  หรือ ”กล้องโทรทรรศน์วิทยุระบบแทรกสอดคลื่นชนิดฐานกว้างมาก” (Very Long Baseline Interferometry) โดยตั้งเป้าไปที่หลุมดำมวลยิ่งยวดใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ฟลายเกอร์จึงได้รวบรวมทีมงานและเริ่มขอทุนจากทางสหภาพยุโรป ทีมงานนี้ต่อมาก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งมีการเปลี่ยนตัวผู้ร่วมงานตลอดเวลา แต่ยังมีจุดมุ่งหมายเดิมคือต้องถ่ายภาพหลุมดำให้สำเร็จให้จงได้

โดยหลักการแล้วการใช้เทคนิค VLBI เพื่อให้ได้รายละเอียดภาพมากพอสำหรับใช้ในการถ่ายภาพหลุมดำก็หนีไม่พ้นเรื่องของ θ=2.5x105(λ/D) นั่นคือถ้าหากเราอยากได้ค่าความละเอียดของภาพมาก ๆ มีค่าเทตา θ ที่เล็กถึงระดับไมโครพิลิปดาหรือเศษหนึ่งส่วนล้านของฟิลิปดา (ยิ่งเล็กยิ่งดี) นั่นหมายถึงเราต้องมีค่า D ที่ใหญ่มาก ๆ เข้ามาเป็นตัวหาร ซึ่งค่า D ของระบบกล้องวิทยุโทรทรรศน์แบบ VLBI นั้นไม่ใช่ขนาดของเลนส์แต่เป็นระยะห่างระหว่างกล้องแต่ละตัว หรือ Baseline นั่นเอง และระยะทางที่ไกลที่สุดที่ว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะไกลจนข้ามทวีป หลักการนี้ทำให้เกิดโครงการเชื่อมต่อเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เรียกว่า The Event Horizon Telescope (EHT) ขึ้นมา

ตำแหน่งของที่ตั้งกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการ EHT นี้ คือการเล่นใหญ่จัดใหญ่ของเหล่านักดาราศาสตร์จำนวนนับร้อยชีวิตที่มีความคิดจะเชื่อมต่อกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่กระจายตัวอยู่ในทุกทวีปของโลกเข้าหากันเพื่อให้ได้ระยะ Baseline ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ พูดง่าย ๆ คือหากเชื่อมต่อสำเร็จ เราจะได้มีกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่เท่าโลก ซึ่งก็ต้องค่อย ๆ ขอความร่วมมือจากเจ้าของกล้องโทรทรรศน์วิทยุในแต่ละประเทศให้นำกล้องของตนเข้ามาเชื่อมต่อกับกล้องตัวอื่นในโครงการ ขั้นตอนเหล่านี้กินเวลายาวนานหลายปี และในแต่ละปีตั้งแต่ 2549 เป็นต้นมา ก็จะมีกล้องตัวใหม่ ๆ เข้าสู่โครงการเรื่อย ๆ ทำให้ระบบ EHT เริ่มมีความสมบูรณ์แบบพร้อมรับข้อมูลจากหลุมดำมวลยวดยิ่งใจกลางทางช้างเผือกของเราหรือ Sagittarius A*  ชื่อย่อ Sgr A* นับตั้งแต่นั้น

** เกร็ดควรรู้ เราตั้งชื่อหลุมดำมวลยวดยิ่งด้วยการระบุทิศทางของหมู่ดาวที่หลุมดำนั้นปรากฏอยู่เมื่อมองจากโลก แล้วลงท้ายด้วยอักษร A ตามด้วยเครื่องหมายดอกจันทร์ * หรือที่ฝรั่งเรียกสตาร์ ดังนั้น หลุมดำใจกลางทางช้างเผือกเมื่อมองจากโลกจะปรากฏอยู่ในทิศทางของหมู่ดาวราศีธนูหรือ Sagittarius จึงตั้งชื่อหลุมดำมวลยวดยิ่งนั้นว่า Sagittarius A* อ่านว่าซาจิแทเรียส เอสตาร์  หรืออาจย่อว่า Sgr A* ส่วนหลุมดำใจกลางกาแล็กซี M87 ซึ่งอยู่ในทิศทางหมู่ดาวราศีกันย์ จึงได้ชื่อว่า Virgo A* อ่านว่าเวอร์โก เอสตาร์ หรืออาจใช้  M87* ในความหมายเดียวกัน

