โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมื่อการมีระบบพรสวรรค์กลายเป็นเรื่องปกติ!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 13.04 น. • korocco
ระบบพรสวรรค์ที่มีกันทุกคนในโลกของระบบ แต่พระเอกที่ข้ามมิติมาดัน 'ไม่มี' แล้วต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้กับคุณปู่(คนใหม่)ของเค้าให้ได้

ข้อมูลเบื้องต้น

ระบบนักปราชญ์, ระบบธุรกิจ, ระบบนักบุญขงจื๊อ, ระบบเทพพยากรณ์, ระบบหัวโล้น, ระบบบรรพบุรุษ, ระบบหมื่นโลก… นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยระบบพรสวรรค์นับไม่ถ้วน!

ในโลกใบนี้ ทุกคนสามารถปลุกพลังระบบของตัวเองขึ้นมาได้! ทุกคนสามารถหาทางลัดไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้!

แต่ ภูมิชัยกลับงุนงงสุด ๆ —

"ทำไมพวกคนในโลกนี้ถึงมีระบบโกงกันหมด แต่ฉันในฐานะคนทะลุมิติดันไม่มีอะไรเลย?"

ไม่นานเขาก็ได้ตระหนักว่า “การไม่มีระบบพรสวรรค์ต่างหาก… คือการโกงที่แท้จริง!”

ระดับการบ่มเพาะ/ระดับการฝึกตน แบ่งออกเป็น 6 ขอบเขตใหญ่ 3 ขั้นย่อยตามนี้งับ

ขอบเขตควบคุมพลังปราณ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ขอบเขตเปิดชีพจรลมปราณ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ขอบเขตหลอมรวมพลังเทพ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ขอบเขตปรับเปลี่ยนประตูพลัง ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ขอบเขตเชื่อมต่อสวรรค์ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ขอบเขตอมตะนิรันดร์ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย

เมื่อทุกคนมีระบบให้ใช้ในชีวิตประจำวัน

บรรยากาศในห้องเรียนชั้นปีสุดท้ายอึดอัดเหมือนอยู่ในหม้ออบแรงดัน พัดลมติดผนังส่งเสียงดังหวี่..หวี่..พัดกองหนังสือที่กองอยู่บนโต๊ะปลิวไปตามลม

แกร๊ก… แกร๊ก… แกร๊ก…เมื่อมีเสียงคุ้นเคยของรองเท้าหนังที่กระทบพื้นห้องเรียนทุกก้าวเหมือนจับจังหวะ — ไม่ช้าไม่เร็ว ประตูถูกเปิดอย่างแรง อาจารย์ชาญชัยเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและตบปึกกระดาษลงบนโต๊ะ

"นั่งประจำที่!"

อาจารย์ชาญชัย ครูประจำชั้นของนักเรียนชั้น ม.6 ห้อง 7 ของพวกเขา สวมแว่นกรอบทองและมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่เสมอ ไม่ค่อยพูดคุยหรือยิ้มแย้มแจ่มใสเลย ในช่วงพิเศษสำหรับนักเรียนชั้นปีสุดท้าย เขาได้วางกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในทุกๆ ด้าน เช่น เมื่อโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนภายในเวลา 7.20 น. เขามักจะบอกให้มาถึงตอน 7.00 น.

อาจารย์ชาญชัยส่งสัญญาณให้ตัวแทนห้องแจกกระดาษ และไม่นานกระดาษสีขาวก็ถูกส่งต่อไปรอบๆ ห้อง

ภูมิรับกระดาษของเขาและมองดูคะแนน

43 คะแนน.

"ฉันไม่พอใจมากกับผลการสอบของพวกคุณในครั้งนี้!"

“อีกแค่ 2 เดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ดูสิว่าพวกคุณทำคะแนนได้เท่าไหร่ ฉันทบทวนประเด็นสำคัญไปกี่ครั้งแล้ว แต่คุณก็ยังทำผิดอยู่ดี หลายคนคะแนนลดลง นักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดทำคะแนนได้น้อยกว่านักเรียนในชั้นเรียนอื่นถึงสิบคะแนน คุณจะคาดหวังให้เข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างไรด้วยความสามารถแบบนี้”

น้ำเสียงของอาจารย์ชาญชัยเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาพูดเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่หยุดปาก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสอบทุกครั้งก่อนเริ่มชั้นเรียน

“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคุณ!”

“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกำหนดชะตากรรมของคุณ!”

“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสามารถเปลี่ยนอนาคตของคุณได้!”

“ผู้สมัครนับพันคนแข่งขันกันเพื่อผ่านสะพานแคบๆ แห่งเดียว และมีเพียงผู้ที่ข้ามสะพานนั้นเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะอาศัยอยู่ในโลกนี้”

อาจารย์ชาญชัยพูดด้วยความกระตือรือร้นมากจนดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่จะดึงหูนักเรียนที่เรียนไม่เก่งและกรอกคำพูดของเขาให้พวกเขาฟัง

"อย่างไรก็ตาม ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย มีบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าที่ต้องทำ!"

อาจารย์ชาญชัยเปลี่ยนท่าทีและพูดออกมาดังๆ ว่า "นั่นคือการปลุกระบบพรสวรรค์ของตัวเธอเอง!"

ปลุกระบบพรสวรรค์!

ห้องเรียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หลายคนมองตามขึ้นมาด้วยความคาดหวัง บางคนถึงกับหันไปกระซิบกันเอง โดยไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้

การปลุกระบบพรสวรรค์ของตนเองขึ้นมาเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน! พวกเขาได้รอคอยมานานหลายปีเพียงเพื่อวันนี้เท่านั้น! หลังจากจบคลาสนี้ พวกเขาจะลงไปข้างล่างเพื่อเข้าร่วมพิธีการปลุกระบบพรสวรรค์!

