โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กามิน สะอื้น แจงทุกปม โต้ค่าตัว 1-2 ล้าน เศร้าถูกด่ากระทบครอบครัว เผยเหตุผลที่ต้องฟ้อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 11.19 น.

กามิน สะอื้น แจงทุกปม โต้ค่าตัว 1-2 ล้าน เศร้าถูกด่ากระทบครอบครัว เผยเหตุผลที่ต้องฟ้อง

เป็นเรื่องราวที่หลายคนจับตา สำหรับดราม่าร้อน เมื่อ แน็ก ชาลี และจี กามิน ดาวติ๊กต็อกเกาหลีชื่อดัง จบสัมพันธ์กันแล้ว ซึ่งทำให้โซเชียลมีเดียพูดถึงสาเหตุ ว่าอาจจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ วัฒนธรรม และหัวใจ

โดยล่าสุด กามินได้บินมาประเทศไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวดังกล่าว เคลียร์ปมเลิกรา โดยเผยว่า ได้รับข้อความเลิกจากฝั่งชาย ทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องเดินทางกลับเกาหลี

นอกจากนี้ กามิน ยังได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องฟ้องร้องด้วย

กามิน : “จริงๆ ไม่อยากให้มาถึงเหตุการณ์ในวันนี้ แต่ต้องออกมาปกป้องตัวเอง ปกป้องครอบครัว และทุกคนที่รัก ต้องการออกมาพูดความจริง ให้ทุกคนได้ทราบว่าอะไรที่ไม่ใช่ความจริงบ้าง ตอนที่มาเมืองไทยครั้งแรก คือช่วงเดือนมกราคม ตอนนั้นมีความสุขมากๆ และดีใจที่หลายคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้ทำงานแบบมีความสุขมากและสนุกสนานมาก”

“มีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารบ้าง เพราะไม่เข้าใจภาษาไทย แต่ทุกคนใจดี ช่วยพยายามในการทำความเข้าใจ เลยสามารถเข้าใจกันได้ บรรยากาศในการทำงานก็รู้สึกมีความสุข สนุกสนานตลอดเลย ทุกคนใจดีมาก โดยเฉพาะครอบครัวและทีมงานที่ทำงานร่วมกัน ก็เป็นคนที่อบอุ่นและคอยดูแลอย่างดี ในส่วนของรายได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย ได้รับการจัดสรรโอเคดีมาก”

“ช่วงที่มาทำงานในไทย ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ก็จะอยู่โรงแรม แต่ส่วนมากก็อยู่ที่สตูดิโอ แล้วก็ที่บ้านของทางฝั่งคนที่เคยทำงานร่วมกัน ซึ่งครอบครัวก็ให้การดูแลและให้การต้อนรับเป็นอย่างดีตลอด ทุกคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอมา จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณมากๆ อยู่ตลอดค่ะ”

“เรื่องการพักที่โรงแรม เป็นความจริงที่เคยพักที่โรงแรมค่ะ แต่ไม่ได้เป็นคนจองเอง ทางบริษัทของคนที่เคยร่วมงานเป็นคนจองให้ ซึ่งการเข้าออกโรงแรมทุกครั้ง ทางบริษัทก็สามารถตรวจสอบได้ตลอด ว่ามีใครเข้าออกวันไหน เพราะทางโรงแรมมีกล้องวงจรปิด และฉันไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีคีย์การ์ดของโรงแรม คนที่จองก็มีคีย์การ์ดเหมือนกัน แต่หากฉันจะนัดพบกับคนอื่นจริงๆ ก็จะไม่นัดพบที่โรงแรมนี้ค่ะ เพราะไม่ได้จองเอง และไม่ใช่ฉันคนเดียวที่มีคีย์การ์ดด้วย เพราะฉะนั้นข่าวต่างๆ ที่ออกมา ก็ไม่ใช่ความจริงค่ะ”

“ส่วนข่าวที่บอกว่าติดเหล้า จริงๆ แล้วฉันเป็นคนที่สามารถดื่มเหล้าได้ค่ะ ตอนที่อยู่เกาหลีก็ดื่มกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อสังสรรค์ แต่ตั้งแต่มาไทย แทบไม่ดื่มเลย อาจจะมีบ้างเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ได้ดื่มบ่อยถึงขั้นนั้น และฉันไม่เคยดื่มเหล้าขณะทำงานเลยค่ะ”

