ต้านโรงงานไก่พันล้านเซนทาโก ชาวสระบุรีหวั่นพิษน้ำเสีย
เครือเซนทาโกกว้านซื้อที่ 300 ไร่ อ.เมือง สระบุรี เตรียมขึ้นโรงงานเชือดไก่-แปรรูปครบวงจรหลายพันล้านท้าชน ซี.พี. “ชุมชนหนองยาว-ปากข้าวสาร” รุมค้านหวั่นก่อมลพิษกลิ่นเหม็น-น้ำเสีย จี้กระทรวงอุตฯ เร่งตรวจสอบด่วน ด้าน “สยามเซ็นทาโกฯ” แจงดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน
“สยามเซ็นทาโกฯ” บุกสระบุรี
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากที่บริษัท สยามเซ็นทาโกฟาร์ม จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการปศุสัตว์ครบวงจร ได้ยื่นหนังสือถึง อบต.ตำบลปากข้าวสาร และ อบต.ตำบลหนองยาว ลงวันที่ 15 พ.ย. 2562 เพื่อขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานฆ่าและชำแหละเนื้อไก่ โรงงานผลิตอาหารแปรรูป และอาหารปรุงสุกจากเนื้อไก่ และอาหารสำเร็จรูป โรงงานผลิตขนป่น โรงงานบำบัดน้ำเสีย และกิจการอื่น ๆ บนเนื้อที่รวมประมาณ 287 ไร่ 2 งาน 54 ตารางวา ซึ่งถือเป็นการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ ทำให้ขณะนี้ทางชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบ จึงมีความกังวลต่อผลกระทบทั้งด้านปัญหาของกลิ่นและน้ำเสีย จึงมีการรวมตัวกันยื่นเรื่องคัดค้านต่อหน่วยงานต่าง ๆ
นายประทีป นิลมูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณตำบลหนองยาว และตำบลปากข้าวสาร ประมาณ 1,000 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อคัดค้าน และขอความเป็นธรรมไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.สระบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองยาว นายอำเภอเมือง และล่าสุดได้ส่งหนังสือถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ช่วยตรวจสอบกรณีบริษัท สยามเซ็นทาโกฟาร์ม จำกัด ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานฆ่าและชำแหละเนื้อไก่ และอื่น ๆ บนพื้นที่รวมเกือบ 300 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนรอบพื้นที่โรงงานเกรงว่าจะได้รับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสียและกลิ่นเหม็นรุนแรง
“เพราะบริเวณที่จะตั้งโรงงานอยู่ห่างจากลำห้วยหนองยาว ซึ่งใช้เป็นแหล่งน้ำสายหลักในการผลิตประปาหมู่บ้านเพียง 100 เมตร และลำห้วยหนองยาวเชื่อมต่อไปถึงคลองระพีพัฒน์ อำเภอหนองแค ถือเป็นเส้นเลือดสายหลักหล่อเลี้ยงชาวบ้านในการอุปโภคบริโภค ทำนาข้าว พืชผัก ถึง 3 ตำบล คือ หนองยาว ปากข้าวสาร และหนองขมิ้น ซึ่งมีประชากรใช้ประโยชน์รวมกันเกือบ 30,000 คน”
ชุมชนหวั่นปัญหาน้ำเสีย
นายประทีปกล่าวว่า บริเวณที่ตั้งโรงงานอยู่ติดริมถนนพหลโยธิน ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 102-103 อยู่ห่างจากใจกลางเมืองสระบุรีเพียง 2.5 กม. กินพื้นที่ 2 ตำบล คือ หนองยาว และปากข้าวสาร โดยมีนายหน้าเข้ามากว้านซื้อที่ดินให้บริษัทตั้งแต่ช่วงปี 2559 จำนวน 31 แปลง ปัจจุบันจ่ายเงินมัดจำไว้แล้วประมาณ 30% โดยพื้นที่ดังกล่าวเหมือนพื้นที่ไข่แดง ล้อมรอบไปด้วยชุมชนที่อยู่กันมากว่า 100 ปี รวมทั้งหมู่บ้านจัดสรร โรงเรียน วัดหลายแห่งอยู่รายล้อม หากมีกลิ่นเหม็นจะกระจายไปทั่วถึงหมดในรัศมี 500 เมตร
นายประทีปกล่าวว่า หนังสือที่ยื่นไปหน่วยงานต่าง ๆ เงียบหมด ยกเว้น อบต.หนองยาว ตอบกลับมาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 62 ว่า บริษัทยังไม่ได้ขออนุญาตตั้งโรงงานไก่ แค่ขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ระหว่างการดำเนินการซื้อเท่านั้น แต่จากหนังสือหัวกระดาษ บริษัท สยามเซ็นทาโกฟาร์ม จำกัด ส่งถึงนายก อบต.หนองยาว ลงวันที่ 15 พ.ย. 2562 ระบุชัดเจนเรื่องขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานฆ่าและชำแหละเนื้อไก่ โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป และโรงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน เพียงแต่ท้ายจดหมายระบุว่า โครงการดังกล่าวใช้เงินลงทุนสูง จึงขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินที่อยู่ระหว่างดำเนินการซื้อ
ชี้ รง.ไก่ไม่ต้องทำ EIA