ครูประจำชั้นขมวดคิ้วอย่างเย็นชาแล้วพูดต่อ “มีเพียงระบบพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่จะทำให้คุณได้รับคะแนนโบนัสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและดึงดูดความสนใจจากมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติได้! ไม่ว่าระบบพรสวรรค์ที่ตื่นรู้ของคุณจะดีหรือแย่ ระบบเหล่านี้จะกำหนดอนาคตของคุณ!”

ภูมิเอนหลังเล็กน้อยและเริ่มหมุนปากกาอีกครั้ง

“โลกนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ” ภูมิบ่นพึมพำ

เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เขานั่งอยู่ในห้องเรียนของเขาเอง และมองไปที่พัดลมเพดานที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเนื่องมาจากน็อตที่หลวม

ในเวลานั้น เขาสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพัดลมเพดานที่หมุนด้วยความเร็วสูงตกลงมาอย่างกะทันหัน มันจะพุ่งทะลุอากาศ เลือดกระเซ็นห่างออกไปห้าก้าว หัวกระจายไปทั่วหรืออะไร?

แล้วพัดลมเพดานก็ตกลงมาจริงๆ

และมันตกลงมาบนหัวของเขา

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาพบว่าตัวเองได้เปลี่ยนไป เขาได้ข้ามมาสู่โลกที่แปลกประหลาดมาก

สถานที่หลายแห่งในโลกนี้เป็นเหมือนดาวเคราะห์สีฟ้าประหนึ่งจักรวาลคู่ขนาน มีระบบการศึกษาและโครงสร้างทางสังคมที่คล้ายคลึงกัน โดยทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงที่เป็นนักเรียน

ข้อแตกต่างก็คือ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่น่าเบื่อ ทุกคนต่างก็มีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ และทุกคนสามารถมีเส้นทางการใช้ชีวิตที่ได้รับจากระบบพรสวรรค์ต่าง ๆ เพื่อดูดซับพลังจิตวิญญาณจากภายนอกเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง! และในช่วงชั้นม.6 ทุกคนจะต้องเข้าร่วมพิธีการปลุกพลังเพื่อปลุกระบบพรสวรรค์ของตัวเอง! ระบบที่คนๆ หนึ่งจะถูกกำหนดเส้นทางชีวิตของพวกเขา

ระบบพรสวรรค์ด้านการศึกษา สามารถเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลในโลกวิชาการได้!

ระบบพรสวรรค์ด้านธุรกิจ อาจทำให้พวกเขาสูญเสียเงินหมื่นล้านได้โดยไม่ลังเล!

ระบบพรสวรรค์ด้านโภชนาการ ที่สามารถทำให้พวกเขาโดดเด่นในอุตสาหกรรมการจัดเลี้ยงได้!

ระบบพรสวรรค์ด้านการชี้นำ จะช่วยให้พวกเขาก่อตั้งนิกายและกลายเป็นเจ้าผู้ปกครองระดับภูมิภาคได้!

ในโลกนี้ ระบบพรสวรรค์ต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่พิเศษแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนมี

สิ่งที่ผู้คนจำเป็นต้องทำก็คือ พยายามพัฒนา ปฏิบัติตามภารกิจของระบบพรสวรรค์อย่างขยันขันแข็ง และต่อสู้เพื่ออนาคตที่สดใสและกว้างใหญ่สำหรับตนเองตามระบบพรสวรรค์ที่พวกเขาได้มา!

อาจารย์ชาญชัยยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบพรสวรรค์ วิธีการปลุกพลังและเทคนิคที่จำเป็นสำหรับการปลุกพลังระบบพรสวรรค์ขึ้นมา ขณะที่ภูมิกำลังดูกระดาษข้อสอบที่เขาเพิ่งได้รับ

ในกระดาษเขียนไว้ว่า:

การสอบเข้าวิทยาลัยร่วม A (ทดลองสอบ) ปีที่ 3030

แบบทดสอบความรู้พื้นฐานสำหรับระบบพรสวรรค์

วิชา พื้นฐานระบบพรสวรรค์ สอนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบพรสวรรค์ต่างๆ ในโลกนี้โดยเฉพาะ ช่วยให้ทุกคนเข้าใจโลกของระบบพรสวรรค์ได้ดีขึ้น ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ในช่วงที่เป็นนักเรียน

เช่นคำถามแรก:

จนถึงปัจจุบัน ระดับของระบบที่มนุษย์ปลุกขึ้นมานั้นแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ระดับของระบบที่สูงเป็นอันดับสามจากระดับสูงสุดคืออะไร?

ก. ระดับ R

ข. ระดับ S

ค. ระดับ SR

ง. ระดับ SSR

ภูมิเลือกข้อ ข. แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ ข้อ ค.

ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุกคนจะตื่นรู้ถึงระบบพรสวรรค์ของตัวเอง แต่ศักยภาพของระบบของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ยิ่งระบบแข็งแกร่งมากเท่าใด รางวัลตอบแทนจากการทำภารกิจให้สำเร็จก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นระดับของระบบจึงมีความสำคัญมาก

เมื่อภูมิเดินทางมายังโลกนี้ เขาเห็นคำถามนี้ แต่ไม่เข้าใจวิธีการแบ่งระดับของระบบพรสวรรค์ของโลกนี้ ดังนั้นเขาจึงเลือกระดับ S อย่างไม่ลังเล แต่ในความเป็นจริง ระดับความสามารถของระบบการปลุกพลังจากต่ำสุดไปสูงสุดคือ [ระดับ N (Normal), ระดับ R (Rare), ระดับ S (Super), ระดับ SR (Super Rare), ระดับ SSR (Super Super Rare), ระดับ UR (Ultimate Rare)]

“นักเรียนภูมิชัย ยืนขึ้นเดี๋ยวนี้!”

