โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Jeep กำลังพัฒนาเอสยูวีที่ขับได้เองบนทาง “ออฟโรด” ลุยทางโหดแบบไร้คนขับ

AutoFun Thailand

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2566 เวลา 13.16 น. • Salin
Jeep (จิ๊ป) กำลังพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติกับการขับขี่แบบออฟโรด โดยเริ่มจากการทดสอบระบบดังกล่าวใน Grand Cherokee รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้เอสยูวีขนาดใหญ่สามารถข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายได้แบบ

Jeep (จิ๊ป) กำลังพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติกับการขับขี่แบบออฟโรด โดยเริ่มจากการทดสอบระบบดังกล่าวใน Grand Cherokee รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้เอสยูวีขนาดใหญ่สามารถข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายได้แบบไร้คนขับ

Jeep (จิ๊ป) กำลังพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติกับการขับขี่แบบออฟโรด โดยเริ่มจากการทดสอบระบบดังกล่าวใน Grand Cherokee รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้เอสยูวีขนาดใหญ่สามารถข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายได้แบบ

“เรากำลังจัดการกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณเจอจากการขับขี่อัตโนมัติบนถนน” Neda Cvijetic หัวหน้าฝ่ายปัญญาประดิษฐ์และการขับรถอัตโนมัติของบริษัทแม่อย่าง Stellantis อธิบายขณะที่อยู่บนรถต้นแบบคันหนึ่งที่ชานเมือง Moab รัฐยูทาห์

Jeep ไม่ได้กล่าวถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบออฟโรดของตัวเองเท่าไหร่ ไม่มีแม้แต่ชื่อของระบบ แต่บริษัทระบุว่ากำลังพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวสำหรับรถที่ควรจะมีระบบนี้ และระบบนี้จะไม่มีในกระบะแบรนด์ Ram

ภายนอกภายในไม่ต่างจากรถทั่วไปนัก

สำหรับรถต้นแบบที่ใช้ทดสอบระบบนี้นั้นไม่ได้แตกต่างจาก Jeep Grand Cherokee ทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในการทดสอบระบบที่ติดตั้งบนหลังคารถเท่านั้น

สำหรับภายในของรถคนนี้เหมือนกับ Grand Cherokee ทั่วไปแต่มาพร้อมหน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่ติดตั้งทับหน้าจอเดิม

Jeep (จิ๊ป) กำลังพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติกับการขับขี่แบบออฟโรด โดยเริ่มจากการทดสอบระบบดังกล่าวใน Grand Cherokee รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้เอสยูวีขนาดใหญ่สามารถข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายได้แบบ

ในวิดีโอของ Jeep แสดงให้เห็นว่าจอกลางของรถสามารถแสดงผลกล่องสีเขียว “lead” ซึ่งยืนยันว่าระบบสามารถตรวจจับรถคันข้างหน้าพร้อมกับแยกสิ่งกีดขวางจากสภาพถนนออฟโรดได้ และอาจขับตามรถคันอื่นได้เช่นกัน

แม้จะเหมือนกับสิ่งที่สร้างขึ้นมาเป็นคอนเท้นเท่านั้น แต่วิดีโอของ Jeep นั้นแสดงให้เห็นว่า Cvijetic ได้ใช้งานหน้าจอดังกล่าวจริงในตัวเลือกการขับขี่ต่าง ๆ

และยังมีไลฟ์สตรีมวิดีโอที่แสดงให้เห็น “ความเร็วที่กำหนด” “ความเร็วรถ” “มุมเอียงที่ต้องการ” และ “มุมเอียงของรถ” และไม่ต้องกลัวหากมีอะไรผิดพลาด เราสามารถกดปุ่มสีน้ำเงินขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “EMERGENCY stop” ได้ทันที

Jeep (จิ๊ป) กำลังพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติกับการขับขี่แบบออฟโรด โดยเริ่มจากการทดสอบระบบดังกล่าวใน Grand Cherokee รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้เอสยูวีขนาดใหญ่สามารถข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายได้แบบ

สามารถใช้ได้ทุกสภาพถนน

Jeep ได้มองเห็นการใช้งานเทคโนโลยีนี้ในหลายกรณี และดูเหมือนว่าวิศวกรต้องการสร้างระบบที่จะมีประโยชน์ต่อถนนทั่วไปด้วย

“คุณสมบัติและเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีการใช้งานจริงทั้งบนถนนและออฟโรดในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย” Christian Meunier ประธานของ Jeep กล่าว

โดย Jeep ยืนยันว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในอีกไม่นาน หาก Jeep กำลังทดสอบเทคโนโลยีนี้อยู่ การผลิตจริงคงจะอีกไม่นานเช่นกัน

Jeep (จิ๊ป) กำลังพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติกับการขับขี่แบบออฟโรด โดยเริ่มจากการทดสอบระบบดังกล่าวใน Grand Cherokee รุ่นล่าสุด เพื่อช่วยให้เอสยูวีขนาดใหญ่สามารถข้ามผ่านเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายได้แบบ

ค่ายอื่นก็พัฒนาเทคโนโลยีแบบเดียวกัน

Jeep ไม่ได้คิดค้นเทคโนโลยีการขับขี่ลักษณะนี้แต่เพียงผู้เดียว แต่ Land Rover ก็กำลังทดสอบเทคโนโลยีการออฟโรดแบบไร้คนขับมาเกือบสิบปีแล้ว แม้ว่าระบบดังกล่าวจะยังไม่ได้ผลิตจริง

ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติบนทางออฟโรดอาจยากกว่าที่คิด

การใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติในเส้นทางออฟโรดอาจมองได้ว่าสามารถพัฒนาได้ง่ายกว่าทางปกติ แต่ในทางกลับกัน วิศวกรจำเป็นต้องวางระบบของพารามิเตอร์ที่กำหนดสถานที่ใหม่ทั้งหมด

ผู้ขับขี่ที่เป็นมนุษย์อาจต้องใช้เวลามากกว่าเพื่อบอกกำหนดว่าทางแบบใดควรจะข้ามผ่านไปอย่างไร และต้องสอนระบบให้รู้ถึงสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายกว่าถนนในเมืองอย่างชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม : Jeep Cherokee จะเลิกทำตลาดพวงมาลัยขวา ปิดตายความหวังที่จะมาขายเมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...