โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เฉลิมชัย’ เร่งเคลียร์คำขอใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้กว่า 1.37 แสนเรื่อง

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 17.14 น. • The Bangkok Insight

"เฉลิมชัย" เผยนั่งคุมกระทรวงทรัพย์ฯ 4 เดือน เร่งผลักดัน 1.37 แสนคำขอใช้ประโยชน์ที่ดินป้าไม้ แก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ป่า ลดขั้นตอนพิจารณา ชาวบ้านได้ประโยชน์นับแสนครอบครัว

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผลงานปี 2567 นโยบายหลัก 3 ข้อ ความล่าช้า คือ ความอยุติธรรม ผลักดัน 1.37 แสนคำขอ ใช้ประโยชน์ที่ดิน แก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ป่า ลดขั้นตอนพิจารณา ชาวบ้านได้ประโยชน์นับแสนครอบครัว พร้อมคุมเข้มมาตรการ ผู้บุกรุก และลักลอบทำลายป่า ล่า-ค้าสัตว์ป่า จับกุม ดำเนินคดี ไม่ละเว้น

เฉลิมชัย

ทั้งนี้ ได้มอบเป็นนโยบายหลัก 3 ข้อ ให้กับข้าราชการกระทรวงทรัพยากรฯ ประกอบด้วย

1. ความล่าช้าก็คือความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง

2. การออกเอกสารสิทธิ์ทำกินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จะต้องเร่งรัดให้ได้ไวที่สุด

3. พื้นที่ป่าไม้ทั้งหมดมีราษฎรเข้าไปอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่ยังขาดไปคือสาธารณูปโภค จึงได้ผ่อนปรนให้หน่วยราชการเข้าไปดูแล ทั้งน้ำ ถนน ไฟฟ้า ทำให้หลายแสนครอบครัวได้ประโยชน์หลายล้านคนที่อยู่ในพื้นที่ป่าที่ได้ดำเนินการ และกำลังเก็บตกส่วนที่เหลือโดยจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ 7 มกราคม 2568

นอกจากนี้ ได้มีการมอบหมายและสั่งการให้กรมป่าไม้เร่งแก้ปัญหาการขอใช้พื้นที่ป่าไม้ให้แล้วเสร็จเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ภายใต้นโยบาย ยืดหยุ่น สะดวก และคล่องตัว เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน

จากคำขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้จำนวนกว่า 1.37 แสนคำขอ จึงต้องการเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

ในฐานะคนทำงานเพื่อประชาชน ผมได้พยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างเท่าเทียมและต้องไม่ผิดกฎหมาย ทำให้มีการเพิ่มจำนวนการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จากเดือนละครั้ง เป็นเดือนละ 2 ครั้ง พร้อมกับการลดขั้นตอนการพิจารณา และปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ยืดหยุ่น เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

ภาพรวมการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน

1. เป็นการขออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ ตั้งแต่ปี 2509-ปัจจุบัน อนุญาตไปแล้ว จำนวน 8,162 คำขอ รวมเนื้อที่ประมาณ 7,336,787 ไร่ ในจำนวนนี้แบ่งเป็น

  • พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 7,486 คำขอ รวมเนื้อที่ประมาณ 7,167,801 ไร่
  • พื้นที่ป่าตามมาตรา 4 (1) จำนวน 676 คำขอ รวมเนื้อที่ประมาณ 168,986 ไร่

2. เป็นการอนุญาตตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

  • มีการออกหนังสืออนุญาตแล้วจำนวน 523 คำขอ รวมเนื้อที่ประมาณ 2,807,424 ไร่
  • ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 144 คำขอ รวมเนื้อที่ประมาณ 842,871 ไร่ และ
  • มีคำขอแบบ 1 จังหวัด 1 คำขอ รวมเนื้อที่ประมาณ 774 ไร่

3. เป็นคำขอตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ได้เข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ โดยมีการยื่นคำขออนุญาตจำนวน 137,444 คำขอ อนุญาตแล้ว จำนวน 2,582 คำขอ แบ่งเป็น

  • คำขอที่ยื่นตามมติ ครม.ฯ จำนวน 2,430 คำขอ
  • เป็นคำขอที่ยื่นก่อนมติ ครม.ฯ จำนวน 152 คำขอ

4. คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้เห็นชอบคำขอตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 กรณีส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ที่ได้เข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต ในคราวประชุมฯ ครั้งที่ 12/2567 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 จำนวน 5,407 คำขอ แบ่งเป็น

  • คำขอที่คณะกรรมการฯ เห็นชอบ จำนวน 64 คำขอ และ
  • คำขอที่คณะกรรมการฯ เห็นชอบในหลักการ จำนวน 5,343 คำขอ

คำขอเหล่านี้ โดยมากเป็นคำขอจากหน่วยงานราชการ ตั้งแต่ระดับกรม ไปจนถึงระดับ อบต. สถาบันการศึกษาของรัฐ กฟผ.

หากพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการใช้พื้นที่พบว่า เป็นการขออนุญาตเพื่อเข้าทำประโยชน์ให้กับประชาชนในวงกว้าง ตั้งแต่ การก่อสร้างโรงพยาบาล สถานบริการสาธารณสุข รพ.สต. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ถนน สะพาน ทางรถไฟ ทางสาธารณประโยชน์ กิจการโทรคมนาคม ก่อสร้างโรงเรียน ขยายระบบประปาหมู่บ้าน สร้างอ่างเก็บน้ำ ขยายเขตไฟฟ้า และเป็นโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลเป็นการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐในลักษณะแปลงรวม ดำเนินการภายใต้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

ตลอดเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2567 เราทำงานมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชน แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อนในการประชุม COP29 พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...