เมื่อสังเกตเห็นว่าภูมิไม่ได้สนใจ อาจารย์ชาญชัยก็ตะโกนออกมา

ความสนใจของภูมิถูกละออกไปจากกระดาษของเขาและยืนขึ้น

“นายภูมิชัย บอกเรามาซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคุณ! การสอบตกแล้วทำให้ทั้งคะแนนเฉลี่ยของห้องต้องลดลงก็ยังพอเข้าใจ แต่ไม่รู้คำตอบแล้วเขียนอะไรก็ไม่รู้ลงไปเนี่ยนะ! ไหนบอกให้ทุกคนฟังสิ ว่าคุณเขียนอะไรในคำถามข้อที่สาม!”
อาจารย์ชาญชัยจ้องมองภูมิราวกับต้องการจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ

ภูมิมองไปที่คำถาม ข้อที่สาม:

[Q: อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า นอกจากตัวเราเองแล้ว ไม่มีใครเห็นระบบพรสวรรค์ที่เราปลุกขึ้นมาได้ ดังนั้น หลังจากที่เราปลุกระบบพรสวรรค์ขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะเก็บมันเป็นความลับ และต้องไม่เปิดเผยระบบของเราให้ใครทราบ คำถามคือ! ถ้าใครทราบว่าระบบของเราเป็นอย่างไร จะมีผลอย่างไรครับ? ขอยกตัวอย่างหน่อยครับ.]

ภูมิมองคำตอบที่เขาเขียนไว้:

[A: หากคนอื่นรู้ว่าระบบของเราเป็นอย่างไร ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก เพราะ เราจะไม่สามารถอวดได้อีกต่อไป]
คำถามตอบสั้นๆ นี้มีค่า 6 คะแนน และภูมิได้ 0 คะแนน

ระบบพรสวรรค์ของอาจารย์ชาญชัย

คำตอบอ้างอิงในหนังสือเรียนคือ:

เมื่อคุณเปิดเผยคุณสมบัติเฉพาะของระบบพรสวรรค์ของคุณแล้ว ผู้อื่นจะจงใจโจมตีระบบของคุณ ทำให้คุณไม่สามารถทำภารกิจของระบบพรสวรรค์ให้สำเร็จได้ และเส้นทางสู่การเป็นคนเข้มแข็งนั้นจะยากลำบากอย่างยิ่ง

ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณทำการปลุก "ระบบอารมณ์เชิงลบ" ขึ้นมา การทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือเกิดอารมณ์เชิงลบกับคุณ จะทำให้ตัวคุณแข็งแกร่งขึ้น หากคู่ต่อสู้ของคุณรู้จักระบบของคุณ พวกเขาจะไม่สร้างอารมณ์เชิงลบขึ้นมาเพื่อให้คุณใช้ประโยชน์ได้ง่าย ๆ ระหว่างการโต้ตอบ เมื่อผู้คนรู้จักระบบของคุณมากขึ้น ระบบของคุณก็จะไร้ประโยชน์ ดังนั้น การเก็บรายละเอียดของระบบพรสวรรค์ของคุณเป็นความลับจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

นั่นคือคำตอบที่ถูกต้อง.

อย่างไรก็ตาม ตอนที่ภูมิข้ามมิติมา เขากลับพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการสอบ วันนั้นบังเอิญเป็นวันโกหกเมษา (1 เมษายน) ทำให้เขาคิดว่าอาจารย์ได้เตรียมการทดสอบดังกล่าวไว้สำหรับนักเรียน ม.6 เพื่อให้ผ่อนคลาย ดังนั้นเขาจึงตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ หลังสอบเสร็จ เขาจึงตระหนักว่าโลกไม่เหมือนเดิม

มันกลายเป็นเรื่องไร้สาระอย่างไม่น่าเชื่อ

อาจารย์ชาญชัยโกรธจัด จึงอ่านคำตอบของภูมิให้ทั้งชั้นฟัง และทุกคนก็หัวเราะกันออกมา

“นี่เป็นคำถามที่มีเพื่อให้คะแนนคุณ! แต่คุณตอบผิดหมดทุกข้อแล้วยังอยากเข้ามหาวิทยาลัยอีกเหรอ ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย 80 เปอร์เซ็นต์เป็นความรู้พื้นฐาน ตราบใดที่คุณได้คะแนนพื้นฐาน การจะเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่ปัญหา! ดูสิ่งที่คุณทำสิ แม้แต่พื้นฐานก็ยังผิด แต่คุณยังทำหน้าทะเล้นใส่ฉันได้อีก!”

อาจารย์ชาญชัยขยับแว่นตาขึ้น จ้องมองอย่างโกรธเคือง และนักเรียนทุกคนก็พยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ ไม่ว่าครูประจำชั้นจะพูดอะไรหลังจากนั้น ภูมิก็ไม่ได้สนใจฟังอีกต่อไป เขาเพียงจ้องมองคำถามก่อนหน้าโดยจมอยู่กับความคิด

"ทุกคนต่างรู้ดีว่า นอกจากตัวเราเองแล้ว คนอื่นไม่สามารถมองเห็นระบบพรสวรรค์ที่เราปลุกขึ้นมาได้…"

ทุกคนสามารถเห็นเฉพาะระบบพรสวรรค์ของตัวเองเท่านั้นและไม่มองเห็นระบบพรสวรรค์ของผู้อื่นได้จริงหรือ?

