โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แอมเวย์ รุกทุกมิติ ย้ำเบอร์ 1 ขายตรง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2566 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2566 เวลา 00.47 น.
ทศพร นิษฐานนท์

สัมภาษณ์พิเศษ

ผลพวงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้จะทำให้ธุรกิจขายตรงที่มีมูลค่าตลาดรวมหลายหมื่นล้านบาทต้องตกอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากบรรดานักธุรกิจไม่สามารถที่จะจัดประชุมสัมมนาเพื่อรีครูตสมาชิกใหม่และสาธิตสินค้าได้ และทำให้หลายบริษัทต้องปรับตัวด้วยการหันมาเน้นการขายและรับสมัครสมาชิกใหม่ผ่านออนไลน์แทน

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสนทนากับ “ทศพร นิษฐานนท์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้บุกเบิกตลาดขายตรงรุ่นแรก ๆ ในเมืองไทย พร้อมกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและนโยบายการดำเนินงานหลังจากโควิดคลี่คลายลง ดังนี้

Q : การดำเนินงานในแง่ยอดขายหรือรายได้ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

6 เดือนที่ผ่านมา เรา flat โดย 1-2 ปี ในช่วงโควิด เราย่อตัวเล็ก ๆ แต่ว่าดีกว่าตลาดในภาพรวม แต่ว่าตอนนี้เราเริ่มกลับมาหาโมเมนตัม ปี 2566 นี้ น่าจะกลับมา on par จุดที่ไม่บวกไม่ลบก่อน ซึ่งปีก่อนหน้านี้ยอดขายรวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 18,000-19,000 ล้านบาท แล้วเดี๋ยวค่อยวิ่งต่อขึ้นในปีหน้า ซึ่งเคยทำยอดขายสูงสุดที่ 20,000 ล้านบาท ในช่วงก่อนโควิด

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สัญญาณหลาย ๆ อย่างน่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งครึ่งปีหลัง จริง ๆ เราเห็นโมเมนตัมเยอะมาก บรรยากาศในภาพรวมก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

Q : ช่วงหลัง ๆ มานี้ โดยเฉพาะช่วงโควิด ยอดขายในช่องทางออนไลน์เติบโตมากขึ้น

ตอนนี้สำหรับแอมเวย์เอง ออนไลน์ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 53% จากช่วงแรกเมื่อสัก 3 ปีที่ผ่านมา เป็นการขายผ่านเว็บไซต์ แล้วเปลี่ยนมาเป็น application จากเมื่อก่อนสัก 20% แต่ตอนนี้เกินกว่าออฟไลน์แล้ว ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่น่าเชื่อ เพราะว่าธุรกิจขายตรงน่าจะเป็น face to face ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด มีบางช่วงที่ช็อปปิด ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้ accelerate (เร่งความเร็ว) การใช้ออนไลน์ขึ้นมา แล้วไม่ลดลงเลย หลังโควิดตัวเลขก็ยังค่อย ๆ ขึ้นมาทีละนิดทีละหน่อย

เช่นเดียวกับในแง่ใบสมัครใหม่ ตอนนี้ 75% ก็มาจากออนไลน์ จากก่อนต้องไปสมัครที่ Amway Shop เดี๋ยวนี้เข้าระบบแล้วก็กดส่งผ่านโทรศัพท์ ก็สมัครนักธุรกิจใหม่ สมัครสมาชิกใหม่ได้

ขณะเดียวกัน วิธีการทํางานก็เปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้นักธุรกิจจะใช้การประชุมผ่าน zoom จากเมื่อก่อนที่จะประชุมกันที่ center เหมือน community ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งของการประชุมผ่านซูม ก็คือ ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมาก และทำ (ประชุม) ที่ไหนก็ได้ เมื่อก่อนต้องเดินทางมาเจอกัน ตอนนี้ก็อยู่กรุงเทพฯ จะจัดประชุมให้เชียงใหม่ ให้หาดใหญ่ ทำได้หมดเลย

โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สำหรับแอมเวย์ เป็นช่วงของการ invest เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต เช่น เรื่อง platform เรื่องพาร์ตเนอร์กับดิสทริบิวชั่น เช่น มีการร่วมกับเซเว่นอีเลฟเว่น สำหรับให้ลูกค้ารับสินค้าที่สาขากว่า 10,000 สาขา กับเคอรี่ 1,000 กว่าสาขา เป็นการคอลแลบส์กับพาร์ตเนอร์ แทนที่จะเป็นส่งอย่างเดียวไปที่บ้าน ก็อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเลือกรับได้ด้วย

