โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

​ธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร? ทำไมหลายประเทศเลือกใช้แทนธนบัตรกระดาษ

BT Beartai

อัพเดต 24 พ.ค. 2564 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 09.49 น.
​ธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร? ทำไมหลายประเทศเลือกใช้แทนธนบัตรกระดาษ

​แม้ว่ากระบวนการ e-payment จะเฟื่องฟูมากในปัจจุบัน แต่หลายประเทศยังคงมีความต้องการใช้ธนบัตรในระดับสูง อาทิ อังกฤษ, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เม็กซิโก และแคนาดา ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ จึงมีการพัฒนารูปแบบและคุณลักษณะของธนบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธนบัตรของประเทศ โดยหนึ่งในวิธีการคือ ธนบัตรพอลิเมอร์

แล้วธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร? ทำไมหลายประเทศจึงเลือกใช้แทนธนบัตรกระดาษ ดร.ไพโรจน์ บาลัน ฝ่ายกลยุทธ์และบริหารกิจการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้คำตอบไว้แล้ว

ธนบัตร 50 ปอนด์ของอังกฤษ ซึ่งจะออกใช้ในวันที่ 23 มิถุนายน 2564

ธนบัตรพอลิเมอร์คืออะไร

ธนบัตรพอลิเมอร์ ใช้วัสดุพลาสติกสังเคราะห์ประเภท Biaxially Oriented Polypropylene (BOPP) โดยในกระบวนการผลิตวัสดุพอลิเมอร์ประเภทนี้ จะใช้แรงดึงฟิล์มพลาสติกในสองทิศทาง ทำให้ได้วัสดุที่ทนทานและโปร่งแสง

กระบวนการผลิตวัสดุพอลิเมอร์จะใช้แรงดึงฟิล์มพลาสติกในสองทิศทาง ทำให้ได้วัสดุที่ทนทานและโปร่งแสง Photo by Fabiola Iñiguez-Franco / Researchgate

4 คุณสมบัติเด่นของธนบัตรพอลิเมอร์

1. ความสะอาด

ธนบัตรพอลิเมอร์มีความทนทานต่อความชื้นและสิ่งสกปรกได้ดี จากกรณีศึกษาในประเทศต่าง ๆ พบว่าธนบัตรพอลิเมอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 2.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับธนบัตรกระดาษ โดยการออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์จะช่วยยกระดับคุณภาพธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียนให้ใหม่และสะอาดมากยิ่งขึ้น แม้ในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น อย่าง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็เลือกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์

ธนบัตร 1 ริงกิต ของประเทศมาเลเซีย
ธนบัตร 2 ดอลลาร์ ของประเทศสิงคโปร์

2. ความทนทาน

เทคโนโลยีในการผลิตธนบัตรพอลิเมอร์ได้มีพัฒนาการไปอย่างมากในช่วง 10-20 ปี ที่ผ่านมา โดยในส่วนของวัสดุพอลิเมอร์ได้มีการปรับปรุงให้มีความทนทานและพิมพ์ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ เครื่องจักร เทคโนโลยีในการพิมพ์ และการเคลือบผิวธนบัตรหลังการพิมพ์ก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหมึกพิมพ์และสารเคลือบสำหรับการผลิตธนบัตรพอลิเมอร์ก็มีการปรับปรุงจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ซึ่งตัวเลขที่บ่งบอกถึงความทนทานของธนบัตรพอลิเมอร์ได้ดีคือ ต้นทุนในการผลิตและจัดซื้อธนบัตรพอลิเมอร์ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา

3. ความปลอดภัยจากการปลอมแปลง

ธนบัตรพอลิเมอร์สามารถออกแบบให้มีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงที่หลากหลาย และปลอมแปลงได้ยากกว่าธนบัตรกระดาษ โดยในระยะ 10-20 ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาของเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงไปเป็นอย่างมาก จากกรณีศึกษาในหลาย ๆ ประเทศ พบว่าการออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์มีผลทำให้สถิติการปลอมแปลงธนบัตรลดลงได้อย่างชัดเจน

4. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

จากผลการศึกษาของประเทศแคนาดาและประเทศอังกฤษ พบว่า คาร์บอนฟุตพรินต์ (Carbon Footprint) จากการผลิตธนบัตรทดแทน การขนส่งและกระจายธนบัตร การทำลายธนบัตรที่เสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งานของธนบัตรพอลิเมอร์นั้นน้อยกว่าธนบัตรกระดาษ เนื่องจากธนบัตรพอลิเมอร์นั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าธนบัตรกระดาษเป็นอย่างมากนั่นเอง

ประเทศไหนบ้างที่ใช้ธนบัตรพอลิเมอร์

สำหรับความเป็นมาของธนบัตรพอลิเมอร์เริ่มต้นใน ค.ศ.1988 ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีการผลิตและออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์อย่างต่อเนื่อง โดยจุดประสงค์ในการเริ่มต้นใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ของประเทศออสเตรเลียคือ ต้องการต่อต้านการปลอมแปลงธนบัตร เนื่องจากธนบัตรพอลิเมอร์สามารถต่อต้านการปลอมแปลงได้หลากหลายมากกว่าธนบัตรกระดาษ

ธนบัตร 10 ดอลลาร์ ของประเทศออสเตรเลีย ในปี 1988 ซึ่งเป็นธนบัตรพอลิเมอร์รุ่นแรกของโลก

นับจากนั้นเป็นต้นมา ธนบัตรพอลิเมอร์ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงทศวรรษ ค.ศ.1990-1999 หลายประเทศได้ออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ออกใช้เป็นธนบัตรที่ระลึก หรือออกใช้เฉพาะในบางชนิดราคา อาทิ มาเลเซีย, โรมาเนีย, บรูไน

ต่อมาในช่วงทศวรรษ ค.ศ.2000-2009 หลายประเทศได้ออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์เป็นธนบัตรหมุนเวียน เช่น มาเลเซีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, อิสราเอล และเม็กซิโก ในปัจจุบัน ธนบัตรพอลิเมอร์เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษ สก็อตแลนด์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เม็กซิโก, แคนาดา, ชิลี และซาอุดิอาระเบีย

ขอบคุณข้อมูลและภาพธนบัตรจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย
Cover Photo by KStudio / Freepik

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...