ภูมิพิจารณาประโยคนี้และรู้สึกว่ามันแปลกมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองครูประจำชั้น

ตรงเหนือศีรษะของอาจารย์ชาญชัยมีแผงควบคุมที่อ่านว่า:

[โฮสต์: ชาญชัย]
[ระดับ R, ระบบปรมาจารย์เต๋า]
[ขอบเขต: ควบคุมพลังปราณ ขั้นปลาย]

อินเทอร์เฟซนี้ดูเหมือนจะแสดงระดับของระบบพรสวรรค์และข้อมูลของอาจารย์ชาญชัยที่ตื่นขึ้น หลังจากอาจารย์ชาญชัยดุนักเรียนเสร็จ ข้อความอีกบรรทัดก็ปรากฏขึ้น:

[คุณตำหนินักเรียนภูมิชัยว่าทำหน้าทะเล้น คะแนนเกียรติยศของครู +1]
[คุณทำให้ทั้งห้องเงียบลง คะแนนเกียรติยศของครู +1]

“ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่สามารถมองเห็นระบบของเราได้นอกจากตัวเราเองหรือ? แล้วทำไมฉันถึงสามารถมองเห็นแผงระบบของคนอื่นได้ล่ะ”

ภูมิรู้สึกสับสนมาก เขาได้ทำความคุ้นเคยกับโลกใบนี้มาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้ว และยิ่งเขาเข้าใจมันมากขึ้น เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจประเด็นนี้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ยังไม่ได้ปลุกระบบพรสวรรค์ เขาได้เห็นแผงระบบของผู้คนอื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ครูจากห้องเรียนอื่น คนขับรถบัส และแม้แต่ป้าที่ขายอาหารเช้าที่มี "ระบบเทพอาหารตัวน้อย" ของเธอเอง โดยภารกิจในวันนี้คือต้องสะสมแต้มมูลค่าความมั่งคั่งให้ได้ 10 แต้มสำหรับการขายขนมปังแต่ละชิ้น แต้มดังกล่าวสามารถนำไปแลกเป็นรางวัลในร้านค้าของระบบได้

การมีระบบพรสวรรค์ต่างๆ ในโลกนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนของฟรี การที่ทุกคนมีระบบพรสวรรค์เป็นของตัวเอง เหมือนกับว่าโลกนี้เป็นโลกแห่งระบบ และเขาได้รับการยืนยันแล้วว่าทุกคนไม่สามารถมองเห็นระบบพรสวรรค์ของคนอื่นได้ มีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ ข้อยืนยันนี้มีประโยชน์กับเขามาก อย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่าทำไมแต่ละคนถึงทำสิ่งนั้นๆ และเขาก็จะรู้ถึงจุดประสงค์ของความโกรธของพวกเขา เช่น อาจารย์ชาญชัยที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์นักเรียนคนหนึ่งอยู่

อาจารย์ชาญชัยกำลังดุเพื่อนร่วมโต๊ะของภูมิ อย่าง อาทิตย์ อาทิตย์เป็นนักเรียนที่เรียนอยู่อันดับท้ายๆ ของห้อง โดยมีคะแนนรวม 23 คะแนน และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหดหู่ขณะที่ถูกดุ

ข้อความอีกบรรทัดหนึ่งปรากฏบนแผงระบบของอาจารย์ชาญชัย:

[คุณวิจารณ์นักเรียนอาทิตย์ว่าสอบตกในคะแนนเฉลี่ยของห้อง คะแนนเกียรติยศของครู +1]

อาจารย์ชาญชัยดูหงุดหงิดราวกับว่าเขารู้สึกหงุดหงิดกับการที่นักเรียนคนนี้ไม่พัฒนาเลย แต่มีรอยยิ้มปรากฏอยู่ที่ใต้ดวงตาของเขา เพราะเขารู้ดีถึงจุดประสงค์ของความโกรธของเขา

"ระบบปรมาจารย์เต๋า" ของเขาจำเป็นต้องสะสม "คะแนนเกียรติยศของครู" การได้รับ 10,000 แต้มจะทำให้ภารกิจสำเร็จ และได้รับเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นเพื่อฝึกฝนพลังจิตวิญญาณ!

ขณะนี้แผงระบบของอาจารย์ชาญชัยก็มีคะแนนเกียรติยศของครูถึง 9,997 คะแนนแล้ว!

หัวใจของอาจารย์ชาญชัยเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เพื่อสะสมคะแนนเกียรติยศของครูหนึ่งหมื่นคะแนนนี้ เขาต้องทำงานหนักมาสองเดือนและสามวัน! ในที่สุด วันนี้เขาก็จะทำภารกิจของเขาได้สำเร็จ!

อาจารย์ชาญชัยดูเริ่มจะใจร้อนมากขึ้น “อีกแค่ 3 แต้ม 3 คะแนนเกียรติยศ ฉันควรดุใครต่อไปดี ใครจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการดุ?”

ระบบปรมาจารย์เต๋าของเขามีภารกิจให้ทำมากมาย เมื่อเขาดุนักเรียนตามปกติ มันจะทำให้เขาได้รับคะแนนเกียรติยศ ซึ่งสามารถเสริมพลังของเขาได้ พลังของเขามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับการประเมินผลการปฏิบัติงานและรางวัลของเขา!

น่าเสียดายที่นักเรียนแต่ละคนสามารถเป็นตัวเพิ่มคะแนนเกียรติยศได้เพียงวันละครั้งสำหรับเหตุการณ์ที่กำหนด ซึ่งทำให้คะแนนเกียรติยศของเขาเพิ่มขึ้นช้ามาก อย่างไรก็ตาม เขามักจะพบข้อบกพร่องอื่นๆ ในตัวนักเรียนและนำมาใช้ประโยชน์

วันนี้อาจารย์ชาญชัยดุนักเรียนทุกคนจนสุดความสามารถแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาหาเหตุผลอื่นเพื่อดุต่อแล้ว

เขาเล็งไปที่ภูมิอีกครั้ง และสังเกตเห็นว่าผมด้านข้างของภูมิเกือบจะแตะใบหูของเขาแล้ว เขาใช้โอกาสนี้ทำหน้าเคร่งขรึมและดุว่า: “นักเรียนภูมิชัย! ฉันพูดไปกี่ครั้งแล้ว ในฐานะนักเรียนมัธยมปลาย อย่าไว้ผมยาวเกินไป คุณควรไว้ผมทรงตัดสั้นแบบมาตรฐาน ผมยาวทำไมล่ะ ฉันพูดไปกี่ครั้งแล้ว การตัดสั้นจะดูดีและช่วยให้ตั้งใจเรียนได้ คุณกำลังรอให้ฉันตัดผมให้เองอยู่เหรอ”

