โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นัยของการเวนคืนที่สองฝั่งถนน ห้วงปรับปรุงถนนราชดำเนินกลาง 2482 ยุคคณะราษฎร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2566 เวลา 12.19 น.
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่สร้างขึ้นใหม่บน ถนนราชดำเนินกลาง ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของการปรับปรุงเมืองภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลคณะราษฎร เนื่องมาจากจุดที่สร้างนั้นเป็นการสร้างทับบนถนนสายเดิมที่สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปเป็นเวลาหลายเดือน ภายหลังจากนั้นก็เกิดการก่อสร้างถนนขึ้นหลายแห่งในไทยช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 และถนนที่พระองค์มีพระราชประสงค์สร้างให้ยิ่งใหญ่กว่าถนนอื่น ทรงพระราชทานชื่อว่า ถนนราชดำเนิน การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินใน

ชัย เรืองศิลป์ ผู้เขียนหนังสือ “ประวัติศาสตร์ไทย สมัย พ.ศ. 2352-2453 ด้านสังคม” อธิบายในหนังสือเล่มนี้ว่า เริ่มสร้างจากถนนราชดำเนินนอก ส่วนทางคนเดินสองข้างถนนสายกลาง ปลูกต้นไม้สายละสองแถวเพื่อเป็นที่ร่มเย็นแก่คนเดินทาง ถนนราชดำเนินกลางเริ่มลงมือสร้างเมื่อ พ.ศ. 2444 มีถนนสามสาย ทางคนเดินริมถนนกลางสองสาย และทางคนเดินริมถนนสายนอกอีกสองสาย

เมื่อประเทศผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไปแล้ว จึงปรากฏการปรับปรุงถนนราชดำเนินซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ ในห้วงการปรากฏขึ้นของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รายละเอียดของการปรับปรุงถนนเคยถูกตีความในเชิงสัญลักษณ์ อัตลักษณ์ และอุดมการณ์ทางการเมืองโดยผู้ค้นคว้าประวัติศาสตร์ ดังเช่นบทความ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย : โฆษณาการความสำเร็จของคณะราษฎร” โดย พินัย สิริเกียรติกุล เผยแพร่ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม 2559 เนื้อหาส่วนหนึ่งในบทความพูดถึงความแตกต่างระหว่างแผนการปรับปรุงถนนราชดำเนินกลาง กับแบบที่ก่อสร้างจริง เนื้อหาส่วนหนึ่งมีดังนี้

…มาลินี คุ้มสุภา กล่าวไว้ในหนังสืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับความหมายที่มองไม่เห็น ว่า ได้ปรากฏแผนการปรับปรุงถนนราชดำเนินกลางก่อนหน้าที่จะมีการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาแล้ว คือ โครงการที่ประชุมกันในเดือนกรกฎาคม 2480 [9] หากแต่มีรายละเอียด ลักษณะ และวิธีคิดต่างไปจากแบบที่ก่อสร้างจริง

ความแตกต่างกันของโครงการทั้งสองจึงมีความน่าสนใจ เพราะโครงการที่ไม่ได้ถูกนำไปสร้างย่อมมีนัยยะบางประการที่ไม่ปรากฏให้เห็นในงานที่สร้างจริง และเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการปรับปรุงถนนในครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกันกับการพยายามสถาปนาความชอบธรรมทางการเมืองของคณะราษฎรให้เป็นที่รับรู้ของประชาชน การเปลี่ยนแปลงแบบแผนการปรับปรุงถนนจึงมิใช่การกระทำที่ไร้ซึ่งความหมาย แต่แฝงไว้ด้วยอุดมการณ์ ตัวตน และความทะเยอทะยานทางการเมืองของคณะราษฎร

ในแผนการปรับปรุงถนนราชดำเนินปี 2480 ปรากฏหลักฐานอย่างน้อย 2 ประการ ที่ชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมการร่างแผนดังกล่าวนี้ได้เคยวางแผนปรับปรุงถนนราชดำเนินกลางให้มีความกลมกลืนกับกายภาพ และความหมายของถนนราชดำเนินที่สร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ประการแรก

