สงครามยูเครน วิบากกรรมของ 'ปูติน'
บทความต่างประเทศ
สงครามยูเครน
วิบากกรรมของ ‘ปูติน’
นักวิเคราะห์และผู้สันทัดกรณีหลายต่อหลายคน ให้ทัศนะตรงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ไม่ว่าสงครามยึดครองยูเครนจะเริ่มต้นขึ้นด้วยเหตุใดก็ตามที ณ เวลานี้ สงครามยืดเยื้อครั้งนี้กำลังกลายเป็นหายนะที่แท้จริงสำหรับรัสเซีย
สมรภูมิยูเครน ยังไม่ปรากฏผลแพ้ชนะก็จริง แต่สถานการณ์ตอนนี้ตกอยู่ในสภาพชะงักงันโดยสิ้นเชิง ล่าถอยก็ไม่ได้ เดินหน้ารุกต่อไปยิ่งไม่ได้ ในขณะเดียวกับที่ความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบของสงคราม โดยเฉพาะความตาย ยิ่งสะสมพอกพูนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่ากันว่า วลาดิมีร์ ปูติน ติดหล่มอยู่กับสงครามที่ตัวเองริเริ่มขึ้นนี้ชนิดหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ นอกจากจะยอมรับความพ่ายแพ้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งออกมา
แน่นอน ทางการเครมลินสามารถใช้ทุกอย่างที่มีอยู่ในมือ เพื่อพยายามปกปิดบิดเบือนความเป็นจริงของสงครามเอาไว้จากคนรัสเซียทั้งประเทศ แค่ก็คงได้แค่พยายาม เพราะปูตินเองก็ไม่สามารถกลบเกลื่อนความเป็นจริงทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นให้เห็นประจักษ์อยู่ตรงหน้าทุกคนได้ ไม่สามารถวาดฝันจอมปลอมถึงความยิ่งใหญ่และเรืองรองให้กับทุกคนได้อีกต่อไป
นักวิเคราะห์บางคนถึงกับฟันธงว่า ภายใต้บริบทนี้ รัสเซียกำลังเริ่มต้นก้าวเดินไปสู่ความพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ด้วยซ้ำไป แม้ว่าจะเป็นการพ่ายแพ้อย่างช้า-ช้า ก็ตามที
สงครามที่ยืดเยื้อ กินเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นสงครามใด จำเป็นต้องพึ่งพาการดำเนินความพยายามแบบบูรณาการจากหลายๆ ด้านด้วยกัน
การบรรลุเป้าหมายทางด้านการทหาร จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุน ช่วยเหลือจากศักยภาพทางการทูตและทางเศรษฐกิจที่ประเทศมี
เช่นเดียวกับที่จำเป็นต้องพึ่งพาเจตนารมณ์อันเด็ดเดี่ยวในทางการเมือง เพื่อพยุงให้ทุกอย่างไปได้ตลอดรอดฝั่ง
ในสภาพความเป็นจริงในเวลานี้ รัสเซียกำลังเผชิญกับปัญหาร้ายแรงในทุกๆ ด้านเหล่านั้นทั้งหมด ที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ปัญหาท้าทายทางด้านการทหารและการทูตที่ปูตินเผชิญอยู่ในเวลานี้ รวมไปถึงปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก เท่าที่ปูตินทำได้ก็คือ อาศัยอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จที่มีอยู่ในมือ ชะลอการพังทลายให้เกิดขึ้นช้าลงเท่านั้นเอง
รัสเซียของปูติน กำลังเผชิญปัญหาร้ายแรงทางด้านการทหารอยู่ 2 ประการด้วยกัน
หนึ่งคือ กองทัพรัสเซียไม่มีความสามารถที่จะรุกคืบหน้าใดๆ ต่อไปได้อีก แน่นอน โดยข้อเท็จจริงแล้ว กองทัพรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ในยูเครนเอาไว้ได้จำนวนหนึ่ง
แต่คำถามก็คือว่า แล้วยังไงต่อ ยึดครองแล้วไม่สามารถรุกคืบต่อไปได้ ตัวอย่างรูปธรรมของเรื่องนี้ก็คือ ความพยายามหลายต่อหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาของกองทัพรัสเซียที่จะรุกคืบเข้ายึดเมือง โปครอฟสก์ แต่กลับล้มเหลวทุกครั้งไป
สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับความล้มเหลวในการรุกของรัสเซียก็คือความสูญเสีย ที่ไม่ใช่เล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นความสูญเสียมหาศาล ประเมินกันว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามมาจนถึงขณะนี้ รัสเซียสูญเสียกำลังพลไปแล้วราว 790,000 นายโดยถ้าไม่เสียชีวิตก็ได้รับบาดเจ็บทุพลภาพ (กับสูญหาย หรือหลบหนี ไปอีกราว 48,000 นาย)
