โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นายกฯไป ตลาดรอด! นักวิเคราะห์ชี้! หากลาออก เป็นทางเลือกดีที่สุดต่อหุ้นไทย

Share2Trade

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.16 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.16 น. • Share2Trade

โบรกฯ มอง 3 ทางออกการเมืองไทย ชี้ให้นายกลาออกเป็นทางเลือกที่สุดต่อตลาดหุ้นไทย หากบริหารต่อด้วยรัฐบาลเสียงข้างน้อย มีแต่ความเสี่ยงทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจงบประมาณที่จำกัด สุดท้ายอาจต้องยุบสภาฯหรือลาออกตามมา

นายกฯ ไป ตลาดรอด!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า การถอนตัวออกจากรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ทำให้สถานะของรัฐบาลมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพมากขึ้น โดยจากการประเมินเบื้องต้นตามข้อมูลข่าวการเมืองที่เปิดเผยโดยทั่วไป เสียงในสภาฯ มีทั้งสิ้น 495 เสียง

โดยการมีเสียงเกินครึ่งสภาฯเพื่อดำรงสถานะความเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก คือ ต้องรวมเสียงให้ได้มากกว่า 248 เสียงแต่หลังจากพรรคภูมิใจไทยถอนตัว ซึ่งมีเสียงราว 69 เสียง ทำให้เสียงของรัฐบาลลดลงจาก 324 เสียง เหลือราว 255 เสียง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงมากเมื่อเทียบกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ (ชุดก่อนหน้า) มี 278 เสียง

เพราะฉะนั้น ถ้ามีการถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 พรรค จาก พรรคที่มีเสียงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น รวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง, พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง, หรือพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง รัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหรือเสียงข้างน้อยทันทีซึ่งจะบริหารประเทศได้อย่างยากลำบาก เพราะต้องคอยขอเสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน หากต้องการผ่านกฎหมายสำคัญ

ดังนั้น จึงได้ประเมินผลกระทบด้านปัจจัยการเมืองต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยอิงที่ความชัดเจน ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย ประกอบกับการวิเคราะห์เชิงปริมาณโดยอิงสถิติที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นสำคัญ

โดยทางเลือกที่เป็นบวกต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นายกฯลาออก เพราะใช้เวลาสรรหาสั้น โดยเทียบกรณีคุณเศรษฐาพ้นตำแหน่ง 14 ส.ค. 2567 สภาฯสามารถเลือกนายกฯท่านใหม่ได้อย่างรวดเร็วในวันที่ 16 ส.ค. 2567โดยในส่วนของข้อมูลเชิงสถิติ วันที่ 14 ส.ค. 2567 ตลาดหุ้นไทยลงไปทำจุดต่ำสุด -1.3% ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดลบเพียง -0.4% และหลังจากนั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยบวก +3.1% ในช่วง 5 วันทำการ

ส่วนทางเลือกที่เป็นลบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การบริหารประเทศด้วยเสียงข้างน้อย เพราะจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วยงบประมาณที่จำกัดและนายกฯมีความเสี่ยงที่จะต้องยุบสภาฯหรือลาออกตามมา หากไม่สามารถผ่านกฎหมายสำคัญต่อสภาฯ เช่น พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี

กรณียุบสภาฯมองเป็นกลาง สถานการณ์จะนิ่งขึ้น แต่ต้องใช้เวลาเลือกตั้งใหม่ใน 45-60 วัน และแม้รัฐบาลชุดเดิมยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ แต่การพิจารณางบประมาณปี 2569 หรือการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อาจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่

ส่วนสถิติต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยการยุบสภาฯล่าสุด คือ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 20 มี.ค. 2566 พบว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยลงไปทำจุดต่ำสุด -1.3% ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดลบ -0.5% และหลังจากนั้นพลิกมาบวก +2.4% ในช่วง 5 วันทำการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...