โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขึ้นภาษีน้ำมันเบนซิน-ดีเซล 1 บาท/ลิตร แต่ไม่กระทบราคาน้ำมัน? แล้ว 1 ลิตรที่เราจ่าย มีค่าอะไรบ้าง

Thairath Money

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 03.27 น.
ภาพไฮไลต์

วานนี้ (7 พ.ค. 2568) คณะรัฐมนตรีประชุมลับ พร้อมอนุมัติ กรณีกรมสรรพสามิตขอขึ้นภาษีน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินอีก 1 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลทันที

จากเหตุผล ที่ระบุว่า เป็นการทยอยปรับตาม แนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลง และ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลเพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐ คาดการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลได้รายได้เพิ่มเดือนละ 2,900 ล้านบาท หรือ 34,800 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้คนสงสัย คือ ทำไมรัฐบาลถึงบอกว่า การปรับขึ้นภาษีน้ำมันครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อ “ราคาขายปลีก”

หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วราคาน้ำมันที่เราจ่ายอยู่หน้าแผงปั๊มนั้น มันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และใครได้อะไรจากเงิน 1 ลิตรที่เราจ่ายไปทุกครั้งที่เติม?

Thairath Money ชวนมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับ “โครงสร้างราคาน้ำมัน 1 ลิตรในไทย” กันให้ชัดเจนอีกครั้ง

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ราคาขายน้ำมัน 1 ลิตร ประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้

1. ต้นทุนราคาน้ำมันดิบ

เป็นต้นทุนหลักที่โรงกลั่นต้องจ่ายตามราคาตลาดโลก เช่น น้ำมันดิบดูไบ (Dubai) น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) และน้ำมันดิบดับบลิวทีไอ (WTI) ซึ่งผันผวนตามสถานการณ์โลก เช่น สงคราม การเมือง หรือการผลิตของโอเปก

2. ค่าการกลั่น (Refinery Margin)

คือ ค่าดำเนินงานของโรงกลั่นในการแปรรูปน้ำมันดิบให้เป็นน้ำมันสำเร็จรูป พร้อมคุณสมบัติตามมาตรฐาน เช่น แก๊สโซฮอล์ 95, ดีเซล B7 ฯลฯ (ค่าการกลั่นของไทยจะอ้างอิงตามตลาดสิงคโปร์)

3. ค่าการตลาด

เป็นส่วนที่ปั๊มน้ำมันหรือผู้ค้านำไปใช้บริหารจัดการ เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าโลจิสติกส์ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ รวมถึงกำไรของผู้ค้า

4. ภาษีสรรพสามิต

ภาษีที่เก็บจากน้ำมันเพื่อเป็นรายได้ให้รัฐ โดยคิดในอัตราที่ต่างกันไปตามชนิดน้ำมัน และ สามารถปรับขึ้น-ลงได้ตามนโยบายรัฐบาล เช่น จากการปรับขึ้นภาษีล่าสุด จะทำให้ น้ำมันเบนซิน 95 จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 6.50 บาทต่อลิตร จะมีอัตราใหม่ อยู่ที่ 7.50 บาทต่อลิตร หลังจากเพิ่มขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตร

5. เงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

เป็นกองทุนกลางของรัฐที่ใช้บริหารจัดการราคาน้ำมัน เช่น การอุดหนุนดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร หรือช่วยรักษาเสถียรภาพเมื่อราคาตลาดผันผวน ซึ่งเป็นการจัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)

ขณะฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 พบว่าติดลบอยู่ที่ 47,779 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • บัญชีน้ำมันติดลบอยู่ที่ 2,540 ล้านบาท
  • บัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 45,239 ล้านบาท

6. เงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน

เงินกองนี้นำไปส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น สนับสนุนรถ EV การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ฯลฯ

7. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

คิด 7% จากราคาขายปลีกทั้งหมด

แล้วทำไม “ขึ้นภาษี” แต่ “ราคาขายไม่ขึ้น” ด้วย

เพราะรัฐบาลระบุว่า การปรับขึ้นภาษีน้ำมันดังกล่าว มีการใช้เงินในกองทุนน้ำมันฯ มาชดเชย ภาษีที่ขึ้น 1 บาทนี้ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ราคาที่ประชาชนจ่าย ณ ปั๊มน้ำมันเปลี่ยนแปลงทันที

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมาตรการแค่ชั่วคราว นั่นหมายถึงในอนาคตอาจมีการทยอยปรับในระยะถัดไป ล่าสุด “พรชัย จิรกุลไพศาล” ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เผยว่า ขณะนี้ กำลัง วิเคราะห์และประเมินผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตครั้งนี้

แต่คาดว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังสามารถปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลได้จนถึง ณ สิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ที่มา : กระทรวงพลังงาน ,กรมสรรพสามิต ,ทำเนียบรัฐบาล

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขึ้นภาษีน้ำมันเบนซิน-ดีเซล 1 บาท/ลิตร แต่ไม่กระทบราคาน้ำมัน? แล้ว 1 ลิตรที่เราจ่าย มีค่าอะไรบ้าง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...