และนอกจาก Sgr A* ที่เป็นเป้าหมายหลักแล้ว โครงการ EHT ก็ได้เลือกหลุมดำเป้าหมายรองมาเคียงคู่กัน นั่นคือหลุมดำใจกลางกาแล็กซี M87 ที่ปรากฏในข่าวนั่นเอง

ภาพหลุมดำภาพแรกของโลก เป็นภาพหลุมดำใจกลางกาแล็กซี M87

คลิปแสดงความไกลของ M87* EMBED https://www.youtube.com/watch?v=9DILtg_9dcU

สาเหตุที่เลือกหลุมดำ M87* มาเป็นเป้าหมายคู่กับหลุมดำ Sgr A* ทั้งที่มันอยู่ไกลลิบลับถึง 55 ล้านปีแสงนั้นก็คือ ขนาดและความชัดเจน ของมัน โดยขนาดปรากฏของ M87* เมื่อมองจากโลกนั้นใหญ่พอ ๆ กับขนาดปรากฏของ Sgr A* ทั้งที่อยู่ไกลออกไปเกิน 2,000 เท่า เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะขนาดจริงของ M87* นั้นใหญ่โตมโหฬารมาก ใหญกว่า Sgr A* เกิน 2,000 เท่า แถมจานสะสมมวลรอบหลุมดำมีความส่องสว่างมากกว่าทำให้เห็นได้ชัดเจนกว่า ไม่ต่างจากพระอาทิตย์กับพระจันทร์ หรือเฮลิคอปเตอร์กับแมลงปอ

แต่ครับแต่ ใคร ๆ ก็อยากดูของในบ้านตัวเองก่อน โครงการ EHT จึงตั้งหน้าตั้งตานำข้อมูลจากความถี่วิทยุจาก Sgr A* มาถอดรหัสเพื่อสร้างเป็นภาพถ่าย แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายแบบนั้น เนื่องจาก Sgr A* นั้นตั้งอยู่ในใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่ และโลกเราอยู่ในระบบสุริยะอยู่ที่บริเวณแขนของกาแล็กซีเดียวกัน การมองเข้าไปในใจกลางของกาแล็กซีคือการมองฝ่าวัตถุอวกาศมากมายที่เป็นอุปสรรคขวางกั้น  อุปสรรคเหล่านี้มีตั้งแต่ก้อนฝุ่นขนาดต่าง ๆ กัน ไปจนถึงวัตถุทรงพลังอย่างดาวแม่เหล็กแม็กเนตาร์ (Magnetar)

ภาพของดาวแม่เหล็กแม็กเนตาร์ ที่ลุกโชนขึ้นมาบังหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกของเราในปี 2556

อุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้ก่อปัญหาให้เฉพาะโครงการ EHT เท่านั้น โครงการอื่นอีกมากมายที่พยายามทำแบบเดียวกันนี้ก็พบปัญหาไม่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นโครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา ที่พยายามถ่ายภาพหลุมดำ Sgr A* นี้ด้วยความถี่คลื่นในย่านรังสีเอกซ์เพื่อหลบการขวางกั้นของฝุ่น แต่ก็ไม่รอดจากอุปสรรคอื่น นั่นคืออยู่ดี ๆ ในปี 2556 ก็เกิดมีการลุกจ้าของดาวแม่เหล็กแม็กเนตาร์ ที่ขวางกั้นระหว่างโลกกับ Sgr  A* ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้การส่องด้วยกล้องจันทราถูกบล็อกไประยะหนึ่ง [ที่มา] ทางด้านของโครงการ EHT ซึ่งกล้องโทรทรรศน์​วิทยุแต่ละตัวกระจัดกระจาย​ไปหลายทวีป ก็พบปัญหาสภาพอากาศหนาวเย็นทำให้ข้อมูลจากกล้องที่ขั้วโลกใต้ไม่สามารถส่งมาได้ตามเวลาที่กำหนด โครงการจำต้องพักรอไปเฉย ๆ