ณ สี่แยกระหว่างถนนราชดำเนินกลางและถนนดินสอ ได้มีการกำหนดให้เป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 (ไม่ใช่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างที่เห็นในปัจจุบัน) โดยคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาตำแหน่งของอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ให้มีความสัมพันธ์กับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์อีก 2 รัชกาล นั่นคือ พระบรมรูปทรงม้าของรัชกาลที่ 5 และสะพานพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 “ต่อไปควรจะมีถนนผ่านมาจากสะพานพระพุทธยอดฟ้า การที่จะทำนั้นไม่สู้ยาก ถ้าเมื่อมีถนนประกอบด้วยแล้ว จะทำให้พระบรมรูป [อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 – ผู้เขียน] เด่นขึ้น” [10]

หากโครงการนี้ถูกสร้างขึ้นจริงย่อมสร้างความหมายพิเศษแก่ถนนราชดำเนิน เพราะถนนที่วิ่งตรงมาจากอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 กับถนนที่พุ่งตรงมาจากสะพานพระพุทธยอดฟ้าจะตัดกัน ณ บริเวณวงเวียนของอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 พอดี และจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของ “อนุสาวรีย์สามกษัตริย์” ขึ้นบนถนนที่เชื่อมถึงกัน

ประการที่ 2

ในพื้นที่บริเวณระหว่างสะพานผ่านพิภพลีลาถึงถนนตะนาวได้มีการเสนอให้สร้างเป็นสถานที่สำคัญ (ซึ่งอาจเป็นสถานที่ราชการ) ลักษณะเป็นอาคาร 3 หลังวางเรียงขนานไปกับถนน โดยมีการออกแบบที่สอดคล้องกับถนนเดิม เนื่องจากต้นมะฮอกกานีตลอดถนนราชดำเนินกลางยังถูกคงไว้ (ตามที่ปรากฏในแบบ) หรือหากจำเป็นต้องตัดออกไปเพราะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของถนนก็ต้องมีการปลูกต้นไม้ใหม่ขึ้นทดแทนด้วย ทั้งนี้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของถนนราชดำเนินให้เต็มไปด้วยต้นไม้ปลูกเรียงรายดังในอดีต เช่น ในบริเวณที่ต้องขยายถนนเพื่อทำเป็นวงเวียนของอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 จากแบบร่างจะเห็นได้ว่ามีการวางแนวต้นไม้ใหม่ล้อมรอบวงเวียนต่อเนื่องกับแนวต้นไม้เดิม หรือในบริเวณทางเข้า-ออกของพื้นที่ตั้งอาคาร แนวต้นมะฮอกกานีเดิมจะถูกตัดเฉพาะส่วนที่จะทำเพื่อเป็นช่องให้รถวิ่งเข้า-ออกเท่านั้น

แบบร่างการปรับปรุงถนนราชดำเนินในปี 2480 นี้แสดงให้เห็นเจตนาในการปรับปรุงถนนให้มีความกลมกลืนต่อเนื่องกันไปกับภูมิสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอการสร้างอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 และการคงรูปแบบของถนนให้มีต้นไม้เรียงรายดังเก่า นับว่าโครงการปรับปรุงถนนปี 2480 นี้ถูกออกแบบให้มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกันกับถนนสายเดิมทั้งในแง่กายภาพและความหมาย

อย่างไรก็ตาม แบบร่างการปรับปรุงถนนราชดำเนินในปี 2480 กลับไม่ได้ถูกนำไปใช้ก่อสร้างจริง รูปแบบของถนนราชดำเนินกลางที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2482 แตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจากแบบร่างในปี 2480 เป็นอย่างมาก เพราะภาพลักษณ์ใหม่ของถนนราชดำเนินกลางไม่ใช่ภาพของการจรรโลงของเก่า หากแต่เป็นความพยายามตัดขาดจากอดีต

การปรับปรุงถนน

ในการปรับปรุงถนนครั้งนี้ ต้นมะฮอกกานีบนถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่สะพานผ่านพิภพลีลาถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศที่ปลูกมาตั้งแต่การสร้างถนนครั้งแรกได้ถูกโค่นลง พร้อมๆ กับการเวนคืนพื้นที่สองริมฝั่งถนนเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างอพาร์ตเมนต์และอาคารทันสมัยอื่นๆ