นายนพดล ชีวะอิสระกุล อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัท สยามเซ็นทาโกฟาร์ม อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพื้นที่จัดตั้งโรงงาน โดยในส่วนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ได้มีการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริษัทยังไม่ได้มีการยื่นเอกสารขอจัดตั้งโรงงานหรือติดต่อใด ๆมาที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งการขอจัดตั้งโรงงานนั้น ทางบริษัทต้องมีการยื่นแบบปลูกสร้างอาคาร หรือ อ.1 ไปยัง อบต.ทั้ง 2 ตำบล และจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอจัดตั้งโรงงานมายังอุตสาหกรรมจังหวัดได้
“สำนักงานมีหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ว่าสามารถตั้งโรงงานได้หรือไม่ โรงงานจะส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ และเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอีกรอบ สำหรับพื้นที่ก่อสร้างซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวสามารถขออนุญาตได้ เพราะบริษัทจะตั้งเป็นโรงงานแปรรูปอาหาร จึงไม่ต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)”
ยักษ์เล็กท้าชนยักษ์ใหญ่
แหล่งข่าวจากวงการส่งออกไก่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัท สยามเซ็นทาโกฟาร์ม จำกัด เป็นบริษัทในเครือเซนทาโก ของนายพงษ์ เหล่าวรวิทย์ ก่อตั้งมาประมาณ 50 ปีแล้ว มีโรงงานอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เป็นทั้งผู้เลี้ยงและผลิตพันธุ์ไก่เนื้อ และสุกร ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไก่เนื้อประมาณ 1.5 แสนตัวต่อวัน ถือเป็นโรงงานขนาดกลาง ทำตลาดภายในประเทศ ประมาณ 70% และส่งออกประมาณ 30% ไปประเทศญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเอเชีย มียอดส่งออกประมาณ 17,000-18,000 ตันต่อปี แผนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ จ.สระบุรี ถือเป็นการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนตัวต่อวัน และมีแผนจะลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่ที่ ต.หินกอง จ.สระบุรี
“ในอดีตเมื่อ 50 ปีก่อน เครือเซนทาโกถือเป็นบริษัทที่มียอดการผลิตไก่เนื้อติดใน TOP 4 ของประเทศไทย โดยเบอร์ 1 เครือ ซี.พี. เวลานั้นมียอดเชือดไก่ 2-3 แสนตัวต่อวัน เครือเซนทาโกมียอดเชือดไก่ 80,000-9,000 ตัวต่อวัน การขยายกำลังการผลิตครบวงจรในพื้นที่ 300 ไร่ ที่ จ.สระบุรี เหมือนเป็นการท้าชนเครือ ซี.พี. ยักษ์ใหญ่ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตไก่เนื้อ 8 ล้านตัวต่อวัน และมีโรงงานเชือดไก่ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี”
เอกชนยันเดินตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจได้ติดต่อไปยังบริษัท สยามเซ็นทาโกฯ ได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานฆ่าและชำแหละเนื้อไก่ โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปไปแล้ว ตามขั้นตอนของกฎหมาย ได้ทำหนังสือส่งไปถึงผู้นำชุมชน ทั้งกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในชุมชนที่ตั้งโรงงาน เพื่อทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นคนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการทำหนังสือตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ เพียงแต่เห็นชาวบ้านบางส่วนคัดค้าน
ขณะนี้ทางบริษัทอยู่ระหว่างรอคำตอบอย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้เดินขั้นตอนต่อไป คือ ยื่นเรื่องให้อุตสาหกรรมจังหวัด กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อขอตั้งโรงงานต่อไป ทั้งนี้ การที่บริษัทลงทุนก่อสร้างโรงงานระดับหลายพันล้านบาท ต้องดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน ถ้าไม่ทำตามกฎหมาย ทางหน่วยราชการคงไม่อนุญาต ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาโรงงานเชือดไก่ที่รังสิตไม่เคยมีปัญหากับชุมชน และมีการปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วลงคลองหนึ่ง ซึ่งน้ำที่ปล่อยจากโรงงานยังสะอาดกว่าน้ำเสียที่ชุมชนปล่อยทิ้งกัน