เรื่องค่าจ้างของงานอีเวนต์ต่างๆ จริงๆ แทบจะไม่ทราบเลย ส่วนมากจะไม่ทราบเลย ว่าทางผู้ว่าจ้างจะมีการจ้างจากบริษัท เพื่อว่าจ้างฉันเท่าไหร่ ฉันได้รับมากจากทางบริษัท ก็จะทราบแค่ตรงส่วนนั้นค่ะ ทุกครั้งที่ได้รับ ก็รู้สึกพอใจกับค่าจ้าง และรู้สึกขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ในเรื่องของภาษี คือค่าจ้างที่ได้รับจากบริษัท จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วค่าจ้างที่เข้าบัญชี จะต้องมีการจ่ายภาษีที่เกาหลีด้วยอีกทีหนึ่งค่ะ”

ข่าวที่บอกว่าได้รับค้าจ้างจากการไลฟ์ 1-2 ล้านบาท ตรงนี้ไม่ใช่ความจริงค่ะ (ถ้ามีคนจ้างไลฟ์ 1 ล้านบาท เราได้เต็มเลยไหม?) สำหรับการไลฟ์ 1 ครั้งแล้วได้ 1 ล้านบาท อันนี้ก็เป็นข่าวที่ฉันเพิ่งเคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ อยากบอกอีกครั้งว่าไม่ใช่ความจริงค่ะ จริงๆ รู้สึกขอบคุณทุกคนมากๆ ที่คิดว่าฉันสามารถที่จะไลฟ์ครั้งหนึ่งได้ 1 ล้านบาท”

“เรื่องเหตุการณ์ไฟไหม้ จริงๆ วันนั้นตอนแรกอยู่ที่สตูดิโอ แล้วก็ออกไปช็อปปิ้งกับล่าม แล้วก็กลับไปที่สตูดิโอ แล้วก็กลับไปบ้านที่ไฟไหม้ พร้อมกับผู้จัดการ พอไปถึงก็ได้กลิ่นไหม้ พอขึ้นไปชั้น 3 ก็ได้กลิ่นไหม้ขึ้นเรื่อยๆ เพราะห้องที่ไฟไหม้อยู่ที่ชั้น 3 ตอนนั้นเป็นตอนกลางคืน คือเปิดเข้าไปก็จะเห็นว่ามีการไหม้อยู่ที่ห้อง แต่ว่าไฟได้ดับเรียบร้อยแล้ว คือบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับฝ่ายนั้นค่ะ”

“ถามทรัพย์สินมีค่าที่สุดในบ้านนั้น ที่เราเห็นคืออะไร ก็ได้ยินมาว่าอาจจะมีของสำคัญหรือว่าของมีค่า แต่ว่าฉันก็ไม่ค่อยทราบเหมือนกัน โดยเฉพาะชั้น 3 จริงๆ เท่าที่เห็น ก็ไม่ทราบว่ามีของมีค่าไหม เพราะไม่ใช่บ้านของฉัน ไม่ทราบรายละเอียดตรงนี้ และไม่ทราบจริงๆ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หรือเป็นอุบัติเหตุอะไรสักอย่างค่ะ”

“คำพูดที่ว่าคนไทยหลอกง่าย ฉันไม่เคยพูดและไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย เพราะฉันได้รับความรักมากมายจากคนไทยที่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นฉันจะกล้าพูดประโยคแบบนี้ต่อคนไทยได้ยังไง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวนี้มาจากที่ไหน แล้วก็อยากทราบเหมือนกันว่ามันมาจากที่ไหนค่ะ (คิดว่าเขาต้องการอะไร?) ฉันคิดว่าถ้ามีคนที่พูดประโยคนั้นจริงๆ ว่าฉันเป็นคนพูดว่าคนไทยหลอกง่าย ก็น่าจะไปถามคนที่พูดดีกว่า เพราะสำหรับฉันแล้ว ฉันไม่เคยพูดและไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย และไม่มีเหตุผลที่จะต้องพูดประโยคนั้น ในสถานการณ์นั้นกับใครเลยค่ะ”

“ส่วนคำพูดที่ว่าฉันเป็นสก๊อยเกาหลี สุวรรณมาลี อีดีที และอีกมากมายในโซเชียล จริงๆ ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยทราบความหมายของคำพวกนั้นเลย เพิ่งได้มาทราบในช่วงใกล้ๆ นี่เอง และไม่เคยบอกให้พ่อแม่ฟังเลยว่ามันแปลว่าอะไร แม้ท่านจะเคยถาม เพราะกลัวท่านเสียใจเหมือนที่ฉันเสียใจค่ะ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงมีการใช้คำพูดที่รุนแรงขนาดนั้นกับฉัน ฉันไม่ทราบว่าฉันได้ทำผิดอะไรที่ใหญ่มหันต์ขนาดนั้น ถึงต้องโดนใช้คำพูดเหล่านั้นค่ะ”