ตัวเลขการสูญเสียที่ว่านี้ นับรวมถึงการสูญเสียกำลังพลไปแล้วมากกว่า 100,000 นายเฉพาะในปี 2025 นี้
หากอัตราการสูญเสียนี้ยังคงดำเนินต่อไป พอถึงสิ้นปีนี้ กองทัพรัสเซียก็จะประสบความสูญเสียจากการทำสงครามในยูเครนมากกว่า 1 ล้านนาย
ในขณะที่สถานการณ์ทางด้านยุทธศาสตร์ ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนเริ่มสงครามในปี 2022 มากมายแต่อย่างใด ในแนวรบส่วนใหญ่ พื้นที่ที่กองทัพรัสเซียควบคุมอยู่ในยูเครน ก็ไม่ได้ยังประโยชน์ใดๆ ให้กับฝ่ายรัสเซียเลยแม้แต่น้อย
ปัญหาใหญ่ทางด้านการทหารของรัสเซียอีกประการก็คือ ความเด็ดเดี่ยวของยูเครน เมื่อตอนที่กองทัพรัสเซียเปิดฉากบุก หวังจัดการยูเครนแบบม้วนเดียวจบเมื่อปี 2022 แต่ล้มเหลวนั้น ปูตินมีทางเลือกอยู่ 2 ทางด้วยกัน
หนึ่งคือ รามือ ลดระดับของสงครามลง
อีกหนึ่งคือ เดินหน้าทำสงครามโจมตีไม่เว้นแม้แต่พลเรือนทั่วทั้งยูเครน
ปูตินเลือกอย่างหลัง ตัดสินใจทำสงครามกับพลเรือนยูเครน เพราะไม่อยากกลายเป็นคนกลับกลอกคืนคำ และหวังจะบีบบังคับให้ยูเครนยอมจำนน การเลือกของปูตินส่งผลเสียอย่างร้ายแรง ความโหดเหี้ยมของทหารรัสเซียในเขตยึดครอง บวกกับการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนมหาศาล
ทำให้ชาวยูเครนส่วนใหญ่เชื่อในที่สุดว่า พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ แม้จะเล็กกว่า ยากจนกว่า และต้องสู้รบเพียงลำพัง
แต่สถานการณ์กลับปลุกขวัญกำลังใจของชาวยูเครนทั้งชาติให้ลุกขึ้นสู่อย่างเด็ดเดี่ยว ใช้นวัตกรรมประดามี (อาทิ การนำโดรนมาใช้ในสงครามอย่างมีประสิทธิภาพ) เพื่อต่อต้านการยึดครองของรัสเซีย
กระนั้น รัสเซียก็ยังคงมีหลายหนทางที่จะพาตัวเองไปสู่สถานะได้เปรียบในสงครามยืดเยื้อครั้งนี้ แต่ปูตินไม่คิดที่จะทำ
ปูตินเลือกที่จะใช้ท่าทีแข็งกร้าว ยอมหักไม่ยอมงอ บวกกับการข่มขู่คุกคาม แทนการเจรจาต่อรอง เพื่อกลยุทธ์ในการแยกสหรัฐอเมริกาออกจากยูเครน แยกยูเครนออกจากยุโรป และสร้างความแตกแยกขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป การบริหารจัดการทางการทูตที่ผิดพลาด บวกกับความไม่ต้องการเป็นผู้แพ้ เป็นคนอ่อนแอของปูติน ทำให้รัสเซียปฏิเสธแม้แต่ข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีอเมริกันที่รู้กันทั่วโลกว่านิยมรัสเซีย ด้วยการละเมิดการหยุดยิงครั้งแล้วครั้งเล่า ผลักทรัมป์เข้าหายูเครน
และปิดโอกาสไม่ให้ยูเครนกลายเป็นฝันร้ายของรัสเซียทั้งชาติไป
ความดึงดันดื้อรั้นของปูติน ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของรัสเซียอย่างรุนแรง
งบประมาณทางด้านการทหารดึงทุกอย่างไปจากระบบเศรษฐกิจของประเทศ นับวันก็ยิ่งร่อยหรอลง
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียดิ่งลงจาก 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อตอนเริ่มสงคราม กลายเป็น 0
อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงอยู่ที่ราว 10 เปอร์เซ็นต์
สงครามการค้าของทรัมป์ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วงลงตามลำดับ กระทบต่องบประมาณของรัสเซียสาหัสมากยิ่งขึ้น ยิ่งนับวัน ชาวรัสเซียที่ยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเริ่มตั้งคำถามเอากับสงครามที่ชะงักงัน ไม่ก่อประโยชน์และไม่จำเป็นหนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนว่า ปูตินทุ่มเดิมพันสุดตัวกับ “สงครามโง่ๆ” ครั้งนี้ และไม่น่าจะได้รับชัยชนะ!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามยูเครน วิบากกรรมของ ‘ปูติน’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com