BGRIM เปิดตัวธุรกิจใหม่ “ดาต้า เซ็นเตอร์” สรุปพันธมิตรไตรมาสแรกปี 68 งบลงทุน 5,000-7,000 ล้านบาท
BGRIM เปิดตัวธุรกิจใหม่ “ดาต้า เซ็นเตอร์” สรุปพันธมิตรไตรมาสแรกปี 68 ใช้งบลงทุน 5,000-7,000 ล้านบาท ลุยพลังงานระดับโลก กางแผนลงทุน 1.36 แสนล้านบาท หวังโตระยะยาว ย้ำไม่เพิ่มทุน
วันที่ 19 ธ.ค.2567 บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) แถลง “B.Grimm Towards 2025” เปิดทิศทางธุรกิจและแผนกลยุทธ์สำคัญในปี 2568 ประกาศลงทุนรวม 136,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีแผนเปิดตัวใหม่ธุรกิจใหม่ คือ “ดาต้า เซ็นเตอร์”**
ด้านธุรกิจพลังงาน ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนรวม 10 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 พร้อมเดินหน้าขยายธุกิจระดับโลกผ่านการร่วมทุน ซื้อกิจการ และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมจัดสรรแหล่งทุนของบริษัทรวม 70,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตในระยะยาวและยั่งยืน
ล่าสุด BGRIM ได้ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตสู่อนาคตพลังงานสะอาด และการขยายธุรกิจระดับโลก แบ่งเป็น 3 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน, กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม และกลุ่มงานการเงินและบัญชี
[caption id="attachment_146269" align="aligncenter" width="1126"]
นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม BGRIM[/caption]
ภายใต้การนำทัพของ นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มBGRIM และ 3 ผู้บริหารระดับสูง คือ นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน, นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม และ นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี
นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า ในปี 2567 บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายกำลังผลิตโครงการโรงไฟฟ้าหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งยังเป็นทิศทางหลักที่บริษัทจะมุ่งไปตลอดปี 2568 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
“BGRIM พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
สำหรับแผนกลยุทธ์สำคัญปี 2568
1. การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน และการขยายธุรกิจในระดับโลก ตั้งเป้ากำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนรวม 10 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 ผ่านการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังน้ำ ควบคู่กับการขยายธุรกิจในตลาดโลก อาทิ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการร่วมทุน การเข้าซื้อกิจการ และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
2. การเป็นพันธมิตรด้านพลังงานสำหรับดาต้า เซ็นเตอร์ มุ่งสู่การเป็นพันธมิตรหลักในการจัดหาพลังงานให้กับ ดาต้า เซ็นเตอร์ ในประเทศไทย โดยร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียนและให้บริการโซลูชั่นพลังงานครบวงจรรองรับความต้องการของ ดาต้า เซ็นเตอร์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับศูนย์ข้อมูลขนาดรวม 310 เมกะวัตต์
ด้านนายนพเดช กล่าวเสริมว่า การเปิดตัวธุรกิจใหม่ ดาต้า เซ็นเตอร์ ในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร คาดว่ารู้ผลในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 หรือช้าสุดภายในครึ่งปีแรก โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000-7,000 ล้านบาท
“การลงทุนในธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ ปัจจุบันใช้เงินลงทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1 เมกะวัตต์ สำหรับการลงทุนของBGRIM กับพันธมิตรที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าถือว่ามีขนาดใหญ่ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า 40-100 เมกะวัตต์ ขณะที่ศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ ในประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีกำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์”
3. การจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและยั่งยืน โดยวางแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ในช่วงปี 2567-2573 รวม 136,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 85% ในขณะที่แผนการลงทุนเฉพาะส่วนทุนของBGRIM จำนวน 70,000 ล้านบาท จะเป็นพลังงานหมุนเวียนถึง 94%
ด้านแหล่งที่มาของเงินลงทุนของBGRIM จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน และหุ้นกู้ทั่วไป, เงินกู้จากสถาบันการเงิน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการขายสินทรัพย์ (โรงไฟฟ้าบางโครงการ) ที่มีศักยภาพ
นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า BGRIMยังดำเนินกลยุทธ์การลงทุนด้วยการพิจารณาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (EIRR) เป้าหมายอยู่ที่ 10-15% ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของเทคโนโลยีในแต่ละโครงการ ความน่าเชื่อถือของประเทศและผู้รับซื้อไฟฟ้า (Offtaker) รวมถึงความผันผวนของกระแสเงินสดที่คาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการบริหารหนี้สินและทุนอย่างเหมาะสม โดยตั้งเป้าอัตราหนี้สินต่อทุนที่ 3.0 เท่าในช่วงเริ่มต้นของการจัดหาเงินทุนโครงการ พร้อมทั้งใช้ limited-recourse loan และ back-end equity
นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า บริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุน แม้จะมีการลงทุนจำนวนมากก็ตาม