รู้งี้ไม่มีหาย! เทคนิครับมือ น้องหมากลัวเสียงพลุ-ประทัด ลอยกระทงนี้ไม่มีเตลิด
จากสถิติหลายปีที่ผ่านมาพบว่า ในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ มักจะมีสุนัขจำนวนมากวิ่งหายออกจากบ้าน บางตัวหาทางกลับบ้านไม่ได้ บางตัวก็โชคร้ายกลายเป็นสุนัขไร้บ้าน หนักสุดก็เกิดอุบัติเหตุต่างๆ จนบาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการตกใจเสียงพลุ และประทัดในบริเวณใกล้เคียง
เป็นที่ทราบกันดีว่า "สุนัข" นั้นมีประสาทการรับรู้ที่ไวกว่ามนุษย์ในหลายๆ ด้านโดยเฉพาะ ประสาทสัมผัสในการได้ยินดีกว่าคนเป็นร้อยเท่า วึ่งไม่แปลกใจเลยที่สุนัขจะตกใจกับเสียงพลุ ประทัด ฟ้าร้อง เพราะมันไม่สามารถแยกแยะได้ว่า นั่นคือภัยร้าย หรือการเฉลิมฉลองกันแน่
จึงไม่ใช่แปลกที่สุนัขเหล่านั้นจะพยายามเข้าบ้าน แอบใต้โซฟา ใต้โต๊ะใต้ตู้ แอบในที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่บางตัวก็โชคไม่ดีหนีเตลิดออกจากบ้าน สุดท้ายก็จบลงที่ว่าหลงทาง หาทางกลับไม่ได้
การที่น้องหมาเจอเสียงดัง และดังต่อเนื่องนานๆ อาจทำให้สุนัขเกิดอาการ 'โฟเบีย' กลัวเสียงดังได้เช่นกัน จากที่ไม่มีนิสัยขี้วิตกหรือขี้กลัว ร่าเริงปกติ กลายเป็นสุนัขที่ไห้ยินเสียงดังเมื่อไหร่ ก็จะเกิดอาการตื่นตัวตกใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ในบางตัวก็อาจจะเครียดจนส่งผลต่อสุขภาพได้
เพื่อความปลอดภัยของน้องหมาที่เรารักแล้วละก็ วันนี้เรามีวิธีรับมือกับน้องหมาที่กลัวเสียงดังมาฝากกัน ทุกคนสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับทั้งตัวเอง และตัวน้องหมาได้เลย
ติดป้ายชื่อ - ไอเทมนี้สำคัญมากไม่ใช่เฉพาะวันที่จะเกิดเสียงดังอย่างเดียว แต่สำคัญสำหรับน้องหมาทุกตัว เราไม่มีทางทราบได้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราควรทำป้ายชื้อพร้อมเบอร์โทรเจ้าของให้พวกมันห้อยติดตัวไว้ อย่างน้อยถ้าเกิดหลงทางไป มีคนใจดีเจอเข้าจะได้ติดต่อกับเจ้าของเพื่อให้มารับกลับบ้านได้
พาเข้าบ้านจำกัดพื้นที่ - เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดไม่เสียเวลา และไม่ต้องพยายามมากในการดูแล เพียงแค่เราหาห้อง หรือถ้าเป็นกรงก็ควรอยู่ในห้องอีกที เพื่อจะได้ป้องกันเสียงดังเข้ามาในห้อง ตรวจสอบให้ดีว่าห้องปิดมิดชิด ปิดหน้าตา ปิดผ้าม่าน ไม่ให้น้องหมาเห็นบรรยากาศภายนอก เตรียมของเล่น ผ้าห่มที่พวกมันคุ้นเคยไว้สำหรับซุกนอนหรือหลบซ่อนตัว
ทำให้สงบ - หากไม่สามารถหาพื้นที่ได้ เราก็ต้องสร้างความรู้สึก สงบและมั่นคงปลอดภัยให้แก่พวกเขา หลีกเลี่ยงการสร้างแรงกระตุ้นเร้าให้ยิ่งหวาดกลัว ไม่พยายามที่จะปลอบประโลม เพราะจะทำให้มันเรียกร้องความสนใจ วิตกกังวลและหวาดกลัวมากขึ้น
