โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อนอกตีข่าวเลือกตั้งกัมพูชา ตะวันตกปัดส่งผู้สังเกตการณ์ ชี้การเมืองไม่เปลี่ยนแม้ 'ฮุน มาเนต' นั่งนายกฯ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.ค. 2566 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2566 เวลา 07.57 น.
พลเอกฮุน มาเนต ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชาผู้เป็นบุตรชายคนโตของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ชูนิ้วหลังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม (เอเอฟพี)

สื่อนอกตีข่าวเลือกตั้งกัมพูชา ตะวันตกปัดส่งผู้สังเกตการณ์ ชี้การเมืองไม่เปลี่ยนแม้ ‘ฮุน มาเนต’ นั่งนายกฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวกัมพูชาทยอยเดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปที่เริ่มเปิดคูหาเมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม โดยอาจเป็นการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาวัย 70 ปี ที่ปกครองประเทศกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2528 หลังเขาเตรียมที่จะสืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้กับพลเอกฮุน มาเนต ลูกชายคนโตวัย 45 ปีของเขา โดยประชาชนที่มาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งในกรุงพนมเปญให้ความเห็นกับสำนักข่าวบีบีซีว่าพวกเขาคาดว่าพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของสมเด็จฯฮุน เซนจะกวาดเก้าอี้ในสภาได้ทั้งหมด 125 ที่นั่งอีกครั้ง ขณะที่ชาวกัมพูชาวัย 51 ปี กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีหลังออกมาใช้สิทธิท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากที่หน่วยเลือกตั้งว่า ตนไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นใดๆ กับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่มีพรรคฝ่ายค้านคนสำคัญเหลือให้ชิงชัยในการเลือกตั้งเลย

เมื่อเวลา 07.10 น. สมเด็จฯฮุน เซนก็ได้เดินทางมาลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งในจังหวัดกันดาล ไม่ไกลจากกรุงพนมเปญ โดยเขาชูกระดาษลงคะแนนขึ้นให้ทุกคนเห็นและหยอดบัตรเลือกตั้งลงในหีบก่อนที่จะออกจากหน่วยเลือกตั้งเพื่อไปถ่ายภาพและจับมือกับผู้สนับสนุนของเขาโดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับโอกาสที่เขาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาต่อไปอีกสมัย โดยบอกเพียงว่าเขามาใช้สิทธิในการเลือกตั้งเท่านั้น ด้านพลเอกฮุน มาเนตผู้ที่ถูกวางให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของกัมพูชาก็ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วเช่นกัน โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราออกมาใช้สิทธิพลเมืองและความรับผิดชอบและสิทธิที่ประชาชนสามารถลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองที่พวกเขาต้องการให้เข้ามาปกครองประเทศ” อย่างไรก็ดี ฮุน มาเนตปฏิเสธที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเอเอฟพีที่ถามว่าเขาจะทำอะไรบ้างหากขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ทั้งนี้ เงื่อนไขในการขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชามีอยู่ว่า ฮุน มาเนตจะต้องคว้าชัยในการชิงเก้าอี้ในรัฐสภาให้ได้ซึ่งมีโอกาสสูงที่เขาจะทำได้ตามที่หวัง

อย่างไรก็ดี สหภาพยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา และชาติตะวันตกประเทศอื่นๆ ปฏิเสธที่จะส่งผู้สังเกตการณ์มาเกาะติดการเลือกตั้งที่กัมพูชา โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขาดเงื่อนไขที่จะพิจารณาให้เป็นการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม โดยพรรคซีพีพีของสมเด็จฯฮุน เซนลงชิงชัยในการเลือกตั้งอย่างไร้คู่แข่งคนสำคัญ หลังพรรคแสงเทียนซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านคนสำคัญของพรรคซีพีพีของฮุน เซน ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ (เอ็นอีซี) ของกัมพูชา ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ไปตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลว่าทางพรรคยื่นเอกสารไม่ครบ ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ อีก 17 พรรคที่ลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้เกือบทั้งหมดเป็นเพียงพรรคการเมืองเล็กๆ และเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ทำให้ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียงเจ้าหน้าที่จากประเทศรัสเซีย จีน และกินีบิสเซาจากภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก มาร่วมสังเกตการณ์ในการเลือกตั้งกัมพูชา

บรรดาสื่อและนักวิเคราะห์ต่างชาติพุ่งความสนใจไปที่การสืบทอดอำนาจทางการเมืองของสมเด็จฯฮุน เซนไปยังพลเอกฮุน มาเนต โดยล่าสุด สมเด็จฯฮุน เซนได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟีนิกซ์ของจีนที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมว่า ฮุน มาเนต อาจขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกัมพูชาใน 3-4 สัปดาห์ข้างหน้าขึ้นอยู่กับว่าเขาจะทำได้หรือไม่ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ต่างชาติคาดการณ์ว่าการสืบทอดอำนาจดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเทอมของรัฐบาลใหม่เพื่อให้เวลากับฮุน มาเนตในการสร้างความชอบธรรมในสายตาสาธารณชนและบรรดานักการเมืองระดับสูงของประเทศ นายกอร์ดอน โคโนชี่ ผู้ช่วยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลาโทรป ประเทศออสเตรเลียให้ความเห็นว่า การที่ฮุน เซนสืบทอดอำนาจต่อไปให้กับลูกชายของเขาในตอนที่เขายังมีสุขภาพดี ทำให้เขาสามารถปกป้องฮุน มาเนตจากความท้าทายต่างๆ จากภายใน

ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศชี้ว่านโยบายต่างๆ ของกัมพูชาอาจยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ จากสมัยของสมเด็จฯฮุน เซนในทันที แม้กัมพูชาจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อฮุน มาเนตซึ่งจบการศึกษาจากต่างประเทศ นายแอสทริด โนเร็น-นิลส์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศกัมพูชาจากมหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดนกล่าวว่า ทั้งฮุน เซนและฮุน มาเนตจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเขาคิดว่าท่าทีทางการเมืองของกัมพูชาจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก รวมถึงนโยบายด้านการต่างประเทศที่กัมพูชามีความใกล้ชิดกับประเทศจีนมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น โนเร็น-นิลส์สันให้ความเห็นอีกว่า ฮุน มาเนตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการผลัดเปลี่ยนอำนาจจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ในวงกว้าง โดยพรรคซีพีพีเล็งที่จะตั้งนักการเมืองรุ่นใหม่จำนวนมากเข้าไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ

ชาวกัมพูชาผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 9.7 ล้านคน สามารถมาลงคะแนนเสียงได้จนถึงเวลา 15.00 น. และผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจะออกในช่วงค่ำของวันเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...