Q : ตอนนี้ตลาดขายตรงเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก

จากสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อนยอดขายส่วนใหญ่เกือบ 100% จะอยู่ที่ Amway Shop ซึ่งเรามีอยู่ประมาณ 82 สาขา แต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 50% ส่วนอีก 50% มาจากออนไลน์

ขณะเดียวกัน Amway Shop ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนมาทําหน้าที่ใหม่ในการเป็น community และตอนนี้ Amway Shop สาขาที่มีพื้นที่มาก จะเปิดเป็น Amway Cafe ให้เป็นที่ที่คนไปเจอกัน เวลาเขาจะสปอนเซอร์กัน ขณะเดียวกันก็เริ่มเอากิจกรรมต่าง ๆ ไปจัดที่หน้าช็อป ให้ความรู้ ทั้งมุมธุรกิจ ทั้งมุมสินค้า

และในส่วนของ Amway Cafe ก็จะเน้นจำหน่ายเครื่องดื่มของแอมเวย์ และเปลี่ยนไปตามการลอนช์สินค้ารายใหม่ ยกตัวอย่าง ที่สํานักงานใหญ่ (รามคําแหง) ที่ปรับให้เปลี่ยนไปเป็นคาเฟ่ที่วัยรุ่นต้องเช็กอิน นอกจากกาแฟเครื่องดื่ม ก็มีสลัด มีแซนด์วิช มีเครื่องดื่ม มีกาแฟ แล้วก็เป็นจุดที่ไปทําธุรกิจก็ได้ อันนี้เป็นต้นแบบ แล้วคอนเซ็ปต์นี้ก็จะค่อย ๆ ขยาย ตอนนี้มีประมาณ 20 แห่ง และทุก ๆ ปีก็จะขยายสัก 10 สาขาโดยประมาณ

Q : จากนี้ไป แอมเวย์วางยุทธศาสตร์ในการรุกตลาดอย่างไร

แอมเวย์มีสินค้าอยู่มากกว่า 250 รายการ แต่ 70% เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ “นิวทริไลท์” (Nutrilite) ซึ่งแข็งแรงมาก แล้วเป็นตัวเลขที่แอมเวย์ทั่วโลกอิจฉา นอกจากนี้ก็มีหมวดบิวตี้ ภายใต้แบรนด์อาร์ทิสทรี (Artistry), เพอร์ซันนอลแคร์ อาทิ จีแอนด์เอช (G&H) ซาทินิค (Satinique) ประมาณ 15% นอกนั้นก็มีเครื่องกรองน้ำอีสปริง (eSpring) เครื่องกรองอากาศแอทโมสเฟียร์ (Atmosphere) ราว ๆ 10% ที่เหลืออื่น ๆ 5% มีสินค้าเกษตรนิวทริแพลนท์ (Nutriplant) โฮมแคร์ แอมเวย์โฮม (Amway Home)

จริง ๆ แล้วตลาดวิตามินอาหารเสริมเป็นตลาดที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเลขน่าจะสักประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งแอมเวย์เองก็แข็งแกร่งในตลาดนี้ เป็นเบอร์หนึ่งในวิตามินอาหารเสริม ยุทธศาสตร์ล่าสุด คือ อยากจะเจาะใหญ่กว่า 7 หมื่นล้านบาทนี้ คือ 3 แสนล้านของตลาด health and wellness ซึ่งจะรวมถึงเครื่องกรองน้ำ กรองอากาศ เฮลตี้แอนด์บิวตี้ ซึ่งตลาดใหญ่กว่าเดิม 5 เท่า

แต่ตอนนี้แอมเวย์เพิ่งมีเพียงประมาณ 2% ของภาพรวมทั้งหมด เชื่อว่าเราจะได้ประโยชน์ เพราะว่าปัจจุบันคนไทยหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น คนสูงอายุก็ดูแลอีกแบบ วัยรุ่นก็อีกแบบ ซึ่งจริง ๆ พอร์ตโฟลิโอของเราก็ตอบโจทย์เฮลท์แอนด์เวลเนส ครอบคลุมเกือบทุกด้าน ขณะเดียวกันก็มีสินค้าใหม่ออกมาเป็นระยะ ๆ

ยกตัวอย่าง นิวทริไลท์ โปรตีนที่มียอดขายสูงสุดของแอมเวย์ เมื่อสัก 2 เดือนที่ผ่านมา (พฤษภาคม) เพิ่งเปิดตัวนิวทริไลท์ ออล แพลนท์ โปรตีน พลัส สูตรผสมผงอะโลเวร่าและดูอัลเปปไทด์ หรือเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีกลุ่ม traditional Chinese medicine ออกมา