[คุณตำหนินักเรียนภูมิชัยซึ่งมีทรงผมไม่ได้มาตรฐาน คะแนนเกียรติยศของครูเพิ่มขึ้น +2]

อาจารย์ชาญชัยดีใจมากเพราะมูลค่าเกียรติยศของครูของเขาสะสมมาถึง 9,999 แต้ม

เมื่อถูกตำหนิ ภูมิก็รู้สึกไร้หนทางไปบ้างและบ่นพึมพำว่า "ดูเหมือนว่าจะต้องตัดผมหลังเลิกเรียน"

เมื่ออาจารย์ชาญชัยเห็นริมฝีปากของภูมิขยับ และคิดว่าภูมิกำลังบ่น จึงคว้าโอกาสอีกครั้งทันที:

“นักเรียนภูมิชัย คุณบ่นอะไร คุณไม่พอใจกับการสอนของฉันหรือ ถ้าไม่พอใจก็ไปเรียนห้องอื่นได้—ดูว่าครูประจำชั้นคนอื่นจะอยากรับคุณไปเรียนไหม ช่างมีทัศนคติแย่อะไรเช่นนี้ เกรดแย่และยังไม่เชื่อฟัง คุณจะทำอย่างไรต่อไปได้”

ภูมิอ้าปากค้างอย่างงุนงง

[คุณตำหนินักเรียนภูมิชัยที่พูดโต้ตอบ คะแนนเกียรติยศของครูเพิ่มขึ้น +2]

แม้ว่าอาจารย์ชาญชัยจะยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ไม่มีใครเทียบได้
เขาได้มูลค่าเกียรติยศ 10,001 คะแนนแล้ว!

ในที่สุดภารกิจนี้ก็สิ้นสุดลง! อาจารย์ชาญชัยถึงกับน้ำตาซึม ภารกิจการเก็บค่าเกียรติยศของครูเป็นเรื่องยากเกินไป เขาไม่สามารถเพิ่มคะแนนเกียรติยศได้อีกในวันเดียวกันจากการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาได้กล่าวถึงไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงวางกฎของชั้นเรียนต่างๆ ขึ้นมา และทุกวัน เขาจะค้นหาข้อผิดพลาดของนักเรียนอย่างสร้างสรรค์ ดุด่าและจับผิดแม้กระทั่งปัญหาเล็กๆ น้อยๆ

แน่นอนว่าอาจารย์ชาญชัยเลือกนักเรียนที่เขาจะตำหนิ เขาจะตรวจสอบภูมิหลังครอบครัวของนักเรียนก่อน นักเรียนจากครอบครัวที่มีระบบพรสวรรค์ระดับ SSR หรือมีผู้ปลุกพลังระบบพรสวรรค์ระดับสูง เขาไม่กล้าตำหนิ เขาจะแสดงการดูแลพวกเขาเป็นพิเศษด้วยซ้ำ แต่สำหรับนักเรียนจากครอบครัวธรรมดาที่ไม่มีภูมิหลังของระบบพรสวรรค์ระดับสูง เขาจะไม่มีข้องดเว้น

“พวกคุณตรวจข้อสอบกันไปก่อน ฉันจะอธิบายให้ฟังในอีกสักครู่!” อาจารย์ชาญชัยพูดอย่างรีบร้อน เขาต้องการรับรางวัลจากระบบพรสวรรค์ของเขา เนื่องจากเขาสะสมได้ถึงหนึ่งหมื่นคะแนนแล้ว

ภูมิยังจ้องมองแผงระบบของอาจารย์ชาญชัยด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งระบบได้แสดงข้อความใหม่:

[คุณทำภารกิจปัจจุบันสำเร็จแล้ว รางวัลคือเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นหนึ่งเม็ด คุณต้องการรับรางวัลของคุณหรือไม่]

“ใช่! แน่นอนสิ!”

อาจารย์ชาญชัยกำหมัดแน่นจนแทบจะคำรามด้วยความตื่นเต้น

[ระบบยืนยันภารกิจ, จ่ายรางวัลภารกิจ]

อาจารย์ชาญชัยฮัมเพลงเบาๆ ด้วยความรู้สึกยินดีในใจ

[กำลังแจกรางวัลภารกิจ…]

อาจารย์ชาญชัยหยุดชะงัก เอ๊ะ แปลกจัง ทำไมมันถึงยังไม่ถูกส่งออกมาเสียที

บางทีระบบปรมาจารย์เต๋าของเขาอาจต้องใช้เวลาในการยืนยัน ไม่ต้องกังวล เพียงแค่รออีกสักหน่อย

[รางวัลได้ส่งมอบแล้ว กรุณาเลือกภารกิจถัดไป]

“เสร็จแล้วเหรอ?”

อาจารย์ชาญชัยจ้องมองมือที่ว่างเปล่าของเขา ระบบจ่ายรางวัลแล้วเหรอ? ทำไมเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นถึงไม่ปรากฏในมือของเขา?

“เดี๋ยวก่อนระบบ เม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้น ของฉันอยู่ไหน” อาจารย์ชาญชัยตรวจสอบกับระบบพรสวรรค์ของเขาอย่างบ้าคลั่ง

[รางวัลได้ส่งมอบแล้ว กรุณาเลือกภารกิจถัดไป]

“บ้าเอ๊ย! ยังไม่มีอะไรออกมานะ”

อาจารย์ชาญชัยตบโต๊ะพร้อมตะโกนอย่างโกรธจัด แทนที่จะคิดคำเหล่านี้ไว้ในใจ คราวนี้เขาตะโกนออกมาดังๆ ทำให้บรรดานักเรียนตกใจกันหมด

“คุณครู มีอะไรหรือเปล่าครับ” หัวหน้าห้องที่ชื่อจั๋วจิ้งถามด้วยความกังวล

"เงียบปากซะ!" อาจารย์ชาญชัยตะโกน!

