โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UN คาด เศรษฐกิจโลก โต 2.8% ในปี 2568 เผชิญแรงฉุดรั้งจากเศรษฐกิจสหรัฐ-จีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ม.ค. 2568 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2568 เวลา 03.16 น.

UN คาด เศรษฐกิจโลก โต 2.8% ในปี 2568 เผชิญแรงฉุดรั้งจากเศรษฐกิจสหรัฐ-จีน เรียกร้องให้มีการดำเนินการพหุภาคีเพื่อแก้ไขวิกฤตที่เชื่อมโยงกัน

วันที่ 9 มกราคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า *สหประชาชาติ (UN) คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะคงอยู่ที่ 2.8% ในปี 2568 ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2567 โดยถูกฉุดรั้งโดยเศรษฐกิจ 2 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐ และจีน*

รายงานสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกระบุว่า “การคาดการณ์การเติบโตในเชิงบวกแต่จะช้าลงเล็กน้อยสำหรับจีนและสหรัฐอเมริกา แต่จะเสริมด้วยการฟื้นตัวที่ไม่มากนักของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอังกฤษ และการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในเศรษฐกิจกำลังพัฒนาขนาดใหญ่บางแห่ง โดยเฉพาะอินเดียและอินโดนีเซีย”

รายงานของกรมกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติระบุว่า “แม้ว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่คาดว่า เศรษฐกิจโลก จะเติบโตในอัตราที่ช้ากว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2553-2562 ก่อนเกิดโรคระบาด ที่ 3.2%”

รายงาน UN ระบุว่า “ผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่กำลังดำเนินอยู่ เช่น การลงทุนที่อ่อนแอ การเติบโตที่ช้าของผลผลิต ระดับหนี้ที่สูง และแรงกดดันด้านประชากร”

รายงานระบุว่าการเติบโตของสหรัฐคาดว่าจะชะลอตัวลงจาก 2.8% เมื่อปีที่แล้วเป็น 1.9% ในปี 2568 เนื่องจากตลาดแรงงานอ่อนตัวและการใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัว ส่วนการเติบโตในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 4.9% ในปี 2567 และคาดว่าจะอยู่ที่ 4.8% ในปีนี้ โดยการลงทุนในภาคสาธารณะและการส่งออกที่แข็งแกร่งนั้นถูกชดเชยบางส่วนจากการเติบโตของการบริโภคที่ชะลอตัวและความอ่อนแอของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงดำเนินต่อไป

รายงานระบุว่า คาดว่ายุโรปจะฟื้นตัวเล็กน้อย โดยการเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 0.9% ในปี 2567 เป็น 1.3% ในปี 2568 โดยได้รับการสนับสนุนจากภาวะเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายและตลาดแรงงานที่มีความยืดหยุ่น

ทั้งนี้ คาดว่าเอเชียใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย GDP ของภูมิภาคคาดว่าจะขยายตัว 5.7% ในปี 2568 และ 6% ในปี 2569 โดยได้รับการสนับสนุนจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของอินเดียและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูฏาน เนปาล ปากีสถาน และศรีลังกา

โดยอินเดีย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ คาดการณ์ว่าจะเติบโต 6.6% ในปี 2568 และ 6.8% ในปี 2569 โดยขับเคลื่อนโดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง

ขณะที่ธนาคารกลางหลัก ๆ มีแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปี 2568 เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะลดลงจาก 4% ในปี 2024 เหลือ 3.4% ในปี 20568 ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาให้กับครัวเรือนและธุรกิจได้บ้าง

พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการดำเนินการพหุภาคีที่กล้าหาญเพื่อแก้ไขวิกฤตที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงหนี้ความไม่เท่าเทียมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...