โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FETCO หนุนเอกชนส่งเสริมความยั่งยืนชุมชน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 18.33 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 4 ก.ค. – สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ผนึกกำลังตลาดหลักทรัพย์ฯ BOI และหน่วยงานพันธมิตร จัดเวที “สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 2” หวังผลักดันภาคเอกชนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมชุมชน การลงทุนที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาอย่างครอบคลุม ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจ “ชวนกันทำความดีเพื่อสังคม” เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ โดยใช้แนวคิด ESG และความยั่งยืนเป็นหลัก ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) โครงการ SET Social Impact Platform ที่เชื่อมโยงนักลงทุนกับองค์กรที่สร้างผลกระทบเชิงบวก เป็นต้น

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ย้ำว่า ในฐานะหน่วยงานกำกับตลาดทุนไทย ได้ผลักดันเครื่องมือ ESG และเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจสามารถระดมทุนเพื่อกิจการที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนได้มากขึ้น พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงตลาดทุนกับพันธกิจทางสังคมผ่านการเปิดเผยข้อมูลตามแนวทางความยั่งยืน

ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นำเสนอ “มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และกิจการทั่วไป (Non-BOI) สามารถยื่นขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ได้ หากลงทุนในโครงการเพื่อชุมชนอย่างน้อย 5 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทต่อรายภายใน 3 ปี และสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกษตร สิ่งแวดล้อม การศึกษา การท่องเที่ยว หรือสุขภาพ

ค่าใช้จ่ายที่เข้าข่าย เช่น ค่าก่อสร้างโรงงาน ค่าครุภัณฑ์ ค่าจ้างอบรม หรือค่าดำเนินงานที่จำเป็น โดยสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 120% สำหรับกิจกรรมด้านเกษตร สิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ชุมชน และ 50% สำหรับการศึกษาและสาธารณสุข ทั้งนี้ การสนับสนุนสามารถดำเนินการโดยตรง หรือผ่านความร่วมมือกับภาคี เช่น สถาบันการศึกษาและวิจัย

มาตรการนี้ยังครอบคลุมกิจกรรมเชิงนวัตกรรม เช่น โครงการสนับสนุนการลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่ง BOI ได้ระบุไว้ชัดในประกาศปี 2568 เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมในการพัฒนาสังคมควบคู่กับเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวระหว่างการเสวนาว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อภาคเอกชนนำ “เงินทุน เทคโนโลยี และการตลาด” เข้าไปสนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งต่างจากแนวทางการแจกที่ไม่ยั่งยืน

“การแจกไม่ใช่คำตอบ แต่การปลดปล่อยพลังของชุมชนต่างหากที่สำคัญ เอกชนมีความเข้าใจเรื่องระบบตลาด สามารถสนับสนุนให้ชุมชนผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการ และอยู่รอดได้ในระบบเศรษฐกิจจริง” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากภาคธุรกิจมองเห็นบทบาทของตนเองในฐานะ “ผู้สร้างคุณค่าร่วม” กับชุมชน จะทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน. -512 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...