โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Entertainment Complex กุญแจแก้ Low Season การท่องเที่ยวไทย

SpringNews

อัพเดต 10 พ.ค. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 04.13 น.

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญวิกฤตความท้าทายจากปัจจัยรุมเร้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ "โครงการสถานบันเทิงครบวงจร" หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในมิติหนึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความหวังที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด

แก้ปัญหา Low Season เปิดประตูรายได้ตลอดปี

ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพอินเตอร์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความสำคัญของโครงการนี้โดยชี้ให้เห็นว่า โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา Low Season ของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งปัจจุบันฤดูท่องเที่ยวหลักของไทยกระจุกตัวอยู่เพียงในไตรมาส 4 และไตรมาส 1 เท่านั้น

"ในยุโรป ซึ่งมีความแตกต่างของฤดูกาลมากกว่าไทย การมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ช่วยให้ไม่มีความแตกต่างของฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในคอมเพล็กซ์ได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ การชมการแสดง หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ" ดร.ณรงค์ชัย อธิบาย

นักวิชาการท่านนี้ยังเสริมว่า "หากนำโมเดลเดียวกันมาปรับใช้ในประเทศไทย จะช่วยให้ประเทศเราไม่มีความแตกต่างของฤดูกาลท่องเที่ยว และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักให้เข้ามาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี"

หมุดหมายสำคัญดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน

ในด้านเศรษฐกิจ ดร.ณรงค์ชัย มองว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาสู่ประเทศไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน

"ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจไทยค่อนข้างติดลบ โดนผลกระทบจากนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า 'ทาริฟ' ในอัตรา 36% ทำให้หลายสำนัก เช่น IMF และ World Bank ปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ของไทยเหลือเพียง 1.6-2.3% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ดร.ณรงค์ชัย วิเคราะห์

"หากรัฐบาลไม่มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ จะทำให้ GDP ไทยอยู่รั้งท้ายประเทศเพื่อนบ้าน และอาจไม่เติบโตทั้งปีนี้และปีหน้า ดังนั้น เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จึงเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา แม้จะยังไม่แล้วเสร็จในปีนี้หรือปีหน้าก็ตาม" นักวิชาการผู้นี้กล่าวเพิ่มเติม

รายได้หลักไม่ได้มาจากกาสิโน

ดร.ณรงค์ชัย ระบุว่า สิ่งที่ต้องการสื่อสารให้สังคมไทยเข้าใจคือ สัดส่วนรายได้ของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่แท้จริง แบ่งเป็นรายได้จากกาสิโนในคอมเพล็กซ์ทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนเพียง 10-30% เท่านั้น โดยรายได้หลักมาจากการใช้บริการอื่นๆ

"หลายคนเข้าใจผิดว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์คือกาสิโน แต่ความจริงแล้ว กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ในลาสเวกัส รายได้จากกาสิโนมีเพียง 30% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนอีก 70% มาจากการแสดงโชว์ คอนเสิร์ต การเข้าพัก การท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ส่วนในมาเก๊า สัดส่วนรายได้จากกาสิโนอยู่ที่ประมาณ 25-50% ขึ้นอยู่กับแต่ละปี โดยในช่วงโควิด-19 ที่การท่องเที่ยวลดลง สัดส่วนนี้จะสูงขึ้น ส่วนในดูไบหรืออาหรับเอมิเรตส์ รายได้จากกาสิโนมีเพียง 10% เท่านั้น โดยเน้นการขายสินค้าในพื้นที่เป็นหลัก" ดร.ณรงค์ชัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย ผ่านพื้นที่ปลอดภาษี

ดร.ณรงค์ชัย ยังมองว่า โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้า OTOP ของไทย โดยสามารถจัดพื้นที่พิเศษที่ได้รับการยกเว้นภาษีหรือลดหย่อนภาษี เช่น ดิวตี้ฟรี เพื่อให้แม่ค้าพ่อค้าสามารถนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาที่ถูกลง

"จริงๆ แล้ว เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ได้จำกัดแค่กาสิโน แต่ยังรวมถึงการค้าขายของผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศด้วย ในสิงคโปร์มีนโยบายดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรี ซึ่งเป็นการลดภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากร ทำให้สินค้ามีราคาถูกลง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น" ดร.ณรงค์ชัย กล่าวทิ้งท้าย

จากมุมมองของ ดร.ณรงค์ชัย จะเห็นได้ว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พนันอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ แก้ปัญหา Low Season และสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวพ้นวิกฤตในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...