โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผลการศึกษาชี้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยโควิด-19

TODAY

อัพเดต 23 พ.ค. 2563 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2563 เวลา 15.15 น. • Workpoint News

วันที่ 23 พ.ค.63 บีบีซีรายงานว่า Lancet วารสารการแพทย์ชื่อดัง ได้เปิดเผยผลการศึกษาจากการติดตามผลการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 96,032 รายจากโรงพยาบาล 671 แห่งทั่วโลก โดยพบว่าการรักษาด้วยยาไฮดรอกซีคลอโรควินหรือยาคลอโรควิน นั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ป่วยที่รับยาไฮดรอกซีคลอโรควิน (Hydroxychloroquine) อย่างเดียว 2.กลุ่มผู้ป่วยที่รับยาคลอโรควิน (chloroquine) อย่างเดียว 3.กลุ่มผู้ป่วยที่รับยามาลาเรียร่วมกับยาปฏิชีวนะอื่นๆ และ 4.กลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาชนิดอื่นๆ

ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่รับการรักาด้วยยาไฮดรอกซีคลอโรควินและยาคลอโรควินชนิดอื่นๆ มีแนวโน้มเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ และมีอัตราความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยยาชนิดอื่น โดยยาไฮดรอกซีคลอโรควินมีความเสี่ยง 18% และยาคลอโรควินมีความเสี่ยง 16% ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยตัวยา 2 ชนิดนี้ มีอัตราความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตอยู่ที่ 9%

โดยก่อนหน้านี้ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เผยว่า ตนได้รับประทานยาไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquin) เป็นประจำทุกวัน และชี้ว่านี่อาจเป็นวิธีการรักษาโรคโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ทางด้านนายคาลัม เซมเปิล ศาสตราจารย์ด้านสุขภาพเด็กและยารักษาโรคระบาดแห่งมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล กล่าวว่า “คลอโรควินจัดเป็นยาต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่ใช้ยารักษาโรคเบาหวานแบบจำเพาะ เนื่องจากมันจะไปลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรุนแรง และอาจเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้นเราจะต้องสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ เราไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคที่มีความรุนแรง”

คำเตือนของ ศ.เซมเปิล สอดคล้องกับ คำเตือนขององค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ได้ออกมาเตือนว่าการใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินหรือคลอโรควิน สำหรับโรคโควิด-19 ที่ระบุว่า “ยังไม่มีรายงานที่แสดงว่าไฮดรอกซีคลอโรควินและคลอโรควินปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกันไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ยาทั้งสองตัวยังอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพทางคลินิกเพื่อใช้ในการรักษาไวรัสโควิด-19”

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...