และเมื่ออาคารอพาร์ตเมนต์ทั้ง 10 หลังสร้างเสร็จ ขนาดอันใหญ่โตของตึกแถว 4 ชั้นที่เรียงรายสองฝั่งถนนก็ได้บดบังอาคารบ้านเรือนเดิมที่อยู่ทางด้านหลังเสียหมดจด ภาพลักษณ์ของถนนที่เคยร่มรื่นมีต้นไม้เรียงรายปกคลุมให้ร่มเงาถูกกลบด้วยความกว้างใหญ่ของถนนคอนกรีต ที่ตลอดความยาวขนาบไปด้วยอาคารสูงใหญ่รูปทรงแปลกตาทันสมัยซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นหนึ่งเดียวกับถนน [11]

กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว การปรับปรุงถนนในครั้งนี้คือการสร้างความแตกหักกับภูมิสถาปัตยกรรมของถนนสายเดียวกันในสมัยรัชกาลที่ 5 ภาพลักษณ์ของถนนใหม่นี้ช่วยสร้างตัวตนของคณะราษฎรให้เกิดขึ้นในเมืองอย่างชัดเจนว่า เขาคือใคร และเป็นอะไรในยุคการเมืองสมัยใหม่

การเปลี่ยนแปลงแบบแผนการปรับปรุงถนนราชดำเนินจากแบบปี 2480 มาเป็นแบบที่สร้างจริงปี 2482 นี้ แม้ไม่มีการบันทึกถึงเหตุผลที่ชัดเจน แต่หากหันไปพิจารณางานสร้างสรรค์อื่นๆ ที่ถูกผลิตขึ้นโดยคณะราษฎรในช่วงเวลาเดียวกันก็จะทำให้ทราบว่า เพราะเหตุใดแบบการปรับปรุงถนนแห่งปี 2480 จึงถูกทำให้ตกไป นั่นคือ “ความสำเร็จในการก่อตั้งระบอบรัฐธรรมนูญ” และ “ความสำเร็จจากการเจรจาสนธิสัญญากับมหาอำนาจที่นำมาสู่การได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ของประเทศ”

จะเห็นได้ว่ารัฐบาลคณะราษฎรได้พยายามอย่างยิ่งที่จะโฆษณาความสำเร็จดังกล่าวผ่านงานสร้างสรรค์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน การพิจารณาโฆษณาการความสำเร็จของคณะราษฎรที่แฝงอยู่ในงานสร้างสรรค์ที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับการก่อสร้างถนนราชดำเนินดังจะกล่าวต่อไปนี้ จะทำให้เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังโครงการปรับปรุงถนนราชดำเนินกลาง และนัยยะความหมายของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมากกว่าที่รับรู้กัน…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ :คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความโดยจัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำใหม่ คงเชิงอรรถไว้ดังเดิม

เชิงอรรถ :

[9] มาลินี คุ้มสุภา. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับความหมายที่มองไม่เห็น. (กรุงเทพฯ : วิภาษา, 2548), น. 110-111.

[10] “รายงานการประชุมพิจารณาเรื่อง การสร้างพระบรมรูปพระมงกุฎเกล้า ครั้งที่ 1 ณ กระทรวงการคลัง,” 13 กรกฎาคม 2480. กระทรวงการคลัง. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. อ้างถึงใน เรื่องเดียวกัน, น. 110.

[11] ดูรายละเอียดการปรับปรุงถนนราชดำเนินกลางระหว่างปี 2484-88 ได้ใน Pinai Sirikiatikul. “Remaking Modern Bangkok : Urban Renewal on Rajadamnern Boulevard, 1939-1941,” ใน เอกสารประกอบการประชุมวิชาการนานาชาติสถาปัตยปาฐะ : เก่า-ใหม่ : ศึกษา ทบทวน วิพากษ์ ปรากฏการณ์สถาปัตยกรรมในเอเชีย Old-New : Rethinking Architecture in Asia. (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2552), น. 277-295.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 มีนาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...