โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โควิดระลอก 3 ตัวแปรยอดขายรถยนต์ในไทยปี 64 ติดลบ 1.5%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 11 พ.ค. 2564 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 08.23 น.
Auto-Mobile

​ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 3 จะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศไตรมาส 2 ปี 2564 มีจำนวน 150,000-155,000 คัน ลดลงจาก 189,093 คัน ในไตรมาสแรก หรือหดตัว 18.0-20.7%  นอกจากนี้ การขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ของค่ายรถยนต์บางค่าย ยังอาจทำให้การผลิตและส่งมอบรถยนต์ล่าช้าออกไป  ในไตรมาส 3 คาดว่าตลาดรถยนต์ในประเทศจะมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการกระจายวัคซีนที่คาดว่าจะทำได้มากขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ประกอบกับสถานการณ์การขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าจะกลับมาปกติ ส่งผลให้มียอดขาย 195,000-212,000 คัน หรือขยายตัว 27.9%-39.0% จากไตรมาส 2 ส่วนในไตรมาส 4 มีโอกาสที่ยอดขายรถยนต์จะขยับสูงขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ 246,000-264,000 คัน หรือขยายตัว  20.9- 29.7%  จากไตรมาส 3  โดยมีตัวแปรสำคัญคือการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนให้กระจายอย่างทั่วถึงโดยเร็ว   


สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 ยอดขายรถยนต์ในประเทศน่าจะอยู่ที่ 780,000 - 820,000 คัน หรือขยายตัว -1.5% ถึง 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว   โดยมองว่ากลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อหลักเป็นกลุ่มรายได้ปานกลางลงไปซึ่งได้รับผลกระทบด้านรายได้ค่อนข้างมาก  
ในส่วนของการส่งออกรถยนต์ในปี 2564 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมาก หลังประเทศคู่ค้าหลักของไทย รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดีขึ้น ประกอบกับค่ายรถญี่ปุ่นบางค่ายปรับสายการผลิตให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออกไปประเทศต่างๆ รวมถึงส่งกลับญี่ปุ่น คาดว่าหากสถานการณ์โควิดในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลักของไทยไม่กลับไปรุนแรง การผลิตรถยนต์รวมของไทยในปี 2564 จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านคัน หรือขยายตัวไม่น้อยกว่า 26.0% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...