จั๋วจิ้งรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง

อาจารย์ชาญชัยตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเขากำลังสูญเสียความเยือกเย็น และพูดด้วยน้ำเสียงรีบร้อนกับชั้นเรียนว่า "สิ่งที่ฉันหมายถึงคือ… มุ่งเน้นไปที่การศึกษาด้วยตัวเอง ฉันต้องจัดการกับบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับพิธีการปลุกระบบพรสวรรค์ในตอนนี้ ดังนั้นทุกคนต้องเรียนด้วยตัวเองไปก่อน!"

อาจารย์ชาญชัยโกรธมากจนแทบจะระเบิดออกมา หลังจากต้องทนลำบากกับการเก็บสะสมคะแนนเกียรติยศมาหลายเดือนด้วยการดุด่าลูกศิษย์ ดูเหมือนว่าระบบปรมาจารย์เต๋าจะโกงมันไป มันทำให้เขาทนไม่ได้จริงๆ! เขาโกรธมากและเดินออกจากห้องเรียน ตั้งใจที่จะหาสถานที่ที่จะเผชิญหน้ากับระบบของเขาด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ!

“ครูประจำชั้นเป็นอะไรไปเนี่ย หน้าเหมือนเพิ่งกินอึเข้าไปทั้งถังเลย”

นักเรียนทุกคนเริ่มพูดคุยกัน มีเพียงภูมิเท่านั้นที่นั่งเงียบๆ อยู่ที่แถวหลังของห้องเรียนโดยไม่มีส่วนร่วม เขาจ้องไปที่มือของเขาอย่างครุ่นคิด และพบยาเม็ดสีน้ำตาลอ่อนวางอยู่ นั่นคือเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นที่เพิ่งอยู่ในรายการรางวัลจากภารกิจในระบบพรสวรรค์ของอาจารย์ชาญชัย!

ระบบพรสวรรค์ที่หลากหลาย

"ฉันสามารถรับรางวัลภารกิจของคนอื่นได้จริงดิ!" ภูมิชัยกำเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นที่อยู่ในมือของเขา สายตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยชั่วขณะ และพบว่ามันแปลกมาก และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้รับรางวัลจากภารกิจของคนอื่น
ในตอนเช้า ป้าที่ขายซาลาเปาได้รับภารกิจจาก ระบบเทพอาหารตัวน้อย “รวบรวมความมั่งคั่งห้าพันรายการเพื่อแลกเป็นเงินห้าพันดอลลาร์และอัพเกรดร้านของเธอ”

ภูมิได้ซื้อซาลาเปาจากเธอไปสองชิ้นทำให้เธอทำภารกิจสำเร็จ แต่เธอพบว่าหลังจากทำการแลกเปลี่ยนกับระบบ เงินกลับหายไป ซึ่งเงินได้มาปรากฏในกระเป๋าของภูมิอย่างลึกลับเพราะภูมิได้ซื้อซาลาเปาไป จึงเป็นเหตุบังเอิญช่วยป้าทำภารกิจของเธอได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ภูมิยังคงเลือกที่จะวางเงินลงบนพื้นอย่างเงียบๆ และเตือนป้าว่ามีบางอย่างอยู่บนพื้น จากนั้นจึงคืนเงินให้กับเธอ

ดังนั้นเมื่อเขาพบว่าเขาสามารถมองเห็นระบบพรสวรรค์ของคนอื่น เขาจึงคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะเมื่อผู้อื่นทำภารกิจที่ระบบพรสวรรค์มอบหมายให้เสร็จสิ้น หากภารกิจนั้นเกี่ยวข้องกับภูมิ หรือภูมิช่วยพวกเขาทำภารกิจได้สำเร็จ รางวัลที่ระบบพรสวรรค์มอบหมายให้ก็จะไปอยู่ในมือของภูมิแทนเหมือนกับระบบปรมาจารย์เต๋าของอาจารย์ชาญชัย เมื่อเขาตำหนิภูมิ เขาได้รับคะแนนเกียรติยศของครู และเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น รางวัลกลับตกมาอยู่กับภูมิ

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น แต่รู้สึกว่าเขาได้กลายเป็นสิ่งผิดปกติในโลกระบบพรสวรรค์นี้

ภูมิมองดูเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นในมือของเขา เม็ดยาชนิดนี้สามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณของเขาได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นยาชั้นดี ซึ่งหายากมากสำหรับผู้ที่ฝึกฝนเทคนิคพลังจิตวิญญาณ

"ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงต้องรับมันไปอย่างไม่เต็มใจละนะ"

ภูมิตรวจสอบเม็ดยาจิตวิญญาณเข้มข้นและใส่เม็ดยาลงไปในกระเป๋าของเขา อาจารย์ชาญชัยมักจะตำหนินักเรียนเพื่อทำภารกิจจากระบบพรสวรรค์ของตัวเองให้สำเร็จ และเขาก็มักจะตกเป็นเป้าหมายของภารกิจของอาจารย์ชาญชัยเสมอ ดังนั้นการแบ่งรางวัลมาบ้าง…คงไม่ผิดใช่ไหมล่ะ?

