โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วราวุธ" รมว.พม. ขึ้นเวที UN เปิดประชุม รมต.ภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ทบทวนความก้าวหน้า ความท้าทาย ตามปฏิญญาปักกิ่ง

VoiceTV

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 07.13 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิกเพื่อการทบทวนความก้าวหน้าและความท้าทาย ในการปฏิบัติตามปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี (Asia-Pacific Ministerial conference on the Beijing+30 Review) โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

นายวราวุธ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ขอต้อนรับทุกท่านสู่การประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อทบทวนปักกิ่ง +30 (Asia - Pacific Ministerial Conference on the Beijing +30 Review) ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร และขอแสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UN-ESCAP) และสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ UN Women สำหรับความพยายามร่วมกัน ในการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีในครั้งนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญในการก้าวไปสู่การบรรลุพันธกรณีภายใต้วาระสำคัญที่ว่า "สิทธิมนุษยชนคือสิทธิสตรี…และสิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชน" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปฏิญญาและแผนปฏิบัติการกรุงปักกิ่ง (BPfA)

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2568 เราจะได้เฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 30 ปีของการประชุมระดับโลกครั้งที่ 4 เกี่ยวกับสตรีและการรับรอง BPfA ซึ่งหลายประเทศได้พยายามส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ เสริมพลังให้สตรี และสร้างหลักประกันว่าสิทธิของสตรีและเด็กหญิง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญลำดับแรกในการพัฒนา เราต่างเรียกร้องความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน และเรายินดีที่ได้เห็นความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ด้าน แม้จะมีความคืบหน้าที่น่าชื่นชม แต่สังคมโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ อาทิ ความรุนแรงทางเพศและการเลือกปฏิบัติ ยังคงเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้า นอกจากนี้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล ความผันผวนทางเศรษฐกิจ โรคระบาด และวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่อื่น ๆ ได้ทำให้ช่องโหว่ทวีความรุนแรงขึ้นและความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 5 ว่าด้วยเรื่องความเท่าเทียมทางเพศลดลง นั่นคือเหตุผลที่ความพยายามของเราในการบรรลุหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในปฏิญญาปักกิ่งยังคงมีความสำคัญ การเพิ่มการลงทุน ความมุ่งมั่นทางการเมือง และการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นายวราวุธ กล่าวต่ออีกว่า การเพิ่มความพยายามของเราในวาระนี้เป็นสิ่งจำเป็น ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เห็นว่าเพื่อเร่งดำเนินการในประเด็นดังกล่าว ผู้ชายและเด็กชายควรมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิตร ตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนผู้ได้รับประโยชน์จากความเท่าเทียมทางเพศ การบรรลุความเท่าเทียมทางเพศต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและการมุ่งมั่นอย่างแข็งขันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในการทำงานร่วมกัน เพื่อทลายอุปสรรคในระบบและส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน ทั้งนี้ ประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง เด็กผู้หญิง LGBTQI+ และบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เผชิญกับการเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เรากำลังสร้างการเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ในความเท่าเทียมทางเพศโดยการออกกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่ง คือ "กฎหมายความเท่าเทียมในการสมรส" ซึ่งปกป้องสิทธิมนุษยชนสากลในการสร้างครอบครัว กฎหมายฉบับนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศที่ 3 ในเอเชีย และประเทศที่ 37 ของโลกที่บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 22 มกราคม 2568 ไม่เพียงแต่ทำให้การแต่งงานถูกกฎหมายเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าความรักอยู่เหนือขอบเขต กฎหมายฉบับนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกฎหมายครอบครัวของประเทศไทย

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 เดือนก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี สมัยที่ 69 ซึ่งจะมีการเปิดเผยถึงความสำเร็จและความท้าทายในการดำเนินการตาม BPfA และคาดว่าในที่สุดพันธกรณีทางการเมืองในความเท่าเทียมทางเพศจะเข้มข้นมากขึ้น ดังนั้น ตนหวังว่าการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งนี้ จะเป็นโอกาสพิเศษสำหรับเราทุกคนในการสร้างฉันทามติในระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อเร่งดำเนินการตามพันธกรณีที่ให้ไว้ ใน BPfA ซึ่งจะต้องนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของภูมิภาคในการประชุมครั้งที่ 69 ของคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีในปี 2568 และประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก ESCAP ประเทศสมาชิกสมทบ ตลอดจน CSO และองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาหลักการของปฏิญญาปักกิ่ง โดยมั่นใจว่าเราจะไม่หลงทางในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อที่ 5 ว่าด้วยเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...