โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำอาเซียนเห็นพ้อง ข้อตกลงทวิภาคีภาษีทรัมป์ ต้องไม่ทำชาติสมาชิกเสียหาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 01.46 น.
AP

ผู้นำอาเซียนเห็นพ้อง ข้อตกลงทวิภาคีภาษีทรัมป์ ต้องไม่ทำชาติสมาชิกเสียหาย

นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า ผู้นำอาเซียนบรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมว่า ข้อตกลงทวิภาคีใดๆ ที่ชาติสมาชิกอาเซียนอาจจัดทำกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับภาษีนำเข้า จะต้องไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ

อันวาร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปัจจุบัน กล่าวว่า มีฉันทามติในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า ข้อตกลงใดๆ กับสหรัฐ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของภูมิภาค

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดโลกมีความผันผวน และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีชุดใหญ่เมื่อต้นเดือนเมษายน ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากมาตรการดังกล่าว โดย 6 ประเทศในภูมิภาคกำลังเผชิญกับการจัดเก็บภาษีระหว่าง 32%-49% ในเดือนกรกฎาคม หากการเจรจาเพื่อลดภาษีไม่ประสบความสำเร็จ

“แม้เราจะเดินหน้าการเจรจาทวิภาคี แต่ที่ประชุมมีฉันทามติว่าจะต้องมีความเข้าใจร่วมกันภายในอาเซียนว่า การตัดสินใจใดๆ ไม่ควรส่งผลเสียต่อประเทศสมาชิกอื่น เราต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชากร 650 หรือ 660 ล้านคนในอาเซียน” อันวาร์กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม อันวาร์ได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อขอจัดการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐ เกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้า

อาเซียน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันกว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังอยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคงเมื่อเทียบกับสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของภูมิภาค และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อาเซียนยังได้เผยแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี เพื่อรวมเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยระบุว่าการดำเนินธุรกิจตามปกติไม่เพียงพออีกต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีการหารือด้านเศรษฐกิจร่วมกับผู้นำประเทศกลุ่มคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) และจีน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง จีนเข้าร่วม

ในงานเลี้ยงค่ำวันที่ 27 พฤษภาคม นายกรัฐมนตรีจีนยังได้เรียกร้องให้อาเซียนและประเทศสมาชิกจีซีซียกเลิกกำแพงภาษี และขยายการค้าเสรี เพื่อตอบโต้กระแสกีดกันทางการค้าและการดำเนินนโยบายฝ่ายเดียว

“เราทุกคนต้องยืนหยัดปกป้องระบบการค้าพหุภาคี โดยมีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง และส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมตลาดโลกที่มั่นคงและมีระเบียบ” นายหลี่กล่าว

ผู้นำอาเซียนยังเรียกร้องให้ขยายการหยุดยิงชั่วคราวในเมียนมาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเปิดทางให้ทุกฝ่ายสร้างความเชื่อใจและร่วมกันเดินหน้าเจรจา

แถลงการณ์ของผู้นำอาเซียนได้ขอเรียกร้องให้มีการขยายและยืดระยะเวลาการหยุดยิงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเมียนมา เพื่อเป็นก้าวแรกสู่การยุติความรุนแรง เราสนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเมียนมาสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเจรจาระดับชาติที่ครอบคลุมทุกฝ่าย

อันวาร์กล่าวว่า ผู้นำอาเซียนเห็นพ้องกันว่า แนวทางข้างหน้าคือต้องพูดคุยกับทุกฝ่ายในเมียนมา ตอนนี้เราเข้าสู่ระยะที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีการปรึกษาหารือกัน แม้จะยังอยู่ในระดับเบื้องต้นก็ตาม

ก่อนหน้านี้ นายอันวาร์ชื่นชมความคืบหน้าของการเจรจา หลังจากที่ในเดือนเมษายนเขาได้หารือกับพล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ที่กรุงเทพ และยังหารือออนไลน์กับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ของฝ่ายต่อต้านในอีกหนึ่งวันถัดมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้นำอาเซียนเห็นพ้อง ข้อตกลงทวิภาคีภาษีทรัมป์ ต้องไม่ทำชาติสมาชิกเสียหาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...