ภูมิคิดว่าระบบปรมาจารย์เต๋าที่แท้จริงควรจะเป็นเรื่องการให้ความรู้แก่ผู้คน ไม่ใช่การจับผิดและวิพากษ์วิจารณ์นักเรียนอย่างไม่ยุติธรรม ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมีความสามารถพิเศษนี้ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะใช้มันอย่างมีเหตุผล มีบางคนที่เขาจะแทรกแซงการรับรางวัลจากระบบพรสวรรค์ และบางคนที่เขาจะไม่รับ ภูมิอาจจะปฏิเสธเงินจากภารกิจของป้าที่ขายซาลาเปาได้ แต่สำหรับรางวัลภารกิจนี้ เขารู้สึกว่าเขามีสิทธิที่จะรับอย่างยิ่ง

ใบหน้าของอาจารย์ชาญชัยโกรธจัด เขาแทบคลั่งเพราะระบบพรสวรรค์ของตัวเอง เขาปล่อยให้นักเรียนศึกษาด้วยตัวเองตลอดคาบเรียนในขณะที่เขายังคงตั้งคำถามกับระบบพรสวรรค์ของตัวเองและประท้วงว่ารางวัลภารกิจของเขาหายไปไหน แต่ระบบพรสวรรค์ตอบกลับอย่างเย็นชาเสมอว่า "รางวัลได้ส่งมอบแล้ว กรุณาเลือกภารกิจถัดไป"

เขารู้ว่าเขาไม่สามารถโต้แย้งกับระบบพรสวรรค์ได้เนื่องจากระบบมีความเข้มงวดมาก ไม่สามารถเจรจาอะไรได้เลย และไม่มีโอกาสที่จะกำหนดค่าใหม่ได้ ดังนั้นเขาจึงยอมแพ้และทำการเลือกภารกิจต่อไป

คาบเรียนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

อาจารย์ชาญชัยตีมือลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า "นักเรียนทุกคน ไปรวมตัวกันที่สนามกีฬา เตรียมพร้อมสำหรับพิธีการปลุกระบบพรสวรรค์!"

เพื่อนร่วมชั้นทุกคนตื่นเต้นและวิ่งออกจากห้องเรียน

“พิธีการปลุกระบบพรสวรรค์” ถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของนักเรียนทุกคนที่เข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย และถือเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดอนาคตของพวกเขา ทุกคนต่างหวังว่าพวกเขาจะปลุกระบบพรสวรรค์ระดับสูงขึ้นมาได้

“ในที่สุดก็จะมีระบบแล้ว ภูมิ นายคิดว่านายจะได้ระบบแบบไหน” อาทิตย์ปิดหนังสือและหันไปถาม

ภูมิวางคางไว้บนมือของเขา ระบบพรสวรรค์แบบไหนที่เขาจะปลุกขึ้นมาได้?

เขาไม่เคยคิดถึงคำถามนี้จริงๆ

ที่จริงแล้ว เขาคิดว่าระบบพรสวรรค์ที่เขาจะปลุกขึ้นมานั้นไม่สำคัญ ระบบพรสวรรค์ที่คนอื่นปลุกขึ้นมาต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ก่อนที่ภูมิจะตอบ อาทิตย์ก็เริ่มพูดกับตัวเอง “ฉันไม่ได้ขออะไรมากมาย แค่ปลุกระบบระดับ S ก็เพียงพอแล้ว แล้วฉันจะได้ไม่ต้องโดนอาจารย์ชาญชัยดุทุกวัน นายสังเกตไหมว่าเขาชอบจับผิดเราสองคนเสมอ ถ้าฉันปลุกระบบระดับ S ขึ้นมาได้ มาดูกันว่าเขาจะกล้าดุฉันอีกรึเปล่า!”

“ระบบระดับ S ค่อนข้างหายากใช่ไหม” ภูมิถามออกมา

อาทิตย์พยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ พวกเขาบอกว่ามีโอกาสห้าเปอร์เซ็นต์ โดยปกติไม่เกินสามคนต่อปี”

“แล้วคนที่ปลุกระบบระดับ SR ขึ้นมาล่ะ?” ภูมิถามไปอีกครั้ง

"ระบบระดับ SR นั้นหายากพอๆ กับขนฟีนิกซ์หรือเขาของยูนิคอร์นเลยหล่ะ มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 50,000 เท่านั้น! ครั้งสุดท้ายที่ใครสักคนในโรงเรียนของเราปลุกระบบที่หายากเช่นนี้ขึ้นมาได้คือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว! ดูเหมือนว่าคนๆ นั้นจะได้รับโควต้าเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำโดยตรง!"

อาทิตย์พูดด้วยความอิจฉา หากเขาสามารถปลุกระบบพรสวรรค์อันทรงพลังเช่นนี้ขึ้นมาได้ ความสำเร็จในอนาคตของเขาจะไร้ขีดจำกัด!

“ไปกันเถอะ คนอื่นไปที่สนามกันหมดแล้ว เหลือแค่พวกเราเท่านั้น” อาทิตย์ลุกขึ้นและเร่งภูมิอย่างรีบร้อน ภูมิเองก็ไม่ชักช้าอีกต่อไปและเดินตามอาทิตย์ไปที่สนามกีฬา

สนามกีฬาเต็มไปด้วยผู้คน ไม่ใช่แค่เพียงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 เท่านั้น แต่ยังมีผู้ปกครองที่มาเพื่อดูศักยภาพระบบของบุตรหลานของตนโดยเฉพาะด้วยเพราะระบบพรสวรรค์ที่ถูกปลุกขึ้นมาเทียบได้กับการกรอกข้อมูลเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ถือเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิต!

พ่อแม่ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง! พวกเขาต่างหวังว่าลูกๆ ของตนจะปลุกระบบพรสวรรค์ระดับ R หรือสูงกว่า ซึ่งไม่เพียงแต่จะให้คะแนนพิเศษในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังทำให้อนาคตของพวกเขาสดใสขึ้นอีกด้วย!

