โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบช.สอท. ยังไม่ฟัน “ฮุยวัน” ฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์

INN News

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 06.45 น. • INN News

ผบช.สอท. ยังไม่ฟัน ฮุยวัน เป็นบริษัทฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตรียมประสานข้อมูลกระทรวงการคลังสหรัฐ ยังไม่มีหลักฐานพอเอาผิดนักการเมือง-ผู้บริหารกัมพูชา

วันนี้ (17 มิ.ย 68) พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวถึงกรณีพบเส้นทางการเงินเว็บพนันออนไลน์ไปที่บริษัทรับเเลกเงินของกัมพูชา

พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ กล่าวว่า จากข้อมูลที่เราตรวจสอบบริษัทฮุยวัน เป็นบริษัทแลกเปลี่ยนเงินคริปโต ที่พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือบริษัทต่างๆ จะเข้ามาแลกเปลี่ยนเงินผ่านบริษัทนี้ ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าบริษัทนี้รู้เห็นและอยู่ในขบวนการฟอกเงิน แต่ทางเราก็เคยขอข้อมูลจากบริษัทฮุยวัน ที่สามารถนำไปถึงการออกหมายจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบว่าฮุยวัน มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เพราะการมีส่วนร่วมกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติจะต้องมีพยานหลักฐานมากกว่านี้

ทางกระทรวงการคลังของสหรัฐมีประกาศว่าบริษัทนี้ขึ้นแบล็คลิสต์ไว้ว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้อาชญากรรมข้ามชาติหรือแฮ็กเกอร์ของประเทศหนึ่ง ต้องจับตาหรือไม่ พลตำรวจโทไตรรงค์ บอกว่า มีการประสานข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานต่างๆอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นจับตาส่วนกรณีที่นักธุรกิจ wang Yicheng มีส่วนร่วมในเครือข่ายบริษัทฮุยวัน และมีภาพคู่กับพลตำรวจตรีชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 หรือผู้การแจ้ ได้มีการตรวจสอบแล้วหรือยัง

พลตำรวจโทไตรรงค์ ตอบว่า ก่อนที่จะแถลงข่าวได้มีการสอบถามโดยตรง เจ้าตัวยืนยันว่า ภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อสี่ปีที่แล้ว โดยขณะนั้นยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ซึ่งเป็นการนำดอกไม้มาแสดงความยินดี โดยดอกไม้ดังกล่าวมีมูลค่าไม่ถึง 3 พันบาทตามกฎหมาย ป.ป.ช. และไม่ได้มีการติดต่อกันอีก และจำบุคคลดังกล่าวไม่ได้ เนื่องจากผู้การแจ้ปัจจุบันเป็นตำรวจอินฟลูเอนเซอร์ และเป็นคนที่อัธยาศัยดี ทำให้มีผู้คนมาขอถ่ายรูปเยอะ

ยืนยันว่าหากมีตำรวจไซเบอร์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่ละเว้นส่วนระหว่างสถานการณ์ข้อพิพาทของทั้ง2 ประเทศ ตำรวจไซเบอร์ ได้ช่วยเหลือรัฐบาลในมิติในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามนโยบาย โดยนโยบายหลักคือไม่จบไม่เลิก

ทั้งนี้มีรายงานว่าเงินรายได้หลักของประเทศกัมพูชามาจากเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์และธุรกิจสีเทาต่างๆ ทางตำรวจไซเบอร์ถือว่าเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ของประเทศนี้หรือไม่ พลตำรวจไตรรงค์ ตอบว่า เรื่องของรายได้หลักหรือไม่ เป็นเพียงแค่การข่าว และข้อมูลที่มีในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะใช้ในการดำเนินคดีได้ จึงไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่จริงหรือไม่ แต่ประเทศไทยยืนยันอยู่แล้วว่าไม่เอาคอลเซ็นเตอร์ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม และเดินหน้าปราบปรามอย่างเต็มที่

จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานพอที่จะดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมืองหรือผู้บริหารประเทศกัมพูชาเหมือนกับการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ของประเทศเมียนมาหรือไม่ พลตำรวจโทไตรรงค์ บอกว่า จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวน ยังไม่มีพยานหลักฐานมากพอขนาดนั้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...