โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Ganni แบรนด์สุดสนุกจากโคเปนเฮเกน ผู้ริเริ่ม Scandi Style 2.0 และไม่บอกว่าตัวเองเป็นแบรนด์ Sustainable แต่ “จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่รับผิดชอบมากขึ้นทุกวัน”

Mirror Thailand

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 11.53 น.
ภาพไฮไลต์

ก่อนหน้านี้หากพูดถึงการแต่งตัวสไตล์สแกนดิเนเวียน เราอาจนึกถึงสีดำและการแต่งกายแบบมินิมัล แต่

ปี 2023-2024 มานี้หลายคนคงได้เห็นการแต่งกายสไตล์สาวโคเปนเฮเกนแบบใหม่ หรือ Scandi style 2.0 ผ่านตามาบ้าง หรืออาจเป็นคุณเองที่กำลังชื่นชอบสไตล์โคตรสนุกสุดคอนทราสต์นี้อยู่ เพราะทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์เทศและสาวๆ ทั่วโลกต่างก็อินกับการสวมเดรสกับรองเท้าเดินป่า เสื้อแขนพองผูกโบว์กับกางเกงลายเสือและรองเท้าบูท

หลายคนบอกว่าเทรนด์นี้นอกจากจะทำให้การแต่งตัวสนุกขึ้น ยังสวมใส่สบาย พร้อมรับทุกสถานการณ์ในแต่ละมื้อแต่ละเดย์ และแบรนด์ที่ทำให้ Scandi style 2.0 เป็นที่นิยมก็คือ Ganni แบรนด์สัญชาติเดนมาร์ก ตัวต้นเรื่องที่ทำให้แฮชแท็ก #GanniGirl บูมและมีผู้ใช้งานแฮชแท็กนี้เกือบแสนคนในช่วงต้นปี 2023

Ganni เริ่มก่อตั้งในปี 2000 โดย Frans Truelsen เจ้าของแกลเลอรีในโคเปนเฮเกนที่เริ่มสร้างแบรนด์จากความต้องการที่จะผลิตเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์ให้เพอร์เฟกต์ที่สุด ก่อนจะเปลี่ยนมือเป็น Nicolaj และ Ditte Reffstrup คู่รักดีไซเนอร์ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ ในปี 2009 โดย Nicolaj รับบทเป็น CEO ส่วน Ditte ภรรยามีตำแหน่งเป็น Creative Director ทั้งคู่เปลี่ยนโฟกัสของแบรนด์มาที่การทำเสื้อผ้าพร้อมส่วมใส่ที่ร่วมสมัยมากขึ้น จนปี 2018 Andrea Baldo ก็เข้ามาเทคโอเวอร์เป็น CEO ขณะที่ Nicolaj ปรับบทบาทไปทำในส่วน CSR ส่วน Ditte ยังคงเป็น Creative Director จนถึงปัจจุบัน

Nicolaj เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “สาวโคเปนฯ จะไม่ใส่เดรสกับส้นสูง เพราะมันออกจะสาวและโรแมนติกไปหน่อย บางครั้งพวกเธอจะมิกซ์พวกผ้าพิมพ์ลายสัตว์ หรือเสื้อแขนพองสไตล์วิกตอเรียนเข้ากับรองเท้าบูทคาวบอย” ส่วน Ditte เองก็ชอบเรียกมันว่า Scandi Style 2.0 “GANNI คือความคอนทราสต์ เราจับคู่เสื้อผ้าผู้หญิงเข้ากับรองเท้าสนีกเกอร์หรือเดนิม และแน่นอนว่ามันเป็น effortless style คือง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพราะเรามาจากโคเปนเฮเกน ทุกอย่างที่นี่ ผ่อนคลายแต่ยังคูล ที่นี่เราใช้จักรยานทุกวัน คุณจะไม่เห็นสาวๆ ขึ้นส้นสูงเวลาปั่นจักรยานเพราะพวกเธอจะสวมรองเท้าสนีคเกอร์ แต่อาจจะมีส้นสูงอยู่ในตะกร้านะ” และเสื้อผ้าของ Ganni ก็รับจบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี

Ditte รักการแต่งตัวมาตั้งแต่เด็กและฝันอยากเป็นดีไซเนอร์เสมอมา งานแรกของเธอในแวดวงแฟชั่นคือการเป็นบายเออร์ฝึกหัดให้กับ Bruuns Bazaar แบรนด์เดนมาร์ก แม้ไม่ใช่เส้นทางตามแบบฉบับของดีไซเนอร์ แต่งานนั้นก็ช่วยให้เธอเข้าใจเป็นอย่างมากว่าทำไมผู้คนจึงแต่งกายแบบนั้นแบบนี้ และหากถามว่าคอนเซ็ปต์ของ Ganni มาจากไหน เธอตอบว่า “แม้จะคลิเช่ แต่มันมาจากหัวใจ เราต่างรู้สึกว่ามีบางอย่างหายไปจากซีนแฟชั่นของสแกนดิเนเวียน เหตุผลที่เราก้าวเข้ามานั้นมาจากความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์บางอย่างที่สะท้อนวิธีการแต่งกายของฉันและเพื่อนๆ แทนที่จะถูกครอบงำจากความโบโฮจ๋าๆ และความมินิมัลของสแกนดิเนเวียนแฟชั่นในช่วงเวลานั้น เรากลับอยากได้ตัวตนที่แตกต่างและหลากหลาย คือไม่ต้องซีเรียสกับแฟชั่นมากแต่ทำให้คุณรู้สึกเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่เริ่ดสุด” และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าแทนที่ว่าทำไมเสื้อผ้าของ GANNI จึงมีสีสันสดใสและเต็มไปด้วยลายปริ้นต์ เรียกได้ว่าฉีกจากเสื้อผ้าสแกนดิเนเวียนสไตล์แบบเดิมๆ ที่มินิมัลจ๋า และมีสีดำเป็นหลัก