ภูมิชัยและอาทิตย์เบียดกันเข้าไปในกลุ่มชั้นเรียนของตน โดยมีจั๋วจิ้งทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนอาจารย์ชาญชัยยืนอยู่หน้าแถว เมื่อเห็นว่าภูมิและอาทิตย์มาถึงเป็นกลุ่มสุดท้าย เขาก็รู้สึกโกรธอีกครั้ง

โดยปกติ เขาคงจะดุพวกเขาไปแล้วเพื่อเพิ่มคะแนนเกียรติยศของตนเองในฐานะครู แต่ด้วยผู้คนมากมายอยู่รอบตัวและมีผู้ปกครองมากมาย เขาจึงต้องระงับความโกรธเอาไว้

ภูมิเริ่มมองไปรอบๆ และพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปลุกระบบพรสวรรค์ใดๆ ขึ้นมา แต่ครูและผู้ปกครองกลับปลุกไปแล้ว เขาจึงหันมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อสังเกตเห็นระบบพรสวรรค์ต่างๆ ที่กำลังใช้งานอยู่ เช่น ครูพละของภูมิได้ปลุก "ระบบความสุภาพเรียบร้อย" ขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขาจะเพิ่งทำภารกิจนึงเสร็จเมื่อเช้านี้

[ยกเลิกวิชาพละให้ครูคณิตศาสตร์ คะแนนความสุภาพ +2]

ไม่แปลกใจที่ครูวิชาหลักทุกคนมักจะพูดซ้ำๆ ว่า "ครูพละของคุณไม่ว่าง ฉันมาสอนแทนในคลาสนี้" เพราะครูพละมักจะมีเหตุทุกครั้งที่ชั้นเรียนของเขากำลังจะเริ่มต้น เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นเพราะครูมีระบบความสุภาพและมักจะยอมสละชั้นเรียนของเขาโดยสมัครใจ

คดีคลี่คลายแล้ว!

แล้วก็มีอาจารย์สอนฟิสิกส์ของภูมิ ผู้ซึ่งปลุก "ระบบสะกดจิต" ขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ และยังทำภารกิจในคาบที่แล้วสำเร็จอีกด้วย:

[สำเร็จในการทำให้เด็กนักเรียน 9 คนหลับ คะแนนการสะกดจิต +9]

การสอนของครูวิชาฟิสิกส์นั้นน่าเบื่อ คล้ายกับการสวดคัมภีร์ และเขายังชอบจัดตารางเรียนหลังอาหารเที่ยงอีกด้วย นักเรียนของเขาต้องพยายามเพื่อที่จะตื่นตัวในระหว่างเรียนวิชาฟิสิกส์ เพราะเชื่อว่าตนเองไม่มีพรสวรรค์ในวิชานี้ คิดๆ ดูแล้วครูฟิสิกส์คนนี้มีไหวพริบจริงๆ!

“ส่งโทรศัพท์ของคุณมา!”

ขณะที่ภูมิกำลังคิดอยู่ อาจารย์ฝ่ายปกครองก็ตะโกนใส่นักเรียนที่อยู่ข้างหน้าทันที ทำให้นักเรียนต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างไม่เต็มใจ

“ฉันทำเพื่อตัวคุณเอง เวลาเรียนคือเวลาอ่านหนังสือ คุณจะเอาโทรศัพท์มาโรงเรียนทำไม โทรศัพท์ทำให้คุณเสียสมาธิจากการเรียนได้ง่าย”

อาจารย์ฝ่ายปกครองได้สั่งสอนนักศึกษาด้วยน้ำเสียงจริงจัง อย่างไรก็ตาม ภูมิมองเห็นอินเทอร์เฟซของระบบพรสวรรค์ของอาจารย์ฝ่ายปกครอง:

[โฮสต์: มนตรี]
[ระดับ N, ระบบยึดทรัพย์]
[ขอบเขต: ควบคุมพลังปราณ ขั้นปลาย]
[คุณได้ยึดโทรศัพท์ของนักเรียน คะแนนการยึดทรัพย์ +1]

เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองชอบยึดโทรศัพท์ของนักเรียนเพียงเพื่อเพิ่มคะแนนในระบบยึดทรัพย์ของเขาเท่านั้น! ระบบพรสวรรค์ประเภทนี้หากไม่ได้นำมาใช้ในฐานะสรรพากร การเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนก็ไม่เลวเหมือนกัน

แน่นอนว่าครูทุกคนไม่ได้มีระบบพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของตน ระบบพรสวรรค์ของครูบางคนไม่ได้เชื่อมโยงกับงานของตนเลย เช่น ครูสอนภาษาจีนจากห้องข้างๆ ที่ปลุก "ระบบแห่งความทุกข์" ขึ้นมา การสูญเสียแต่ละครั้งที่เขาได้รับ ทำให้พลังจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและครูสอนภาษาจีนก็เป็นผู้ฝึกฝนขอบเขตควบคุมพลังปราณขั้นปลายเช่นกัน

ระบบพรสวรรค์ของทุกคนมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และในขณะที่บางระบบพรสวรรค์จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางกายภาพ ความเร็ว หรือความแข็งแกร่ง แต่โดยธรรมชาติแล้วก็มีระบบพรสวรรค์ที่ช่วยเพิ่มพลังทางจิตวิญญาณ ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ และอื่นๆ อีกมากมายด้วยเช่นกัน

ยิ่งภูมิได้เห็นมากเท่าไร เขาก็ยิ่งหลงใหลในระบบพรสวรรค์มากขึ้นเท่านั้น ทุกคนในโลกคู่ขนานนี้ต่างก็มีระบบพรสวรรค์ของตัวเองซึ่งกำหนดบุคลิกภาพและรูปแบบการกระทำของพวกเขา

หลายครั้งที่ผู้คนดำเนินการบางอย่าง พวกเขาเพียงทำเพื่อให้ภารกิจของระบบพรสวรรค์เสร็จสมบูรณ์ แทนที่จะกระทำตามความสมัครใจของตัวเอง ทำให้บางครั้งเมื่อคุณเห็นฝ่ายตรงข้ามโกรธจนต้องระเบิดอารมณ์ คุณอาจจะคิดว่าคุณได้เปรียบ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นเพียงเพราะระบบของพวกเขายอมให้คุณได้รับประโยชน์เท่านั้น แน่นอนว่ายกเว้นภูมิชัยละน่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...