โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทรัมป์” อภัยโทษผู้สนับสนุนเกือบทั้งหมดที่บุกอาคารรัฐสภาเมื่อ 4 ปีก่อน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

วอชิงตัน 21 ม.ค. – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งให้อภัยโทษผู้สนับสนุนเขาเกือบทั้งหมดที่ถูกดำเนินคดีอาญาจากการที่เข้าร่วมการจลาจลบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผู้สนับสนุนเขาที่จู่โจมเข้าไปในอาคารที่เป็นศูนย์รวมอำนาจของอเมริกา

คำสั่งอภัยโทษดังกล่าวจะเป็นการขจัดผลทางกฎหมายที่จะตามมาของผู้สนับสนุนเขาเกือบ 1,590 คน ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานก่อการจลาจล ยกเว้น 14 คน ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มขวาสุดโต่งที่ชื่อ “พราวด์ บอยส์” (Proud Boys) และ “โอธ คีพเปอร์ส” (Oath Keepers) ที่บทลงโทษจะสิ้นสุดเร็วกว่ากำหนดและจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ นายทรัมป์ยังสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมยุติการดำเนินคดีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจลาจล

การอภัยโทษดังกล่าวเป็นไปตามคำสัญญาที่นายทรัมป์ได้ให้ไว้ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่กล่าวไว้ว่า จะให้ความช่วยเหลือผู้สนับสนุนที่ถูกดำเนินคดีและผู้ที่ถูกจำคุกในคดีอาญาในระหว่างเกิดการจลาจล ซึ่งเป็นความพยายามแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการหยุดยั้งมิให้รัฐสภารับรองชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน ในปี 2020

การตัดสินใจอภัยโทษกับผู้สนับสนุนนายทรัมป์ดังกล่าว เชื่อว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับตำรวจ สมาชิกรัฐสภาและบุคคลอื่นที่ชีวิตตกอยู่ในอันตรายจากการจลาจลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐ ในระหว่างเหตุการณ์ครั้งนั้น มีตำรวจถูกทำร้ายราว 140 คน และมีผู้เสียขีวิต 4 คน รวมถึงผู้สนับสนุนนายทรัมป์ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต.-813.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...