“เรื่องที่บอกว่ามีการรวมตัวกับครอบครัว เพื่อตั้งแก๊งอาชญากรรม และฟอกเงิน ยืนยันว่าครอบครัวของฉันและตัวฉัน ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลย และพวกเราไม่ใช่แก๊งต้มตุ๋น ไม่ใช่อาชญากร และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมอะไรที่เกาหลีเลยค่ะ ฉันเรียนเต้นมาตั้งแต่มัธยม แล้วก็ไปเรียนต่อในด้านการเต้นโดยเฉพาะ เพราะฝันอยากเป็นครูสอนเต้น แล้วก็เคยทำงานเกี่ยวกับมิวสิคัลประมาณ 5-6 ปี และทำกิจกรรมการแสดงต่างๆ เกี่ยวกับการเต้นทาง KBS ประมาณ 1 ปี ความฝันของฉันคืออยากสร้างครอบครัว อยากเป็นแม่คน และอยากมีชีวิตที่มั่นคง เลยจะไปเป็นครูสอนเต้นค่ะ เพื่อจะได้ดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง”

“ตั้งแต่กลับเกาหลีไปในเดือนสิงหาคมจนถึงวันนี้ ฉันไม่เคยพูดว่าร้ายใครเลย จริงๆ การออกมาวันนี้ ก็ไม่ได้มาเพื่อพูดว่าร้ายใคร และไม่เคยมีการพูดคำหยาบ อะไรแบบนี้เลยค่ะ”

ข่าวต่างๆ ที่ออกมาส่งผลกระทบอะไรกับครอบครัวเราบ้าง?
กามิน : ตอนที่มีข่าวออกมาเกี่ยวกับคอมเมนต์แย่ๆ เยอะๆ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองจะเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง แต่ว่าก็รู้ว่าเราเป็นคนธรรมดาคนนึงก็รู้สึกเสียใจ ที่มีคำหยาบคาย พี่ชายกามินก็เป็นข้าราชการที่เกาหลี ตอนนั้นมีการลาพักร้อนมาหนึ่งเดือน เพื่อที่จะมาดูแลสภาพจิตใจน้องโดยเฉพาะ

ข่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคม มาจนถึงปัจจุบันที่เราเห็นยังมีการเผยแพร่อยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า?
กามิน : มีอยู่ตลอดและรู้สึกว่าจะมีมากขึ้นด้วยค่ะ

สุดท้ายแล้วมีอะไรอยากจะพูดกับพี่ๆ ทั้งเอฟซีหรือคนที่ดูวันนี้ไหม?
กามิน : การที่มาที่เมืองไทยก็มีความรู้สึกหลายอย่างที่ได้เรียนรู้ แล้วก็ไม่มีอะไรนอกจากคำขอบคุณ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณทุกคนที่รักและแฟนๆ และพี่ๆ นักข่าวทุกคนในวันนี้นะคะ รู้สึกว่าทุกคนให้ความรักและรู้สึกรักคนไทยจริงๆ รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่คอยให้ความรักและความอบอุ่นมาตลอด

ทนายพรชัย : จริงๆเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ควรเดินมาถึงวันนี้ ถ้าคุณกามินเดินทางออกจากประเทศไทยไปเกาหลีแล้วทุกอย่างควรจะต้องจบลง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ด้านใด ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด เพราะเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนเท่านั้น แต่มีบุคคลอื่นที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องราวต่างๆ กล่าวหาใส่ร้าย ใช้คำพูดหยาบคายดูหมิ่นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย มีบางกลุ่มที่ใช้สถานะทางสังคมที่เหนือกว่าสร้างความเกลียดชังทางสังคมให้คนส่วนใหญ่ ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้นเองทำให้ชื่อเสียงการทำงานทุกสิ่งทุกอย่างลงสลายหมดเพราะคำพูดของบุคคลบางคนเท่านั้นเองครับผมเองในฐานะทนายความคุณกามินอยากจะบอกให้ทราบว่า คนทุกคนที่สร้างวาทกรรมแปลกๆ ออกมาตั้งแต่ต้นทุกคนจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกันทางกฎหมายทุกคนครับ

ทนายณพกฤต : อีกประเด็นที่อยากจะแถลงนิดนึง มีข่าวว่าคุณกามินเข้ามาฟ้องคนไทยด้วยกัน ผมอยากจะกราบเรียนสื่อมวลชนให้ทราบว่า ทุกคนแม้เป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ที่เข้ามาในเมืองไทยจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยทุกคน ไม่มีใครที่จะสามารถมาทำให้เกิดความเสียหายชื่อเสียงเกียรติยศกับคนที่เข้ามาอยู่ภายใต้เมืองไทยและกฎหมายไทยได้ครับ ฉะนั้นจึงทำให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่ลักษณะการเข้ามาฟ้องคนไทย แต่คุณกามินเข้ามารักษาสิทธิของเขาที่ถูกผู้กระทำความผิดทำให้เขาได้รับความเสียหายและเขาได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาในวันนี้เพื่อพิสูจน์ความจริง ให้ทุกคนรับฟังว่าไม่ใช่ฟังความข้างเดียว อันนี้ให้คุณกามินได้แถลงความจริงวันนี้ ให้ทุกคนได้ทราบว่าถ้าฝั่งคุณกามินรู้สึกยังไง ความจริงเป็นอย่างไรและทุกคนที่พูดแยกแยะให้ถูกผิดชอบชั่วดีไม่ใช่พูดเอามันปากอย่างเดียวถ้าพูดมันปากก็จะได้รับสิทธิตามกฎหมาย ตามขั้นตอนต่อไป การเข้ามาในวันนี้คุณกามินเขาเข้ามาพิสูจน์ความจริงของเขาโดยถูกตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง

ตอนนี้มีคนที่จะได้รับการดำเนินตามกฎหมายนี้หรือยัง?
ทนายพรชัย : มีแล้ว เรายังไม่สามารถระบุรายละเอียดในที่นี้ได้ แต่มีการดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ในเบื้องต้นตอนนี้มี 5 คน มีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
ทนายณพกฤต : แล้วก็จะตามมาอีกหลายคน

คู่กรณีถูกดำเนินการตามกฎหมายด้วยไหม?
ทนายพรชัย : คู่กรณีตอนนี้ยังไม่มี แต่อยู่ในส่วนของการพิจารณาถ้าอะไรที่มีการก้าวล่วงกัน ก็ต้องอยู่ในส่วนของการพิจารณา

อะไรทำให้กามินเจ็บช้ำน้ำใจจนต้องออกมาพูดวันนี้?
กามิน : วันนี้ออกมาเพราะว่า อยากปกป้องตัวเองและครอบครัวและคนที่ตัวเองรัก อยากออกมาเพื่อพูดความจริงวันนี้เลยออกมาค่ะ

พอจะเปิดเผยสาเหตุกับคู่กรณีได้ไหมว่าอะไรที่ทำให้ตัดขาดกัน?
กามิน : คิดว่าจริงๆ แล้วคนทั่วไปก็จะมีความเข้าใจที่แตกต่างกันได้บ้าง โดยเฉพาะสำหรับดิฉันและฝั่งท่านนั้น อาจจะมีเรื่องของภาษาที่ไม่เข้าใจกัน อาจจะมีเรื่องนิสัยเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างที่มีความไม่เข้าใจในเรื่องของความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะทำให้การอยู่ด้วยกันแล้วมันมีปัญหาจนต้องเลิกกัน (ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาดีไหม?) ในการคบกันจริงๆ ความรู้สึกไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ใหญ่เลย อาจจะเป็นในส่วนของตัวเองที่ ไม่เข้าใจด้านภาษาไทยเลยทำให้มีความไม่เข้าใจกันบ้างแต่สำหรับตัวเองแล้วเขาไม่ได้ แต่ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ใหญ่

คนรอบข้างมีส่วนทำให้เกิดปัญหาไหม?
กามิน : ไม่ได้มีเรื่องของบุคคลอื่นที่เป็นเหตุทำให้เลิกกัน จะเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าที่ทำให้เลิกกัน สำหรับตัวเองพยายามอย่างเต็มที่มาตลอดเลย จริงๆ ทางนั้นก็เห็นถึงความพยายามของเขามาตลอดคอยดูแลและช่วยเหลืออย่างอบอุ่นอย่างดีมากๆ อย่างเต็มที่มาตลอด แต่อาจจะมีปัญหาในเรื่องความไม่เข้าใจเล็กๆ น้อยๆ อย่างเดียว

