ผู้ปกครองร้องเอาผิดบริษัท "โมเดลลิ่ง" อ้างปั้นเข้างานแสดงก่อนหลอกให้ซื้อตั๋วเดินทาง-ค่าใช้จ่ายต่างๆ
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. ผู้ปกครองกว่า 15 ครอบครัวเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.เพื่อแจ้งความกรณีถูกบริษัทโมเดลลิ่งแห่งหนึ่งฉ้อโกง หลอกลวง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ผู้เสียหายอาชีพรับราชการ ผู้ปกครองลูกชาย อายุ 7 ขวบ เปิดเผยว่า เห็นเพจเฟซบุ๊กบริษัทโมเดลลิ่งประกาศชักชวนเปิดรับสมัครประกวดเดินแบบเด็กและเยาวชนเข้าสู่วงการบันเทิง จึงสนใจติดต่อพูดคุยทางอินบ็อกซ์ก่อนแอดไลน์เพื่อคุยรายละเอียดจนเกิดความเชื่อถือ ก่อนจะโอนเงินค่าสมัคร 1,000 บาท ไปที่บัญชีธนาคารของ น.ส.ปอ (นามสมมุติ) เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา พอถึงวันประกวดแข่งขันไปส่งลูกที่ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ จ.นครปฐม มีคณะกรรมการที่มาตัดสินเป็นบุคคลมีชื่อเสียงยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก จากนั้นทางบริษัทชักชวนผู้ปกครองให้ส่งบุตรหลานที่ผ่านรอบออดิชั่นของจังหวัดเป็นตัวแทนเข้าประกวดระดับประเทศที่ห้างสรรพสินค้าย่านปากเกร็ด วันที่ 10-11 ธ.ค.ที่ผ่านมา
จากนั้นมีนายต่อ (นามสมมุติ) สามี น.ส.ปอ ติดต่อให้ส่งลูกเข้าประกวดระดับอินเตอร์ ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-1 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่สวนแห่งหนึ่งในพัทยา มีจัดการสอนเทรนนิ่งเดินแบบ 30 ชม. ที่ย่านพระราม 9 โดยเรียกเก็บค่าสมัครคนละ 5 พันบาท ค่าประกันงานคนละ 37,900 บาท บริษัทแจ้งว่าจะคืนเงินประกันให้หลังเสร็จการแข่งขันระดับอินเตอร์ โดยแจ้งผู้ปกครองแต่ละคนว่าจะหางานในวงการบันเทิงมาให้เด็กๆ แสดงเป็นเวลา 2 ปี โดยจะไม่คิดค่าใช้จ่ายและค่านายหน้าใดๆ ก่อนจะแจ้งเปลี่ยนสถานที่จากสวนดังกล่าวมาเป็นสนามบินสุวรรณภูมิแทนแต่เมื่อถึงกำหนดไม่มีการจัดงานแต่อย่างใด
ผู้เสียหายกล่าวว่า ต่อมาช่วงเดือน เม.ย.ขณะไปเรียนเทรนนิ่งที่ย่านพระราม 9 ได้รับแจ้งว่าจะมีงานเดินแบบโชว์ตัวของบริษัทที่สิงคโปร์ ตกลงค่าจ้างลูกจะได้ 1 หมื่นบาท ไม่ต้องเสียค่าเดินทางใดๆ บริษัทรับผิดชอบ รวมทั้งค่าที่พักระหว่างทำงาน แต่ลูกเป็นผู้เยาว์จำเป็นต้องมีผู้ปกครองเดินทางไปด้วย 1 คน บริษัทขอเรียกเก็บค่าใช้จ่าย 10,602 บาท เห็นว่าเป็นการทำงานต่างประเทศครั้งแรกของลูก และจะได้ไปเที่ยวด้วยจึงโอนเงินไปให้ น.ส.ปอ แต่ถึงวันเดินทางได้รับแจ้งจากบริษัทว่าผู้ปกครองหลายคนมีปัญหาการจัดงานล่ม บริษัทขอแก้ตัวเปลี่ยนเป็นไปจัดงานที่เกาหลีแทน วันที่ 11-16 พ.