โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ : ปฏิรูปกฏหมาย (ตอนที่2)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มิ.ย. 2564 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 08.55 น.

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ : ปฏิรูปกฏหมาย (ตอนที่2)

คลิกอ่าน วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ : ปฏิรูปกฎหมาย (ตอนที่1)

ประเทศไทยเรานี่ หากจะจัดนิทรรศการบาบีคิวนานาชาติเพื่อโชว์ศักยภาพการเป็นเมืองแห่งอาหารและการปิ้งย่างแนวสตรีทฟู้ด คนจัดคงต้องยอมเสี่ยงทำผิดกฎหมายเพราะยังไงๆก็ต้องมีการนำเข้ามาซึ่งวัตถุดิบที่จะอวดว่าของปิ้งย่างเสียบไม้แบบบ้านเมืองอื่น เค้ามีวัตถุดิบที่ให้รสชาติ และองค์ประกอบของซอสที่ใช้จิ้มใช้ราดยังไงกันบ้าง

แต่ระเบียบของไทยในการนำวัตถุดิบสำหรับทำบาร์บีคิวจากต่างแดนนั้น มีเยอะโดยไม่ตั้งใจครับ!

โอกาสที่จัดงานจนจบไปแล้ว วัตถุดิบก็ยังติดอยู่ที่ด่านตรวจมีโอกาสสูง

เพราะถ้าบาร์บีคิวไม้นั้นจะเสียบไว้ด้วยพริกหยวก สัปปะรด ไก่ หมู และกุ้ง

ผู้จะนำบาร์บีคิวนั้นเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรเพื่อจัดแสดงในงานแฟร์ต้องยื่นเอกสารขออนุญาตการนำเข้าต่อเจ้าหน้าที่กรมต่างๆดังนี้

ชิ้นเนื้อไก่ ไปยื่นขออนุญาตนำเข้าที่กรมปศุสัตว์

กุ้ง ไปยื่นขออนุญาตนำเข้าที่กรมประมง พริกหยวก ไปยื่นขออนุญาตนำเข้าที่กรมวิชาการเกษตร

ไม้เสียบ ต้องไปยื่นพิสูจน์ว่าไม่ใช่ไม้ต้องห้ามที่กรมป่าไม้ (เงื่อนไขนี้จะใช้เฉพาะการนำไม้เสียบที่ว่าเข้ามาทางชายแดนหรอกนะครับ)

ส่วนน้ำจิ้มและซอส ต้องไปยื่นขออนุญาตที่สำนักงานอาหารและยา

นี่ว่าตามกฏระเบียบ ซึ่งก็แยกย้ายกระจายกันอยู่ตามกรมตามกอง ต่างกระทรวงกัน

แล้วกว่าจะได้รับใบอนุญาตจนครบ คุณคิดว่าจะต้องเตรียมการล่วงหน้ากี่นาน?

ต้องใช้เอกสารประกอบ หนังสือรับรอง กี่ใบ

นี่ยกตัวอย่างคลาสสิค ที่เคยถกกันขำๆในวงผู้จัดแสดงสินค้านานาชาติ

ต่างหน่วย ก็ต่างออกระเบียบเงื่อนไข โดยมีเจตนาดี คือจะคุ้มครองประชาชน คุ้มครองผู้บริโภคซึ่งถูกต้องแล้ว

แต่ผู้ร่างกฏอาจไม่ทันเผื่อเรื่องการนำเข้าชั่วคราวในปริมาณน้อยๆ เพื่อร่วมงานแสดงสินค้า ที่ไม่ใช่เพื่อการจัดจำหน่ายอันเป็นการทั่วไป

อุตสาหกรรมMICE ย่อมาจากคำว่า
Meeting (การจัดประชุม)
Incentive traveling (การเดินทางที่ เป็นรางวัลจากภาคธุรกิจ)
Convention (การสัมมนา)และ
Exhibition (การจัดแสดงสินค้า)

แต่ละกิจกรรมไม่ใช่การท่องเที่ยวทิ้กท้อเฮฮาเฉยๆอย่างนักท่องเที่ยวปกติ แต่แฝงไปด้วยการสร้างกิจกรรมพัฒนาธุรกิจและพัฒนาวงการของตัว

อุตสาหกรรมเครื่องมือการแพทย์ เครื่องจักรเครื่องมือ เครื่องพิมพ์ การแสดงด้านสิ่งทอ การแสดงสินค้าเป็นหนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดที่ช่วยให้ผู้ผลิตและผู้สนใจจะซื้อ ได้เดินทางมาเจอกัน พร้อมๆกันจากหลายๆประเทศ

นักเดินทางเหล่านี้กลางวันไปร่วมเจรจาสนทนาธุรกิจทั้งวัน พอบ่ายค่ำก็จัดงานดินเนอร์และปารตี้ ใช้จ่ายกันเพื่อสร้างเครือข่าย

กล่าวได้ว่านักเดินทางธุรกิจนั้นใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปหัวละสามเท่า!!

ปีหนึ่งนำรายได้เข้าประเทศไทยมาหลายแสนล้านบาทอยู่

ก่อนปีโควิดอาละวาด นักเดินทางธุรกิจต่างชาติบินเข้ามาเมืองไทยราวล้านกว่าคนต่อปี

เรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เห็นประเด็น และได้แก้ไขความในกฏหมายเครื่องสำอางเปิดข้อยกเว้นไปให้แล้ว สำหรับกิจกรรมนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อร่วมงานแสดงนิทรรศการนานาชาติ

มาตรา16 ของพรบ. เครื่องสำอาง ที่แก้ไขเมื่อปี2558 ระบุให้ใหม่เสียเลยว่า…” ผู้ซึ่งผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อเป็นตัวอย่าง เพื่อจัดนิทรรศการ หรือเพื่อใช้ในการศึกษา วิจัย หรือวิเคราะห์ทางวิชาการ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอใบจดแจ้งสำหรับเครื่องสำอางดังกล่าว ตามมาตรา14…”

เพราะมิได้จำหน่าย นี่เอง

มาตรา14 อันเป็นหลักของกฏหมายเครื่องสำอางบอกว่า….”ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย ต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง (คือ อย.) และเมื่อผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งให้แล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้”….ดังนั้นมาตรา16ที่มาใหม่จึงช่วยทำให้เกิดข้อยกเว้นที่ไม่ขัดกับหลักการ ของมาตรา14 พรบ.เครื่องสำอาง

ผมเคยเป็นประธานบอรด์ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือTCEB สังกัดภายใต้รองนายกรัฐมนตรีในช่วง2558-2560พอดี เลยได้รู้เรื่องนี้

รัฐบาลขณะนั้นได้รับทราบและเห็นประเด็น จึงสนับสนุนให้อย.ปรับปรุงแก้ไขกฏระเบียบที่เป็นภาระต่อการจัดนิทรรศการนานาชาติด้านเครื่องสำอาง

เพราะถ้าจัดงานแสดงเครื่องสำอางในไทย บริษัททั่วโลกที่ทำธุรกิจเครื่องสำอางย่อมบินมาร่วมกิจกรรมและเดินดูนิทรรศการนี้ในไทย ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องสำอางแบรนด์ไทย สมุนไพรประทินโฉมสารพัดของไทย ก็จะได้โอกาสโชว์ของ และอาจได้ตลาดส่งออกหรือร่วมแบรนด์กัน

ผมจำได้ว่าเวลานั้นรัฐธรรมนูญ2560ยังอยู่ระหว่างยกร่างเท่านั้น การแก้ไขกฏหมายก็ยังทำมาสำเร็จได้ แม้ไม่ต้องอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา77ที่กำหนดให้รัฐต้องทำการปรับปรุงแก้ไขกฏหมายให้เหมาะสมแก่กาลสมัย ขจัดภาระทางกฏหมายที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ

คณะรัฐมนตรีในเวลานั้นเสนอแก้ไขพรบ.เครื่องสำอางเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช) และผ่านออกมาเป็นกฏหมายจนเรียบร้อย

ด้วยตัวอย่างที่แก้ได้แล้วในเรื่องนำเข้าเครื่องสำอางนี่เอง เราจึงน่าจะเอาเรื่ององค์ประกอบ หมูไก่ผักสัปปะรดของบาร์บีคิวมาพิจารณาดูใหม่ว่าถ้าเป็นไปเพื่อการแสดงนิทรรศการนานาชาตินั้น

พอจะสามารถยืดหยุ่นมากขึ้นได้หรือไม่

เพียงแต่งานนี้ต้องขอแรงหลากหลายกรม และต่างกระทรวงกันหน่อย
และบัดนี้รัฐธรรมนูญมาตรา77 ก็เบิกทางให้เป็นหลักการแล้ว

ทำให้สำเร็จในช่วงยังปิดโควิดเสียเลยจะดีมาก
พอแก้ไขกติกาเสร็จก็ป่าวประกาศให้โลกรับรู้
สหพันธ์ สมาพันธ์ สมาคม และวงการอาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ด้านต่างๆก็จะได้ตื่นเต้นคิดอ่านวางแผนมาจัดนิทรรศการสตรีทฟู้ดในไทยกัน

มิเช่นนั้น เมืองหลวงของสตรีทฟู้ด แต่ตอนจัดงานสตรีทฟู้ดนานาชาติ ก็คงต้องใช้วัตถุดิบที่หยิบฉวยเอาได้จากตลาดภายในประเทศเป็นหลักต่อไป

ไหนๆก็อธิบายเรื่อง MICE มาถึงบรรทัดนี้แล้ว

น่าดีใจที่ตอนนี้ข้าราชการประจำอาศัยช่วงโควิดหารือกันพยายามจะทำให้เกิดแพคเกจวีซ่าที่จะทำให้นักเดินทางธุรกิจที่มาประชุมสัมมนาหรือร่วมงานนิทรรศการช่วงสั้นๆให้ได้รับใบอนุญาตทำงานในระหว่างอยู่ในไทยไปด้วย

เพราะที่ผ่านๆมา การที่นักเดินทางธุรกิจเข้ามาทำธุระในไทยแม้จะแค่สองสามคืน แต่ตัวกิจกรรมหลายอย่างก็สุ่มเสี่ยงต่อการขัดกับคำที่บัญญัติห้ามไว้ในตัวบทกฏหมาย เช่น เขามางานแสดงเครื่องจักรกล พอเค้าขึ้นเวทีสัมมนาหรือนั่งอธิบายให้ผู้มาเดินงานฟังเกี่ยวกับเครื่องอุปกรณ์ของเขา เขาก็เข้าข่ายว่ากำลัง ”ทำงาน” !!