รู้จักกันในสถานะไหนแฟนผู้ร่วมงานหรือเป็นลูกจ้างในบริษัทเขา?
กามิน : สำหรับตัวเองแล้วความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับฝั่งท่านนั้น มีความรู้สึกว่าเป็นความรู้สึกระหว่างคู่รักด้วยกันค่ะ

ได้เงินเป็นรายเดือนหรือต่อชิ้นงาน?
กามิน : ได้รับเป็นทุกเดือน รายเดือนทุกวันที่ 1 สำหรับตัวเองแล้วไม่ได้มีปัญหาในเรื่องการได้รับค่าจ้างแต่ละเดือนเลย ทางฝั่งนั้นดูแลเป็นอย่างดีมากๆ แล้ว

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจกลับเกาหลี?
กามิน : ตอนนั้นเพราะว่าได้รับข้อความที่เป็นข้อความให้เลิกกัน สำหรับตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ได้มีทางเลือกอื่นนอกจากการกลับไปที่ประเทศเกาหลี (ข้อความจากไหน?) เป็นข้อความจากบุคคลท่านนั้นที่เคยทำงานด้วยกัน

วันนี้ความรู้สึกกามินกับบุคคลท่านนั้นคืออะไร?
กามิน : สำหรับความรู้สึกกามินที่มีต่อบุคคลท่านนั้น ตอนนี้จริงๆ ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกในแง่ลบเลย พยายามคิดถึงแต่เรื่องดีๆ แง่ดีๆ ตลอด

เขาได้ให้เหตุผลในการส่งข้อความนั้นมาไหม?
กามิน : อาจจะเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่มีปัญหาหลายอย่างอาจจะเป็นเรื่องของความรู้สึกหรือเปล่า ก็แค่ได้รับข้อความมาอย่างเดียวก็แค่นั้น

เป็นเรื่องของการหึงหวงหรือเปล่า?
กามิน : คิดว่าไม่น่าจะเกิดจากความหึงหวงอะไร แค่น่าจะต่างฝ่ายต่างมีความเข้าใจไม่ตรงกันการเข้าใจกันได้ยาก อาจจะไม่มีความสามารถในด้านนี้ที่จะปรับให้เข้าใจกันได้ดีขึ้นรู้สึกว่าไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการหึงหวง

เรื่องราวที่ผ่านมาทำให้เราถึงขนาดคิดสั้น?
กามิน : (ทนายถามว่าอยากตอบไหมกามินส่ายหน้าและร้องไห้)
ทนายพรชัย : อันนี้ขออนุญาตนะครับ มันอาจจะเป็นคำถามที่ตอบยากจริงๆ สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง ผมขออนุญาตครับ

ที่บอกว่าจะดำเนินการทางกฎหมายมีเรื่องอะไรบ้าง?
ทนายพรชัย : ก็จะเป็นในเรื่องของหมิ่นประมาทหรือไม่ก็ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พวกนี้แหละครับ ดำเนินการไปแล้วครับ

บางคนมองว่าคู่เราเป็นเรื่องของคอนเทนท์?
กามิน : สำหรับตัวเองเป็นความรักที่จริงใจค่ะ

รู้สึกยังไงที่กลับมาแล้วก็ยังมีคนพร้อมที่จะให้กำลังใจซัพพอร์ตเรา?
กามิน : ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากขอบคุณเลยค่ะ ขอบคุณจนไม่รู้จะอธิบายยังไง

ตอนนี้มีแพลนที่จะกลับมาทำงานที่ไทยอีกไหม?
กามิน : ถ้าถามถึงตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะสามารถกลับมาได้ไหม เพราะจริงๆ แล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามารถกลับมาทำงานที่ไทยได้อีกหรือเปล่า แต่ว่าหลังจากที่ได้มาก็จะเห็นว่ามีหลายคนที่ยังให้การสนับสนุนอยู่และยังมีผู้ใหญ่ใจดีที่ดูเหมือนจะยังอยากสนับสนุนอยู่ ก็คิดว่าถ้าสามารถผ่านพ้นสภาพจิตใจดีขึ้นมากกว่านี้ตอนนั้นอาจจะลองคิดดูว่าถ้ามีโอกาสอยู่อาจจะกลับมาทำงานที่นี่อีกหรือเปล่า

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้างหลังจากได้ออกมาพิสูจน์ความจริงแล้ว?
กามิน : หลังจากที่ได้มาแถลงข่าวครั้งนี้รู้สึกขอบคุณจริงๆ ขอบคุณนักข่าว ขอบคุณทุกคน ในเรื่องของความรู้สึกก็วันนี้ประหลาดใจที่พี่ๆ นักข่าวมากันเยอะขนาดนี้

คิดจะติดต่อกลับไปยังคู่กรณีไหม หลังจากที่ตัดสินใจแยกออกมา?
กามิน : ตั้งแต่วันที่เลิกกันตัวเองเป็นคนที่ถ้าเลิกแล้วก็จะเลิกอย่างเด็ดขาด วันที่ตัดสินใจเลิกก็คือจบกันแล้วก็เลยตัดสินใจที่จะกลับไปที่ประเทศเกาหลี (แล้วอีกฝั่งมีติดต่อมาบ้างไหม?) ก็มีการติดต่อมาแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องการติดต่อมาเพื่ออะไรแล้วก็ไม่ได้ตอบข้อความกลับไป

มีข่าวว่าที่ผ่านมาถูกข่มขู่ด้วยเรื่องบางอย่างด้วยจริงไหม?
กามิน : มีจริงๆ ค่ะมีข้อความที่เป็นเรื่องของการข่มขู่กามินและครอบครัว และมีข้อความแบบนี้เข้ามาอยู่ตลอด (มีความรุนแรงแค่ไหน?) มีตลอดแต่ว่าจะเยอะที่สุดในช่วงเดือนกันยายน จะมีข้อความไม่ดีและข้อความแบบนี้ออกมาเยอะ

ทนายณพกฤต : ช่วงก่อนที่จะเดินทางมาหรือมาถึงก็ยังมีอยู่ครับ มีการตั้งค่าหัวในโซเชียลด้วยครับ (มูลค่าเท่าไหร่?) ผมไม่พูดดีกว่าครับลองไปดูจะพบครับ หลายข้อความ (ถูกตั้งค่าหัวแบบนี้เราจะมีการเอาผิดไหม?) เดี๋ยวเราจะพิจารณาพิจารณาต่อไปครับ กำลังดำเนินการอยู่ ที่ผมพบตอนนี้ 2-3 ข้อความ ในคอมเมนต์

ยังมีอะไรติดค้างกับคู่กรณีไหม?
กามิน : ไม่ได้มีปัญหาอะไรติดค้างกันแล้ว รู้สึกว่าได้เลิกกันอย่างเคลียร์ใสสะอาดแล้ว พอได้รับข้อความที่จะต้องแยกกัน ก็ได้มีการอำลา ครอบครัวและทีมงานที่อยู่ที่นั่นอย่างสั้นๆ เพราะมันเป็นอะไรที่กะทันหันมาก กับบุคคลท่านนั้นตอนนั้นก็ไม่ได้มีการอำลาอะไรกัน

ในส่วนคดีของแม่ตั๊กมาครั้งนี้จะมีการชี้แจงอะไรไหม?
ทนายพรชัย : ในส่วนคดีแม่ตั๊ก จริงๆ แล้วคุณกามินไม่ได้จะมาชี้แจงอะไรเลย เพราะว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรครับ (เจ้าหน้าที่ไม่มีติดต่อมา?) ไม่มีครับ

อยากจะบอกอะไรกับอีกคนไหมถ้าเขาดูอยู่?
กามิน : ก็อยากจะบอกถ้างั้นว่า ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกอย่าง แล้วก็ขอให้ทานข้าวเยอะๆ ดูแลสุขภาพด้วย มีความสุขมากๆ ขอบคุณค่ะ

ในเรื่องของการเสียภาษีหรืองานพรีเซ็นเตอร์ยังมีอะไรติดค้างอีกไหม?
กามิน : ไม่มีอะไรแล้วค่ะไม่มีปัญหาอะไรแล้วค่ะ ไม่มีอะไรติดค้างทั้งเรื่องภาษีและการงานเลยค่ะ ในเรื่องของภาษีอยากจะอธิบายเพิ่มว่าเงินที่ได้รับมาแต่ละเดือนจากทางบริษัทจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นภาษีที่ประเทศไทยมีการชำระเรียบร้อยแล้ว ส่วนภาษีที่ประเทศเกาหลีก็จะไปดำเนินการจ่ายภาษีในปีหน้าเมื่อกลับไปที่เกาหลีค่ะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กามิน สะอื้น แจงทุกปม โต้ค่าตัว 1-2 ล้าน เศร้าถูกด่ากระทบครอบครัว เผยเหตุผลที่ต้องฟ้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...