โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไลสตริทส์ (ไทยแลนด์) ประกาศพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอากาศยานไทย พุ่งทะยานสู่ความสำเร็จครั้งใหม่

Positioningmag

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 13.22 น.

บริษัท ไลสตริทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ประกอบการในธุรกิจอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน สัญชาติเยอรมัน มีความเชี่ยวชาญ ในการผลิตใบพัดคอมเพรสเซอร์สำหรับเครื่องยนต์ของเครื่องบินหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น Rolls-Royce, Pratt & Whitney และ GE Aerospace ครอบคลุมรุ่นต่างๆ เช่น V2500, Trent1000-TEN, Trent XWB, CFM LEAP ทุกขั้นตอนการผลิตล้ำสมัย แม่นยำ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงมีความทนทานอย่างสมบูรณ์แบบ และในวันนี้ บริษัทฯมีความพร้อมในทุกๆด้าน ที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นต่อคุณภาพ ความแม่นยำ ไร้ขีดจำกัดและความท้าทายเพื่อพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จใหม่ๆ และอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมการบิน


นายชลัช คงสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลสตริทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 ตั้งอยู่ใจกลางนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 1 จังหวัดชลบุรี และเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของกลุ่มไลสตริทส์ ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2555 ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการส่งมอบชิ้นส่วนอากาศยานคุณภาพเยี่ยม โดยเริ่มต้นด้วยการผลิตและส่งมอบใบพัดคอมเพรสเซอร์ให้กับ Senior Aerospace Thailand เพื่อเข้าสู่กระบวนการกัด CNC ที่ละเอียดถี่ถ้วน และได้รับการรับรองจากหนึ่งในแบรนด์อากาศยานชั้นนำของโลกอย่าง Rolls-Royce ด้วยการรับรองจาก Rolls-Royce ประเทศอังกฤษ และการรับรองมาตรฐานจาก NADCAP สำหรับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งบริษัทฯรับประกันว่าทุกใบพัดที่ผลิตมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก
ทั้งนี้ ด้วยกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย โดยเริ่มต้นจากการจัดการและตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ผ่านเทคนิคการเตรียมพื้นผิวขั้นสูง และเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูปร้อนที่แม่นยำ(Precision Hot Forging) ทั้งยังปรับปรุงความแข็งด้วยกระบวนการอบชุบด้วยความร้อน (Heat treatment) ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ช่วยให้ใบพัดแต่ละชิ้นที่ถูกสร้างขึ้นมีความถูกต้อง แม่นยำและความทนทานอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเครื่องจักรสำหรับขึ้นรูปร้อนทางบริษัทเลือกใช้เครื่องสกรูเพลส (Screw Press) และใช้เตาอบชุบระบบสูญญากาศ (Vacuum Furnace) สำหรับเพิ่มความแข็งให้ใบพัด ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่มีคุณภาพสูงนำเข้าจากประเทศเยอรมนีและประเทศอื่นๆในยุโรป ทั้งยังผลิตแม่พิมพ์สำหรับขึ้นรูปร้อนได้เองด้วยเครื่องซีเอ็นซีแบบ 5 แกน ที่มีประสิทธิภาพสูงที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการผลิตโดยรวม ซึ่งทำให้บริษัท ไลสตริทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการสร้างใบพัดที่มีความแม่นยำ รวดเร็ว และน่าเชื่อถือด้วยมาตรฐานคุณภาพในระดับโลก ถือเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศอย่างแท้จริง


นอกจากนี้ บริษัท ไลสตริทส์ (ไทยแลนด์) ยังมุ่งมั่นควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต โดยทดสอบ และตรวจสอบทุกชิ้นส่วนที่ผลิตอย่างเข้มงวดด้วยอุปกรณ์ทันสมัย เช่น เครื่องวัดสามมิติ CMM และเครื่อง Multi-probe Sigma สำหรับการควบคุมขนาด เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนที่ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ ตลอดจนการวัดโครงสร้างของวัสดุ, ความแข็งแรงด้วย Tensile, hardness นอกเหนือไปจากการวิเคราะห์ทางโครงสร้างทางจุลภาค ด้วยพนักงานที่เชี่ยวชาญ มีความรู้และประสบการณ์ สำหรับกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ ด้วยเครื่องจักรที่ล้ำสมัย เพื่อให้มั่นใจว่าใบพัดแต่ละชิ้นตรงตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานอากาศยาน การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และทักษะฝีมือที่เชี่ยวชาญนี้เองเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จของบริษัท
ก้าวต่อไปที่สำคัญของกลุ่มไลสตริทส์ คือแผนการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบัน บริษัท ไลสตริทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด มีแผนการพัฒนาการผลิต-ออกแบบชิ้นส่วนอากาศยานของกลุ่มไลสตริทส์ เพราะที่นี่ถือเป็นแหล่งรวมนวัตกรรม ความแม่นยำ และความเป็นเลิศที่สามารถสร้างอนาคตให้กับอุตสาหกรรมอากาศยาน ด้วยบุคลากรที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถ อีกทั้งการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐและเอกชนช่วยผลักดัน สนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ วางแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตใบพัดคอมเพรสเซอร์ให้ได้สูงถึง 1.5 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งเป็น 2 เท่าจากที่เคยผลิตได้ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ในปีที่ผ่านมา นอกไปจากนี้ยังมีแผนการเป็นศูนย์กลางการพัฒนา และต่อยอดของกลุ่มธุรกิจของอีกหลายบริษัทสมาชิกกลุ่มไลสตริทส์ในอีกหลายๆประเทศ จากการลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนถึง 35 ล้านยูโร หรือกว่าหนึ่งพันล้านบาท สำหรับโรงงานแห่งใหม่นี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการก้าวไปสู่การพัฒนาองค์กรให้เติบโตสู่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความเป็นสากลอันเป็นเป้าหมายที่ได้วางไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...