ค. ส่วนลูกชายไม่ต้องเสียเงินเพิ่มค่าส่วนต่างใดๆ แต่เมื่อถึงกำหนดเดินทางบริษัทแจ้งขอเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดอีกครั้ง แต่ก็ไม่ยอมคืนเงินที่เรียกเก็บไปก่อนหน้า นอกจากนี้ ระหว่างที่ไปเรียนเทรนนิ่งการเดินแบบที่ย่านพระราม 9 นายต่อชักชวนให้ตนพาลูกชายและพี่สาวไปร่วมงานเดินแบบพร้อมขบวนพาเหรดที่ฮ่องกง 3 วัน 2 คืน โดยตกลงค่าทำงานเดินแบบ 1 หมื่นบาท และค่าถ่ายแบบ 5 พันบาท รวม 1.5 หมื่นบาทต่อคน โดยลูกทั้งสองคนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นผู้ปกครองที่ติดตามไป ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 17,900 บาท ตนกับคุณยายไปสองคนโอนเงิน 36,800 บาท ให้ น.ส.ปอ กำหนดไปเดินแบบที่ฮ่องกงวันที่ 8-11 เม.ย.66 แต่พอถึงวันเดินทางบริษัทโทรมาเลื่อนไฟลต์เที่ยวบิน และเมื่อเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปฮ่องกงเครื่องไปทรานเฟอร์ที่ฟิลิปปินส์โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องนอนรอเปลี่ยนเครื่องอยู่นาน 14 ชม. ก่อนจะบินต่อไปฮ่องกงต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าเดินทางเองจากสนามบินไปที่พัก รวม 260 เหรียญฮ่องกง
ผู้เสียหายกล่าวอีกว่า เมื่อถึงงานที่จะแสดงไม่มีช่างผม ช่างแต่งหน้า ตามที่แจ้งไว้ ต้องทำกันเองหมด ไม่มีอาหารให้รับประทาน ทำให้ผู้ปกครองและเด็กที่ไปร่วมแสดงได้รับความลำบาก ถึงกำหนดกลับบริษัทหาตั๋วเครื่องบินให้ไม่ได้ ขอให้ผู้ปกครองจ่ายค่าที่พักเองอีก 1 คืน เป็นเงินคนละ 500 เหรียญฮ่องกง ต่อมาก็ต้องจ่ายค่าแท็กซี่ไปสนามบินเองอีก 260 เหรียญฮ่องกง แต่เมื่อไปถึงก็ปรากฏว่าบริษัทหาตั๋วเครื่องบินให้ไม่ได้อีก ปล่อยให้นอนรออยู่ที่สนามบิน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่บริษัทมาดูแลแต่อย่างใด จนมีผู้ปกครองบางคนที่มีทุนทรัพย์ยอมซื้อตั๋วเครื่องบินในราคาคนละ 1 หมื่นกว่าบาท เดินทางกลับประเทศเอง
ผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อทางกงสุลไทยที่ฮ่องกงทราบเรื่องจากผู้ปกครองที่เดินทางกลับไปก่อนจึงส่งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือคณะที่เหลือที่ถูกลอยแพด้วยการจัดอาหารและตั๋วเครื่องบินให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลแจ้งให้ทราบว่า งานที่น้องๆ มาร่วมขบวนพาเหรดเดินแบบครั้งนี้จัดโดยชุมชนคนไทยในฮ่องกง ทางกงสุลไม่ได้เป็นผู้ติดต่อให้มาแสดงแต่อย่างใด หลังเหตุการณ์บริษัทรับปากว่าจะรับผิดชอบโดยคืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมทั้งเงินค่าตัวการแสดงของลูกๆ วันที่ 18 เม.ย. แต่จนถึงวันนี้บริษัทก็ยังไม่มีการจ่ายเงินดังกล่าว สอบถามผู้ปกครองคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครได้รับเงินเช่นกัน ผู้ปกครองเด็กทุกคนเชื่อว่าน่าจะถูกบริษัทโมเดลลิ่งดังหลอกลวงแน่นอน ทราบว่าปีนี้บริษัทเริ่มเปิดรับคัดตัวปี 2023 แล้วเกรงว่าจะมีผู้ปกครองหลงเชื่อตกเป็นเหยื่ออีกจึงรวมตัวกันมาแจ้งความให้ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป