โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ หั่นเป้า AOT หลัง King Power ขอปรับสัญญา Duty Free กดดันราคาหุ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 03.12 น.

นักวิเคราะห์ฯ มีมุมมองเชิงลบต่อ AOT หลัง King Power ยื่นขอปรับสัญญาสัมปทานร้านค้าปลอดอากรทั้งหมด โดยบล.ดาโอ เตรียมปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 32-35 บาท ขณะที่ CGSI คงคำแนะนำ "ถือ" แต่เตือนราคาหุ้น AOT อาจอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อไปอีก 1-3 เดือน

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) กำลังพิจารณาปรับลดราคาเป้าหมายของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ลงจาก 47.00 บาท หลังจากที่บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ได้ยื่นหนังสือขอเจรจาปรับแก้สัญญาสัมปทานร้านค้าปลอดอากรทั้งหมด โดย DAOL คาดการณ์ว่าราคาเป้าหมายใหม่จะอยู่ในช่วง 32.00-35.00 บาท

โดยนางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา King Power ได้ยื่นหนังสือขอเจรจาปรับแก้สัญญาร้านค้าปลอดอากร (duty free) ทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ สัญญาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูมิภาค 3 แห่ง (ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่)

AOTเตรียมแนวทางเจรจากับ King Power ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดทำสัญญาใหม่ และจะมีการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการ AOT ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้

สำหรับสัญญา 3 สนามบินภูมิภาค King Power เสนอขอจ่ายค่าตอบแทน 20% ของยอดขาย ในช่วงระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 โดยจะชำระทุกสิ้นเดือนของเดือนถัดไป (จากเดิมที่จ่ายค่าตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee: MG) ต่อหัว และจ่ายทุกสิ้นเดือนของเดือนก่อนหน้า)

นอกจากนี้ King Power ยอมรับว่าจะยกเลิกสัญญา duty free ของ 3 สนามบินภูมิภาค ส่วนสัญญาที่สุวรรณภูมิและดอนเมืองยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดย King Power จะขอศึกษาผลการดำเนินงานของทั้งสองสนามบินอย่างละเอียดก่อน และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน

ทั้งนี้ บล.ดาโอ มองว่าการขอปรับสัญญา duty free ครั้งนี้เป็นลบต่อ AOT เนื่องจากจะส่งผลให้ส่วนแบ่งรายได้และกำไรของAOT ปรับตัวลดลง ในปีงบประมาณ 2567 (FY24) AOT มีรายได้จาก King Power รวมประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท

แบ่งเป็น สัญญา 3 สนามบินภูมิภาค (ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่) รวม 1.5 พันล้านบาท สนามบินดอนเมือง 700 ล้านบาท ที่เหลือจากสนามบินสุวรรณภูมิ (รวมสัญญา duty free และ retail) ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

หากมีการยกเลิกสัญญา duty free เฉพาะสัญญา 3 สนามบินภูมิภาค จะส่งผลกระทบไม่มาก เนื่องจากรายได้จาก MG ของ duty free 3 สนามบินภูมิภาคยังไม่สูงมากนัก โดย DAOL ประเมินไว้ที่ 1.5 พันล้านบาทในปี FY24 ซึ่งคิดเป็น -2% ของรายได้รวม

กรณีเลวร้ายที่สุด หากรายได้ส่วนนี้หายไปทั้งหมด กำไรจะลดลง -6% อย่างไรก็ตาม กรณีพื้นฐาน หากมีการปรับลด MG ลง 40%-50% จะทำให้กำไรลดลง -2.3% ถึง -2.8% ซึ่งจะกระทบราคาเป้าหมายไม่มาก

ทั้งนี้ประเมินว่า AOT อาจพิจารณาปรับลด MG ลง 40%-50% ของทุกสัญญา ไม่เพียงแค่สัญญา 3 สนามบินภูมิภาค เพื่อให้ King Power สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

หากอิงข้อมูลจากผู้บริหาร AOT พบว่าปัจจุบัน King Power จ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบ MG ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 33%-34% ของรายได้จาก duty free ของ King Power

หากปรับลดเหลือ 20% ของรายได้ จะทำให้รายได้ลดลง 40% เมื่อเทียบกับการจ่าย MG ในปี FY19 ที่ 8-9 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าสัญญาปัจจุบันราว 50% DAOL จึงประเมินว่าหากมีการปรับ MG ใหม่ จะทำให้รายได้จาก King Power ลดลง 40%-50%

DAOL ยังคงมองว่ามีปัจจัยกดดัน (overhang) ต่อ AOT และอยู่ระหว่างปรับลดราคาเป้าหมายลงจาก 47.00 บาท โดยคาดว่าจะปรับลดลงเหลือ 32.00-35.00 บาท จากสมมติฐานการปรับลด MG ลง 40%-50% ของทุกสัญญา

ราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่รวมผลกระทบจากการปรับลด MG ที่ DAOL ประเมินไว้ DAOL ยังคงแนะนำ "ถือ" และยังคงมีปัจจัย overhang จากความไม่แน่นอนของรายได้สัญญาสัมปทานของ King Power

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มองว่าราคาหุ้นAOT ร่วง 10% หลังมีข่าวว่า King Power (KPD) ยื่นหนังสือขอหารือแนวทางการยกเลิกสัญญาสัมปทานร้านดิวตี้ฟรีในท่าอากาศยานระดับภูมิภาคสามแห่งคือท่าอากาศยานดอนเมือง, ภูเก็ตและเชียงใหม่

ข่าวนี้เป็นอีกหนึ่งข่าวร้ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเงินของ KPD หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแก้ไขสัญญาสัมปทานหลายครั้ง ได้แก่การขอเลื่อนระยะเวลาจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (MAG), การขอขยายเครดิตเทอม รวมทั้งการขอคืนพื้นที่ร้านดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์

ขณะที่ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานว่า KPD ขาดทุน 652 ล้านบาทในปี CY23 และเราคาดว่า KPD น่าจะขาดทุนสูงขึ้นในปี CY24 (ยังไม่รายงาน) จาก MAG ที่เพิ่มขึ้นและการที่นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าในร้านดิวตี้ฟรีน้อยลง

ทั้งนี้เราคาดว่า AOT กับ King Power น่าจะสามารถประนีประนอมด้วยการปรับลด MAG เราเชื่อว่าการประเมินมูลค่าในปัจจุบันน่าจะรับรู้ข่าวร้ายส่วนใหญ่แล้ว

เราจึงมองว่าราคาหุ้นของAOT น่าจะอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อไปอีก 1-3 เดือนเนื่องจาก AOTยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียด อีกทั้งตลาดน่าจะมีความคาดหมายต่อผลกำไรเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ“ถือ” ที่ราคาเป้าหมายเดิม 35.00 บาท

บล. พาย มองระยะสั้น แนะนําให้ "ชะลอการลงทุนจนกว่าจะได้รับความชัดเจน เกี่ยวกับโครงการร้านค้าปลอดภาษีหลังจากทาง คิง เพาเวอร์ มีการทํา หนังสือขอปรับสัญญา/ยกเลิก เกี่ยวกับการให้บริการร้านค้าปลอดภาษี ในสนามบินภูมิภาค (เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่) เนื่องจากทำให้มีความไม่ แน่นอนของรายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต ทั้งกรณียกเลิกสัญญา หรือ เจรจาขอปรับเงื่อนไขการชาระเงิน

นอกจากนี้ยังต้องติดตามอย่าง ใกล้ชิดว่าทาง คิง เพาเวอร์จะมีการเจรจาขอปรับเงื่อนไขในสนามบิน หลักอย่างสุวรรณภูมิด้วยหรือไม่ เพราะถือเป็นสนามบินที่มีสัดส่วน รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์มากที่สุด โดยเราจะมีการประชุมกับผู้บริหาร บ่ายวันนี้ก่อนจะมีการออกรายงานเพิ่มอีกครั้ง

โดยผลประทบที่จะเกิดถ้าคิดเฉพาะสนามบินภูมิภาคในกรณีที่ แย่สุดคือยกเลิกประมูลและรายดังกล่าวหายไปจะกระทบรายได้ในปี 26 ประมาณ 2% และกระทบกําาไรสุทธิประมาณ 5% รายได้และกําไรสุทธิอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งสําคัญคือสัญญาที่สนามบินสุวรรณภูมิที่มีมูลค่า สูงซึ่งหากมีการปรับสัญญาหรือยกเลิกและประมูลใหม่จะกระทบกับ เบื้องต้นหากมีการปรับสัญญาที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ด้วย ทําให้เรามีการประเมินผลกระทบสำหรับปี 69 ในส่วนของรายได้ ประมาณ 11% และกําไรสุทธิ 29% โดยอิงกับรายได้ของคิง เพาเวอร์ ในปี 66 ที่รายงานกรมธุรกิจการค้าและมีการปรับกับจํานวน นักท่องเที่ยวที่ระดับ 34 ล้านคน (ปี 23 นักท่องเที่ยว 28 ล้านคน) AOT หารายได้จากธุรกิจอื่นมาชดเชย

ผลกระทบดังกล่าว คาดว่า AOT จะต้องมีการหารายได้ส่วนอื่น มาชดเชย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประมูลผู้ประกอบการคลังสินค้ารายที่ 2 หรือผู้ให้บริการผู้โดยสารในสนามบินรายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่ง คาดว่าจะได้ผู้ชนะในช่วงเดือน มี.ค. 26

อย่างไรก็ตามอีกสิ่งที่ AOT ทําคือการขอปรับเพิ่มขึ้นค่าบริการผู้โดยสาร ขาออกที่ปัจจุบันเก็บที่ระดับ 130 บาท/คนสําหรับเที่ยวบินในประเทศและ 730 บาท/คน สําหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะได้ความ ชัดเจนมากขึ้นในเดือน ก.ค. นี้

นอกจากนี้ล่าสุดทาง AOT มีแผน พิจารณาปรับค่าบริการในสนามบินอย่างเช่นค่าจอดเป็นต้น ซึ่งจะเข้ามา ชดเชยรายได้ส่วนแบ่งจากธุรกิจดิวตี้ ฟรี ลงได้ รอความชัดเจนก่อนปรับประมาณการ

ด้านบล.ฟิลลิป เปิดเผยว่า จากการสอบถามรายได้จาก 3 สนามบินภูมิภาคปี 2567 และครึ่งแรกปี 2568 ราว 1,500 ล้านบาท และ 750 ล้านบาท ตามลําดับ ซึ่งคิดเป็นพียง 2.1-2.2% ของรายได้ธุรกิจของ AOT ไม่ได้มีนัยสําคัญนัก

การยื่นขอยกเลิกดังกล่าวคาดเป็นการต้องการหาแนวทางในการบรรเทาผลกระทบ ที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะยุติการดําเนินธุรกิจจริง ๆ ที่อาจนําไปสู่แนวทางการขอบรรเทาสัญญาใหญ่ที่ สนามบินสุวรรณภูมิที่ร่ายได้ใหญ่สุดที่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท

บนกรณีที่เลวร้ายสุดยุติและไม่มีผู้ให้ บริการรายใหม่ (ไม่น่าเป็นไปได้) ผลกระทบจะเกิดในปี 2569 กําไรลดลงจากคาดการณ์เดิม 5.6% มาที่ 18,965 ล้านบาท ราคาพื้นฐานจะลดเป็น 45.25 บาท สูงกว่าราคาปัจจุบัน ยังแนะนํา “ซื้อ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...