โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนชอบทำ IF ต้องรู้ ผลวิจัยชี้ เซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขนถูกทำลาย ทำผมบาง

Khaosod

อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 05.51 น.

เตือนวิธีลดน้ำหนักสุดฮิต ด้วยการอดอาหารแบบIF อาจส่งผลกระทบเส้นผม ผมร่วง ผมบาง ไม่ขึ้นใหม่ เซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขนถูกทำลาย

การควบคุมน้ำหนักถือเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ แต่การใช้วิธีการลดน้ำหนักแต่ละวิธีก็ต้องทราบข้อดีข้อเสียเพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพจริงๆIF ถือเป็นวิธียอดนิยม อีกหนึ่งวิธี แต่งานวิจัยชี้ว่าอาจจะมีผลกระทบบางอย่างต่อสุขภาพ

ประเด็นดังกล่า วดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติได้หยิบยกงานวิจัยเกี่ยวกับการทำ IF มาอธิบายถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

โดยระบุว่า “งานวิจัยในวารสาร Cell ที่เพิ่งออกมานี้เป็นของทีมนักวิจัยในประเทศจีนได้ค้นพบว่าการอดอาหารแบบเป็นช่วง (Intermittent Fasting หรือ IF) ที่กำลังเป็นที่นิยมในการควบคุมน้ำหนักนั้น อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและทำให้ผมร่วงได้

ทีมวิจัยพบว่าการอดอาหารแบบ 16/8 (กินอาหาร 8 ชั่วโมง อดอาหาร 16 ชั่วโมง) และการอดอาหารแบบวันเว้นวัน อาจส่งผลให้การเจริญเติบโตของเส้นผมช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุเกิดจากการที่เซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขนที่กำลังทำงานอยู่ (activated hair follicle stem cells) ถูกทำลาย

ในการศึกษากับหนูทดลอง ทีมวิจัยได้ทำการทดสอบผลของการอดอาหารแบบเป็นช่วงสองรูปแบบที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ จำกัดการกินอาหารให้อยู่ในช่วงเวลา 8 ชั่วโมงและอดอาหาร 16 ชั่วโมง และการอดอาหารแบบวันเว้นวัน โดยเริ่มการทดลองกับหนูอายุ 60 วัน ในช่วงที่ขนกำลังอยู่ในระยะพัก (telogen phase) และทำการโกนขนเพื่อดูการเจริญเติบโตของขนใหม่ ผลการทดลองพบว่า

ในขณะที่หนูกลุ่มควบคุมที่กินอาหารปกติมีการงอกของขนใหม่ภายในเวลาประมาณ 20 วัน หนูที่ได้รับการอดอาหารทั้งสองรูปแบบกลับมีการงอกของขนช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แม้เวลาผ่านไป 96 วัน ขนก็ยังงอกไม่เต็มที่ เมื่อนักวิจัยศึกษาลึกลงไปในระดับเซลล์ พบว่าสาเหตุมาจากการที่เซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขนที่ถูกกระตุ้นให้ทำงาน เกิดการตายแบบ apoptosis โดยเฉพาะในช่วงที่มีการอดอาหาร

ทีมวิจัยได้ค้นพบกลไกที่น่าสนใจว่า ในช่วงที่ร่างกายอดอาหาร ต่อมหมวกไต (adrenal glands) จะหลั่งฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นเซลล์ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง (dermal adipocytes) ให้ปล่อยกรดไขมันอิสระออกมา กระบวนการนี้เป็นการสื่อสารระหว่างอวัยวะ (interorgan communication) ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภาวะขาดอาหาร

เมื่อกรดไขมันอิสระเหล่านี้ถูกนำไปใช้โดยเซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขน จะส่งผลให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species หรือ ROS) ในปริมาณมาก การที่มีอนุมูลอิสระสะสมในระดับสูงนี้ ทำให้เกิดความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) ภายในเซลล์ต้นกำเนิด ส่งผลให้เซลล์เกิดความเสียหายและนำไปสู่การตายในที่สุด

และที่น่าสนใจคือ ผลกระทบนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับเซลล์ต้นกำเนิดที่ active เท่านั้น ในขณะที่เซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ในภาวะพัก (quiescent stem cells) ไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การทดลองยังแสดงให้เห็นว่าผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดจากการลดลงของแคลอรี่ที่ได้รับ เพราะหนูทดลองสามารถปรับตัวโดยการกินอาหารมากขึ้นในช่วงเวลาที่สามารถกินได้ แต่เกิดจากระยะเวลาการอดอาหารที่ยาวนานเกินไปซึ่งกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารระหว่างอวัยวะดังกล่าว

ในการศึกษาทางคลินิกกับมนุษย์ นักวิจัยได้ทำการทดลองแบบสุ่มกับอาสาสมัคร 49 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ทำ IF แบบ 18/6 กลุ่มที่จำกัดแคลอรี่ และกลุ่มควบคุม ผลการทดลองพบว่ากลุ่มที่ทำ IF มีการเจริญเติบโตของเส้นผมช้าลงถึง 18% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยได้ค้นพบวิธีป้องกันผลข้างเคียงนี้ด้วย โดยการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับเซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขน ในการทดลองกับหนู การทาวิตามินอีที่หนังศีรษะหรือการเพิ่มการแสดงออกของยีนที่ผลิตเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการตายของเซลล์และช่วยให้ผมเจริญเติบโตได้ตามปกติ"

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนชอบทำ IF ต้องรู้ ผลวิจัยชี้ เซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขนถูกทำลาย ทำผมบาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...