โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs "พัทยา" ตายเกลื่อน ร้านนวด-อาหารปิดป้ายขาย-เซ้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ย. 2563 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2563 เวลา 02.05 น.

“พัทยา” หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ที่ขึ้นชื่อในเรื่องแสงสียามราตรีที่ไม่เคยหลับใหล เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยกันจนเงินสะพัดถึงเกือบ 3 แสนล้านบาทต่อปี แต่หลังเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2563 ถึงปัจจุบันที่การเดินทางท่องเที่ยวของต่างชาติหยุดชะงัก ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก

จากการลงพื้นที่สำรวจของทีมข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ในช่วงวันธรรมดา พบว่าสองข้างทางของถนนหลายสายที่มุ่งสู่ตัวเมืองพัทยา ทั้งพัทยากลาง พัทยาใต้ พัทยาเหนือค่อนข้างเงียบเหงา วังเวง ทั้งกลางวันและกลางคืน มีการปิดป้ายขายและเซ้งกิจการจำนวนมากแบบตึกเว้นตึก โดยเฉพาะกิจการร้านนวด ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ฯลฯ

นายชัยรัตน์ รัตโนภาส นายกสมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของธุรกิจสปาและร้านนวดถือว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก จากเดิมธุรกิจร้านวดทั่วพัทยาเปิดให้บริการประมาณ 400-500 แห่ง โดยส่วนใหญ่จะอยู่โซนถนนเลียบชายหาดพัทยา, ถนนพัทยาสาย 2 และตามซอยต่าง ๆ ตั้งแต่พัทยาเหนือจนถึงพัทยาใต้ ตอนนี้ปิดบริการ 90% และเปิด 10%

ส่วนธุรกิจสปาส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมมีประมาณ 70-80 แห่ง ซึ่งการเปิดหรือปิดกิจการขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงแรม ทั้งนี้ โรงแรมหลายแห่งที่เปิดกิจการแต่ยังไม่เปิดให้บริการสปา เพราะว่าโรงแรมเน้นจะขายห้องพักกับอาหารก่อน

“ในพัทยามีผู้ประกอบการธุรกิจร้านนวดประมาณ 10 แห่ง ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์โดยเฉพาะ มีอัตราการจ้างงาน 200-300 คนต่อแห่ง เท่ากับมีการจ้างงานประมาณ 2,000-3,000 คน ตอนนี้ตลาดกลุ่มนี้ปิดกิจการไปหมด ส่วนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กหลายแห่งยังไม่เปิดดำเนินการ

สำหรับธุรกิจสปาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในโรงแรม ซึ่งบางโรงแรมเปิดบริการแล้ว แต่ยังมีบางฟังก์ชั่นที่ยังไม่เปิดบริการ เช่น สปา ทำให้ธุรกิจนี้กลับมาเปิดดำเนินการได้น้อยมาก ๆ ที่เปิดอยู่ตอนนี้ก็เพื่อประคับประคองพนักงานให้มีรายได้เข้ามา สำหรับผู้ประกอบการสปารายใหญ่ เช่น Let’s Relax Spa สาขาเลียบชายหาดพัทยา ของบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตอนนี้ยังปิดอยู่”

สำหรับธุรกิจร้านนวดเน้นกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวเป็นหลักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ ถึงแม้จะมีการเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ไม่ถึงจุดคุ้มทุน สถานประกอบการหลายแห่งได้มีการพูดคุยกับพนักงานเรื่องค่าจ้าง จากเดิมจ่ายเป็นเดือนก็ปรับจ่ายเป็นรายชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือกันทั้ง 2 ฝ่าย

หลายแห่งมีการลดจำนวนพนักงาน และพนักงานขอลาออกจากงานเพื่อกลับไปยังภูมิลำเนา เพราะค่าครองชีพถูกกว่า ส่วนสถานประกอบการร้านนวดขนาดใหญ่ที่เคยจ้างพนักงาน 200-300 คนต่อแห่ง ตอนนี้ก็เหลือประมาณ 30-40 คน ส่วนร้านสปาที่เคยมีอยู่ 20-30 คน ก็เหลือ 4-5 คน

“เมื่อเกิดวิกฤตกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มที่ทำรายได้ให้กับธุรกิจ แต่ตอนนี้ไม่มีต่างชาติเข้ามา ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ถึงแม้จะมีการเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปใช้บริการ แต่มีสัดส่วนน้อยกว่า พนักงานทั้งหมดกว่า 10,000 คน ตอนนี้เหลือทำงานอยู่ประมาณ 300-400 คน”

ด้านมูลค่าความเสียหายไม่สามารถประเมินค่าได้ เนื่องจากมีทั้งด้านการลงทุน ด้านการจ้างงาน และรายได้ที่เกิดจากการบริการ เพราะว่าตอนนี้ส่งผลกระทบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อาทิ ด้านวัตถุดิบสมุนไพรทำลูกประคบและเครื่องดื่ม โรงเรียนสอนนวด ศูนย์อบรมของภาครัฐ ต้นทุนที่รัฐบาลลงทุนในการสร้างบุคลากรที่มีการส่งเสริมด้านการฝึกอบรม หรือแม้แต่บุคลากรที่ลงทุนเรียนเอง ซึ่งไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้ ยังไม่รวมธุรกิจข้างเคียง มันกระทบทั้งซัพพลายเชน

ในอนาคตอาจจะมีการเปิดให้บริการนวดอย่างอิสระ ซึ่งตัวธุรกิจจะหายไป มองเป็นทั้งโอกาสและเป็นปัญหาต่อไปได้ ถ้าเป็นโอกาสคือการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นปัญหาในเรื่องการดูแลควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยและสุขอนามัย เพราะว่าการให้บริการที่เป็นอาชีพอิสระในการเข้าไปกำกับดูแลของทางภาครัฐอาจจะไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...