แต่ให้ใส่สายจูงที่มีสายรัดอก นั่งอยู่ข้าง ๆ ลูบหรือกอดบริเวณอกหรือไหล่ หาผ้าที่พวกเขาคุ้นเคยคลุมร่างกายไว้ หากน้องหมาเริ่มสงบ ให้ค่อย ๆ เดินออกมาอย่างเงียบ ๆ ให้พวกเขารู้สึกว่าสามารถอยู่ได้ลำพัง
สัมผัสบำบัด - เข้าไปนั่งใกล้ ๆ อย่างสงบ จากนั้นวางมือที่บริเวณหัวไหล่หรือหน้าอกของน้องหมานิ่ง ๆ หรือลูบขึ้นลงแบบช้าๆ ในตอนแรกพวกมันอาจจะยังตื่นอยู่ แต่สักพักมันจะค่อยๆสงบลงถ้าเป็นไปได้ให้เปิดเพลงดนตรีเบา ๆ ใช้กลิ่นบำบัดก็จะช่วยได้มากขึ้น
พาไปออกกำลังกาย - หากเรารู้ล่วงหน้าว่าภายในวันนั้นจะมีการส่งเสียงดัง จุดพลุ หรือ ประทัด ให้เราพาน้องหมาไปออกกำลังกายตอนเย็นเพื่อเผาผลาญพลังงาน และรู้สึกเหนื่อย พอถึงเวลาจุดพลุ น้องหมาก็จะตื่นตัวน้อยลง สงบมากขึ้น และควบคุมตัวเองได้ดีเพราะสูญเสียพลังงานไปกับการออกกำลังกายเรียบร้อยแล้วนั่นเอง
ฝึกให้ชิน และไม่กลัวเสียงดัง - การฝึกให้น้องหมาได้คุ้นชินนั้น เพื่อทำให้พวกมันมั่นใจว่าเสียงเหล่านั้นไม่ทำอันตรายนั่นเอง จะต้องคอยฝึกพวกเขาบ่อย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างสม่ำเสมอจนพวกเขาเคยชินกับเสียงและไม่กลัว วิธีนี้เป็นการวิธีแก้ไขปัยหาแบบระยะยาวและต้องใช้เวลาพอสมควร
เริ่มจากการหาเสียงพลุ หรือเสียงฟ้าร้อง ปิดประตูและห้องให้สนิทป้องกันการหลบหนี จากนั้นก็ให้เปิดเสียงเหล่านั้นเบา ๆ ดูอาการ ถ้าน้องหมาร้อง หรือจะหนีออกจากห้อง ไม่ควรรีบปิดเสียงหรือโอ๋น้องหมา แต่ให้เปิดเสียงต่อไป แล้วทำเป็นไม่ใส่ใจ
ให้พวกมันได้รับรู้ว่า ถึงมีเสียงเกิดขึ้นก็ไม่มีอันตรายอะไร เปิดสัก 10 นาที แล้วปล่อยให้ไปพัก ควรฝึกอย่างนี้เป็นประจำแล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับความดังของเสียงให้มากขึ้นทีละนิด จนน้องหมาตื่นตกใจน้อยลง
ใส่เสื้อให้ - ว่ากันว่าเป็นวิธีที่ได้ผลแบบชะงักนัก เพียงแค่เราใส่ Thundershirt เป็นเสื้อสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ถูกออกแบบให้รัดกระชับตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้รู้สึกปลอดภัยเสมือนโดนโอบกอดอยู่ตลอดเวลา สามารถหาซื้อได้จากขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง หรือจะ D.I.Y ทำเองก็ได้ เพียงใช้ผ้าพันรอบตัวน้องหมาบริจุดที่น้องหมาไวต่อความรู้สึกอย่างหน้าอก ใต้ท้อง และส่วนบริเวณไหล่
สอนทำ Thundershirt
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเสียงดังต่างๆเงียบลง ควรให้คำชมแก่น้องหมา และให้ขนมเป็นรางวัล ก่อนปล่อยพวกเขาออกมา เท่านี้ก็เป็นการช่วยให้น้องหมารู้สึกมั่นใจและปลอดภัยแล้วว่า ถ้าอยู่ตรงนี้จะไม่มีอันตรายเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีป้องกันไม่ให้เหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรักหนีเตลิดออกจากบ้าน เพราะเสียงดังเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราไม่ควรละเลย และปล่อยให้พวกมันเผชิญความกลัวอย่างโดดเดี่ยว