โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: มนุษย์เราเริ่มกินอาหาร 3 มื้อ กันตั้งแต่เมื่อไหร่?

BrandThink

เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 03.30 น.

ทุกวันนี้ในแทบทุกวัฒนธรรม การกินอาหารขั้นต่ำ 3 มื้อคือเรื่องปกติมาก และก็พอจะเรียกได้ว่าในทุกวัฒนธรรมล้วนมีคำเรียกอาหารทั้ง 3 มื้อ เพราะเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันจะตื่นเช้ามากินอาหารมื้อหนึ่ง ตอนกลางวันกินอีกมื้อหนึ่ง และตอนค่ำกินอีกมื้อหนึ่ง
.
ประเด็นคือถ้าย้อนไปในอดีต แค่สักประมาณไม่กี่ร้อยปีก่อน สิ่งที่เป็นปกติมากกว่าคือการกินอาหารวันละ 2 มื้อ จึงนำมาสู่คำถามว่า มนุษย์เริ่มกินอาหาร 3 มื้อได้อย่างไร?
.
แต่เราอาจต้องย้อนไปในอดีตอันไกลโพ้นก่อน
.
ในอดีต ยุคก่อนที่มนุษย์จะทำการเกษตรและเริ่มมีอารยธรรม เรามีข้อมูลเกี่ยวกับมื้ออาหารของมนุษย์น้อยมาก จะเรียกว่าหาข้อสรุปไม่ได้ก็ได้ แต่ก็คาดการณ์กันว่าในสังคมหาของป่าและล่าสัตว์ มนุษย์ไม่น่าจะกินอาหารเป็นเวลา แต่จะมีลักษณะแบบกินจุกจิกตามที่หามาได้
.
แต่ในยุคที่มนุษย์เริ่มทำการเกษตรและทำการปฏิวัติการเกษตรเข้าสู่ยุคหินใหม่ประมาณ 10,000 ปีก่อน ก็สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มของการมี 'มื้ออาหาร' ที่ชัดเจน โดยสิ่งที่แทบจะพบทั่วโลกคือระบบ 2 มื้ออาหาร มื้อแรกตอนเช้า ก่อนออกไปทำงาน มื้อที่สองตอนบ่ายแก่ๆ ถึงเย็นหลังกลับมาจากการทำงาน และท้องฟ้ายังไม่มืด
.
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ วงจรชีวิตมนุษย์จะดำเนินไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ มนุษย์จะตื่นแต่เช้ามืด และเข้านอนตอนหั่วค่ำกันปกติทั่วโลก เพราะตอนกลางคืนมันมีแต่ความมืด เทคโนโลยีให้แสงสว่างก็พอมี แต่ราคาสูง คนทั่วไปจับต้องไม่ถึง เวลากลางคืนจึงไม่ได้สว่างทั้งบ้านทั้งเมืองแบบทุกวันนี้ ดังนั้นตกกลางคืน โดยทั่วไปคนก็จะนอนหลับกัน เพราะมันไ่ม่มีอะไรให้ทำมากมาย
.
ในวงจรชีวิตแบบนี้ เวลาที่มีแสงอาทิตย์คือช่วงเวลาสำคัญที่สุด เพราะมันเป็นเวลาที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดเกิดขึ้นได้ ไม่ว่านั่นจะเป็นการปลูกพืชหรือค้าขาย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนทั่วโลกมักจะกินมื้อเช้าแบบเบาๆ ก่อนออกไปทำงาน (ในหลายพื้นที่เป็นธรรมเนียมเลยว่าจะต้องเป็น 'อาหารเหลือจากเมื่อวาน') และทำงานเสร็จค่อยมาประกอบอาหารจริงจัง ดังนั้นตามจารีตแทบทุกวัฒนธรรม 'มื้อเย็น' คือมื้ออาหารที่หนักสุด จริงจังสุด
.
ระบบแบบนี้แทบจะดำเนินมาตลอดแบบไม่มีอะไรแทรก มนุษย์แทบทุกวัฒนธรรมกินอาหาร 2aมื้อกันเป็นเรื่องปกติ
.
คำถามคือระบบ 3 มื้อมายังไง?
.