ส่วน Nicolaj หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยด้าน IT ในโคเปนเฮเกน เขาก็เริ่มต้นทำโปรเจกต์ของตัวเอง เพราะรู้ตัวว่าอยากลองเริ่มต้นทำอะไรตั้งแต่แรกเริ่มดู นั่นทำให้เขากลายมาเป็น co-found ของแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Spleak Media Network Nicolaj บอกว่า เขาไม่เคยจินตนาการแม้สักครั้งว่าตัวเองจะย้ายออกจากงานสายเทคมาที่แวดวงแฟชั่น แต่เมื่อโอกาสมาถึงประกอบกับเห็นแพสชั่นในการสร้างแบรนด์ของภรรยามันเหมือนไฟของเขาลุกโชนตามไปด้วย “พวกเรามองเห็นแพสชั่นที่จะเติมเต็มช่องว่างทั้งในแถบสแกนดิเนเวียและตลาดต่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือหัวใจของเราอยู่ในนั้นตั้งแต่แรก เงื่อนไขเพียงข้อเดียวของผมในการก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นคือ เรายืนกรานที่จะทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก เพราะการเป็นฮีโร่ในถิ่นตัวเองไม่เคยเป็นสิ่งที่ดึงดูดผมเลย” จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Ganni จึงมีจำนวนเกือบร้อย store และกว่า 600 จุดวางขาย และเป็นสไตล์ที่ครองใจคนทั้งโลก

ไม่เพียงแค่อยากให้สไตล์ของ Ganni ครองโลกเท่านั้น แต่ Nicolaj ยังเอาจริงเอาจังกับเรื่องโลกด้วยเช่นกัน นั่นก็คือการทำแฟชั่นยั่งยืน หรือ sustainability แม้ Ganni จะไม่ได้ตะโกนว่าตัวเองเป็นสายแฟแคร์โลกในอินสตาแกรมหรือทางการตลาด แต่พวกเขามีเป้าหมายที่เรียกได้ว่าทะเยอทะยานอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจาก Ganni จะใช้ผ้ารีไซเคิลและผ้า Dead stock อยู่เสมอ หน้าร้านที่แอลเอและนิวยอร์กยังใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุจากตึกเก่า ยังไม่พอ Nicolaj ยังทำ Ganni Lab ไลน์สินค้าที่ทดลองผลิตด้วยความพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก UN แถมกำลังจะเปิดให้เช่า รีไซเคิล ซ่อมแซม ไปจนการ pre-loved เพื่อ close loop การผลิตในอุตสาหกรรมแฟชั่นบนเว็บไซต์ของ Ganni เองในนาม Ganni Repeat ภายในปี 2025

ที่ใหญ่สุดก็คือการตั้งเป้าว่าจะเป็นแบรนด์ที่เป็นกลางทางคาร์บอน หรือ carbon neutral อธิบายอย่างง่ายคือ Ganni จะเป็นแบรนด์ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ หรือมีการสร้างสมดุลระหว่างปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนกับการดูดซับกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วยวิธีต่างๆ ภายในปี 2050 หรือไวกว่านั้น

และตอนนี้พวกเขายังได้รับการรับรองจาก B corp ซึ่งหมายความว่า Ganni เป็นธุรกิจธุรกิจที่ได้มาตรฐานสูงสุดของการตรวจสอบผลการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีความโปร่งใสเปิดเผยได้ มีความรับผิดชอบทางกฎหมาย

และล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Ganni ยังได้ออกหนังสือ The Ganni Playbook คู่มือการทำธุรกิจแบบมีความรับผิดชอบ และแน่นอนว่าสโคปไปที่วงการแฟชั่น หนังสือเขียนโดย Nicolaj Reffstrup และ Brooke Roberts-Islam นักเขียนสายแฟ ที่ในเล่ม Ganni นำเสนอพิมพ์เขียวเพื่อเป็นคู่มือสำหรับการปลูกฝังเรื่องความยั่งยืนจากภายในอุตสาหกรรมแฟชั่น

ความน่าสนใจก็คือ Ganni ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นแบรนด์ sustainable ด้วยมองว่าแก่นแกนของแฟชั่นนั้นคือความใหม่และการบริโภค ซึ่งตรงกันข้ามกับความหมายของคำว่ายั่งยืน แต่ Ganni เลือกใช้วิธีการบอกว่า “จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่รับผิดชอบมากขึ้นทุกวัน” เป็นแบรนด์ที่ชวนให้คิดว่ากระแส sustainable fashion ตอนนี้ที่แต่ละแบรนด์ต่างก็ตะโกนว่าฉันซันเทนจ้านั้นเรา green washing หรือไม่ หรือเอาจริงเอาจังกับมันแค่ไหน

อ้างอิง

https://www.vogue.com/article/ganni-is-coming-to-america

https://www.instyle.com/history-of-ganni-fashion-brand-7104947

https://www.sohohouse.com/house-notes/issue-006/fashion/how-i-got-here-ganni

https://futurevvorld.com/fashion/ganni-sustainable-fashion-brand-interview-history-next-gen-materials/

https://www.voguebusiness.com/story/sustainability/shifting-design-adjusting-profits-inside-gannis-sustainability-first-business-model

https://www.sleek-mag.com/article/the-impact-review-ganni-nicolaj-reffstrup-on-responsibility/

https://www.elle.com.au/fashion/fashion-news/ganni-australia-scandi-style-28767/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...