หากพยายามเปรียบเทียบอุปสรรคเหล่านี้ให้เข้าใจง่าย ให้ลองนึกถึงการพยายาม​ถ่ายภาพ​แมลงปอที่เกาะอยู่ริมรั้วใต้ต้นไม้ที่มีเงารกครึ้ม โดยต้องซูมกล้องผ่านต้นหญ้าหนาทึบ กับการเงยกล้องขึ้นไปถ่ายเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่บนฟ้าสว่างกลางแดด ที่ไม่มีอะไรบดบัง แน่นอนว่าการถ่ายภาพเฮลิคอปเตอร์ที่แม้จะอยู่ไกลกว่ามากมายหลายเท่าแต่กล้องก็ซูมภาพได้สะดวกกว่า แตกต่างแมลงปอใกล้บ้านที่อยู่ในความสลัวของเงาไม้ใหญ่แถมโดนหญ้าบัง ประกอบกับภาพที่ได้ออกมา แมลงปอกับเฮลิคอปเตอร์ก็มีขนาดปรากฏในกล้องถ่ายภาพพอ ๆ กัน เพราะแมลงปอแม้ตัวเล็กแต่อยู่ใกล้ ขนาดที่เห็นจึงไม่ต่างกับเฮลิคอปเตอร์ที่ลำใหญ่แต่อยู่ไกล ดังนั้นเพื่อให้ได้งานออกมาก่อนเป็นชิ้นเป็นอันหลังเสียเวลาไปหลายปี ทีมงาน EHT จึงตัดสินใจหันไปทุ่มเทกับหลุมดำ M87* ที่อยู่ไกลก่อนและเลือกที่จะเลื่อนลำดับการถ่ายภาพหลุมดำ Sgr A* ไว้ทีหลัง นั่นคือคำตอบว่าทำไมเราถึงได้ภาพของหลุมดำในกาแล็กซีอื่นของหลุมดำในกาแล็กซีของเรานั่นเอง

ภาพของหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกของเรา Sagittarius A* ที่ไม่อาจมองเห็นเงาดำของมัน เห็นเพียงแค่ทรงกลมแสง ซึ่งถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ

จากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายเมื่อเดือนมกราคมต้นปี 2562 ที่ผ่านมา โครงการ EHT ก็ได้ภาพ Sgr A* หรือหลุมดำใกล้บ้าน ที่ใจกลางกาแล็กซีเราออกมาเป็นภาพด้านบนนี้ ที่ดูยังไง ๆ ก็ยังไม่อาจนับได้ว่าเป็นภาพหลุมดำที่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเราไม่เห็น “เงาดำ” ใจกลางภาพ เห็นเพียงแสงของกลุ่มแก๊สที่หมุนอยู่รอบหลุมดำเท่านั้น เงาดำของมันถูกปกคลุมด้วยการกระเจิงของแสงโดยรอบ ทางทีมงาน EHT พบว่านี่อาจเป็นปัญหาจากการเลือกใช้ความยาวคลื่นวิทยุที่ยาวเกินไป (ค่า λ ที่ 3.5 มิลลิเมตร) แบบเดียวกับที่ใช้ในการสร้างภาพหลุมดำ M87* แต่หากลองปรับค่าความยาวคลื่นวิทยุมาให้สั้นขึ้นเป็น 1.3 มิลลิเมตร แล้วลองหาทางบันทึกภาพกันใหม่อีกครั้ง อาจจะได้ผลที่ดีกว่านี้ รอบต่อไปเราน่าจะได้เห็นเงาดำของ  Sgr A* ก็เป็นได้

**กล้องโทรทรรศน์วิทยุ 8 ตัวจาก 4 ทวีปที่ใช้ในการถ่ายภาพ M87* ได้แก่ กล้อง ALMA และ APEX ในชิลี กล้อง SMA และ JCMT ในฮาวาย กล้อง SMT ในอริโซนา กล้อง PV ในสเปน กล้อง LMT ในเม็กซิโก และ กล้อง SPT ที่ขั้วโลกใต้ *

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...