ถ้าทีมเขามาหลายคน คนที่เป็นหัวหน้าย่อมมีการสั่งงาน จ่ายงาน แบ่งงานให้คณะของเขาไปทำในแต่ละวัน อันนี้ก็อาจเข้าข่าย”ทำงานบริหาร”

พอตอนที่เขาตรวจสต้อคของ ตรวจบัญชีรายการเพื่อบันทึกเก็บไว้ นี่ก็เข้าข่าย”ทำงาน”อีกแล้ว

แต่เพราะไม่มีใบอนุญาตทำงานในสามสี่วันนั้นในไทย
ถ้าใครแจ้งให้จับกุม
เจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการก็คงลำบากใจ เพราะเสี่ยงต่อการเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ จึงกำลังหารือกับหน่วยงานอย่างตม.และกรมการจัดหางานว่าจะมีวิธีทำยังไงให้ลดขั้นตอนที่จะต้องแยกยื่นแยกขอทั้งขออนุญาตเข้าเมือง ขออนุญาตทำงาน ขอนำสินค้าที่จะแสดงนิทรรศการออกมาจากด่านตรวจ

เพราะเขามา ไม่ใช่เพื่อเพื่อจะ ”แย่งงาน”
ไม่ได้มาเพื่อ ”ขายของชิ้นนั้น
แต่เพื่อมาแนะนำของแบบนั้น”
ให้คนสนใจได้รู้จัก มั่นใจ ได้จับต้องและอาจสั่งซื้อสั่งจองได้ต่อไป

แถมเขาเข้ามาจับจ่าย อย่างน้อยก็ค่าที่พักอาหาร ค่าแท้กซี่ ค่าล่ามแปล ค่าวางแสดงสินค้าที่บู้ท ฯลฯ

เราควรอำนวยความสะดวกให้เขามากกว่าจะปล่อยให้คำในกฏหมายที่มุ่งจะใช้กับพวกลักลอบหากินฉวยโอกาสมากระทบต่อคนที่มาช่วยทำให้เศรษฐกิจพัฒนาหรือเปล่า

เขียนสักมาตราให้ยกเว้นนักเดินทางธุรกิจที่เข้ามาเป็นผู้แสดงสินค้านานาชาติ เป็นวิทยากร เป็นองค์ปาฐก หรือที่เข้ามาด้วยวีซ่าไมซ์ MICE VISA ได้หรือเปล่า

หลักการนี้ใช้กับการสร้าง ”วีซ่ากองถ่ายหนัง”ด้วยเลยดีไหม

เคยมีมาแล้วที่กองถ่ายหนังต่างประเทศเข้ามาถ่ายกันแล้วมีคนแจ้งตำรวจจับฐานไม่มีใบอนุญาตทำงาน

โน่นล่ะครับ ทั้งดาราดังต่างประเทศและผู้กำกับต่างชาติที่มีชื่อชั้นถูกควบคุมตัวไปนั่งในห้องควบคุมรวมกับผู้ต้องสงสัยเดินยา ลักทรัพย์

นี่แหละครับกฏหมาย”ต่างกรม”ซึ่งส่วนมากมุ่งสร้างความสะดวกให้กรม เน้นควบคุม เน้นป้องกัน ซึ่งย่อมไม่ผิดปกติอะไร

แต่สิ่งที่ต้องเร่งเติมคือ”กฏหมายกลาง ”ที่ทุกหน่วยสามารถใช้ร่วมกัน และมุ่งลดภาระให้ประชาชนและธุรกิจที่จะสร้างการเติบโตของไทย

กฏกติกาอะไรที่รุงรัง ไม่อาจบังคับใช้ได้ หรือมีแล้วจุกจิกเกินไปก็ควรหั่นออกหรืออย่างน้อยก็ลดระดับชั้นของกฏนั้นลงให้อยู่ในระดับที่แก้ไขปรับปรุงได้ง่ายๆ ไม่ต้องเอะอะก็ต้องรอคิวยาวเพื่อเข้าสภาลูกเดียว เสียเวลาบ้านเมืองเปล่าๆ

ถ้าทำได้ เราจะได้ทันต่อกาลสมัยขึ้นอีก
แถมจะได้นักลงทุนนานาชาติเข้ามาเติมพลังให้เศรษฐกิจไทยอีกด้วย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
สมาชิกวุฒิสภา
อดีตกรรมการพัฒนากฏหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา
อดีตประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)

http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/64_P420.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...