คือ นิวทริไลท์ เห็ดหลินจือ เฮอร์เบิล พลัส และนิวทริไลท์ จูจูบี้ไนท์ (พุทราจีน) เป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ นอกจากนี้ ยังเจาะตลาดวัยรุ่นที่จะทยอยเปิดตัวต่อเนื่อง โดยจะมีพืชสมุนไพรอื่นเติมเข้ามาเรื่อย ๆ โดยปีนี้จะมี 15 ตัว จากปกติปีหนึ่ง ๆ จะมีประมาณ 10 ตัว

ที่ผ่านมา ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นสินค้าเปิดใจ (affordable product) และเป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ ๆ คือ N* by Nutrilite เป็นคุกกี้ เยลลี่ เครื่องดื่มชาชง จากเดิมที่มีเฉพาะนิวทริไลท์ สมมุติใครอยากที่จะซื้อชุดลดน้ำหนักของนิวทริไลท์ แต่ยังไม่ไหว ก็เริ่มจากตัวนี้ก่อน หรือกรณีของ Artistry ที่เป็นพรีเมี่ยม ก็จะมี Artistry Studio ออกมา ราคาหลักร้อย-พัน เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

รวมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก Plant to Table by Nutrilite เป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากพืชแบบพร้อมทาน เป็นออร์แกนิก ไม่มีเติมน้ำตาล เฮลตี้มาก ๆ ซึ่งปกติผลิตภัณฑ์วิตามิน อาหารเสริม จะไม่มีแบบพร้อมดื่มพร้อมรับประทาน เราเห็นโอกาสและมีการพัฒนาขึ้นมาด้วยทีม R&D ในประเทศไทย และตอนนี้กลายเป็นต้นแบบ ที่แอมเวย์ทั่วโลกต้องมาสั่งออกไปจากเรา

Q : ปีหน้าคาดว่าแอมเวย์น่าจะมีรายได้เกิน 20,000 ล้านบาท

จริง ๆ เรามีการตั้งเป้าระยะยาว สำหรับแอมเวย์ ประเทศไทย จะมียอดขาย 30,000 ล้านบาท ในช่วงที่บริษัทแม่มีอายุครบรอบ 70 ปี คือปี 2029 โดยปีหน้า บริษัทแม่จะมีอายุ 65 ปี หรือนับจากปีนี้ไปก็อีก 6 ปี

สิ่งสำคัญนอกจากสินค้าใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ ที่จะเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มมีการสร้างความพร้อมให้กับนักธุรกิจ หลัก ๆ เป็นการเตรียมความพร้อมใน 2 ด้าน คือ ต้องฝึกให้นักธุรกิจใช้ออนไลน์ให้เป็นก่อน แต่ไม่ใช่แค่ใช้เป็นอย่างเดียว ต้องทําธุรกิจผ่านออนไลน์เป็นด้วย ผ่านโครงการ Amway Creator ซึ่งได้ทํามา 2 ปีแล้ว

เป็นการฝึกให้นักธุรกิจแอมเวย์โพสต์ สร้างแบรนดิ้ง ขายสินค้าที่เขาสามารถทำเองได้ และต้องทําให้ถูกจรรยาบรรณ ถูกกฎ ไม่โอเวอร์เคลม ตลอด 2 ปี มีนักธุรกิจเข้าแคมป์นี้เพื่อฝึกอบรมครั้งละประมาณ 30,000 กว่าคน และอบรมกันทีหนึ่งใช้เวลา 3 เดือน มีการสอนทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ทุกอย่างจะกลับมาหา word of mouth คือ พูดปากต่อปาก คนเชื่อการบอกต่อ และเรื่องนี้ก็กลายเป็นกระแสที่ตอนนี้ แอมเวย์ จากโลกอยากเรียนรู้จากไทย แล้วกลายเป็น direction ของทั้งโลกไปด้วย

อาจจะกล่าวได้ว่า แอมเวย์ ประเทศไทย เป็นผู้บุกเบิกหลายเรื่อง เช่น ลดน้ำหนักเราเป็นเบอร์ 1 ของโลก ยอดขายเราอันดับ 1 ซึ่งแอมเวย์ ประเทศไทย เป็นประเทศที่มียอดขายสูงสุด 5 ประเทศแรกของแอมเวย์ทั่วโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

ตอนนี้แอมเวย์มีมาร์เก็ตแชร์ 31% ของตลาดขายตรง 7-8 หมื่นล้านบาท หรือเป็น 1 ใน 3 ของตลาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...