ถ้าสืบค้นไป กองทัพเรืออังกฤษน่าจะเป็นองค์กรแรกที่จัดอาหาร 3 มื้อให้สมาชิก หลักๆ มันคืออาหารบนเรือ ซึ่งก็คาดเดาได้ว่าระบบแบบนี้เกิดขึ้นเพราะ บนเรือ 'เวลาว่าง' มันมีมากมาย มากพอจะเตรียมอาหารและนั่งกินอาหาร 3 มื้อได้ โดยระบบนี้เกิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยเอาจริงๆ แล้ว การกินอาหารมากกว่า 2 มื้อ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในหมู่ชนชั้นสูง ที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไร หรือพูดง่ายๆ การเพิ่มมื้ออาหารตามเวลาว่างก็เป็นเรื่องปกติทั่วโลกใน 'ชนชั้นที่มีเวลาว่างมาก' ซึ่งนั่นก็เลยนำมาซึ่ง 'อาหารว่าง' สารพัด
.
แต่สำหรับสังคมส่วนใหญ่ในโลก การกินอาหาร 3 มื้อเริ่มเกิดในราวศตวรรษที่ 19 และเกิดหลัง 'ปฏิวัติอุตสาหกรรม' ในแต่ละประเทศ
.
คือก่อนหน้านี้ ในครอบครัวเกษตรกร การกินอาหารมื้อเช้าและเย็นในบ้านเป็นเรื่องปกติมาตั้งแต่หลังปฏิวัติการเกษตร การเกิดขึ้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการทำงานโรงงาน มันมากับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษย์อย่าง 'การพักเที่ยง' และเนื่องจากการทำงานในโรงงานนั้นหนัก การพักเที่ยงแรงงานก็ต้องเติมอาหารเข้าร่างกาย และนี่เลยเป็นที่มาของสิ่งที่เราเรียกว่า 'มื้อเที่ยง' ในปัจจุบัน โดยจากประเพณีเดิม มื้อก่อนทำงานเบาๆ และมื้อหลังทำงานหนักๆ ก็ไม่ได้หายไป
.
ดังนั้น อธิบายง่ายๆ ปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้เกิดระบบ 3 มื้อขึ้นมา โดยมี 1 มื้อ 'ระหว่างทำงาน' มาแทรกระบบ 2 มื้อเดิมที่มนุษย์จะกินข้าวกัน 'ก่อนทำงาน' และ 'หลังทำงาน' เป็นหลัก โดยสุดท้าย 3 มื้อนี้ก็มีชื่อของมันในแทบทุกวัฒนธรรม เพราะมันเป็นมาตรฐานทั่วโลกกันหมด
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกวันนี้บทสนทนาเรื่องมื้ออาหารก็ไม่ได้จบลง มนุษย์ที่มีเวลามากขึ้นและเข้าถึงอาหารมากขึ้น เริ่มมีการเพิ่มลดมื้ออาหาร การเพิ่มพวกมื้ออาหารเพิ่มเติมเต็มเวลาว่าง จนถึงการรวบมื้ออาหารเพื่อประหยัดเวลาและเพื่อเหตุผลทางสุขภาพก็เกิดขึ้นปกติ การเปลี่ยนเวลากินอาหารเนื่องจากการทำงานที่บ้าน ไปจนถึงการที่พวกบริการส่งอาหารมีโปรโมชันลดค่าส่งในช่วงที่คนกินอาหารน้อยๆ มันก็มีผลในการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงเวลากินอาหารของมนุษย์กันทั้งหมด
.
ก็ไม่แน่ อีก 50 ปีข้างหน้า เราอาจอธิบายกันว่าพฤติกรรม 'กินข้าว 3 มื้อแบบเป็นเวลา' คือพฤติกรรมแบบคนศตวรรษที่ 20 ก็ได้ เพราะ 'ความหลากหลาย' ด้านจังหวะการกินอาหารนั้นมันเกิดขึ้นมากจริงๆ ในศตวรรษที่ 21 ที่ผ่านมาเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นเอง

อ้างอิง:

Scoll.in. Why eating three meals a day became the norm in many parts of the world. https://shorter.me/jmPKW

The Guardian. How lobbyists made breakfast 'the most important meal of the day'. https://shorter.me/1KGSA

#SOCIETY#BrandThink #CreativeChange #Empowering #Diversity #PositiveImpact

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...