สถาปนิก คีย์แมนในการออกแบบและก่อสร้างบ้านในฝัน [BrighterBee | Build a Biz | Sketch to Life : EP.1]
บ้านคือผู้คนที่รัก แต่บ้านก็เป็นสถานที่ที่คุ้นเคย ปลอดภัย และแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้ดีที่สุดด้วย เมื่อถึงจุดหนึ่งในชีวิตที่พร้อมจะมีบ้านในฝันของตัวเองแล้ว คนที่เราจะต้องควานหาต่อไปก็คือสถาปนิก ผู้ที่จะนำความต้องการของเราและคนที่จะอาศัยอยู่ด้วยกันไปประกอบร่างสร้างบ้านจริงขึ้นมาให้เหมือนกับภาพบ้านในฝันของเรามากที่สุด
โดยหลักแล้วสถาปนิกจะรับผิดชอบการวางแผน ออกแบบ และดูแลงานก่อสร้างสิ่งก่อสร้างและบริเวณโดยรอบอาคาร โดยจะต้องทำงานร่วมกับวิศวกรและผู้รับเหมาในหลายขั้นตอน แต่หลายคนอาจมีภาพจำการทำงานของสถาปนิกของตนเองที่ตรงหรือไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ได้ วันนี้เราจึงจะพาผู้อ่านทุกท่านไปเจาะลึกแนวคิดในการทำงาน รวมถึงภาพรวมขั้นตอนกระบวนการทำงานของสถาปนิกกัน
นอกจากจะเข้าใจสถาปนิกและแนวทางการทำงานของเขาแล้ว ยังอาจได้ปรับความเข้าใจบางอย่างของตัวเองใหม่ด้วย
และสถาปนิกที่เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกันก็คือคุณตัน อนุพล อนุรักษ์ชนะชัย ผู้ร่วมก่อตั้งและสถาปนิกอาวุโส แห่ง ARK Architect Design and Construction บริษัทสถาปนิกรักบ้านเกิดผู้ให้บริการออกแบบที่อยู่อาศัยทุกประเภท และรวมถึงงานตกแต่งภายในและรับเหมาก่อสร้างแบบมืออาชีพ
คุณตันกับประสบการณ์ในวงการออกแบบบ้านกว่า 10 ปีนิยามความเป็นสถาปนิกไว้ง่าย ๆ ว่า “สถาปนิกไม่ใช่แค่วาดรูปเก่ง วาดรูปสวย แต่ต้องวางแผนการทำงานที่เป็นขั้นตอน และต้องพยากรณ์การทำงานได้ด้วย” แต่ทั้งนี้ ความเรียบง่ายของคำนิยามเกิดมาจากการทำงานมาอย่างยาวนาน การพบเจอลูกค้า การร่วมงานกับฝ่ายอื่น และการแก้ปัญหามานับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน
งานสถาปนิกเริ่มจากขั้นตอนการออกแบบ และเนื่องจากต้องพบเจอลูกค้ามากหน้าหลายตาที่มาพร้อมกับความต้องการเฉพาะตัวที่หลากหลาย คุณตันจึงบอกว่าเขาไม่ได้มีสไตล์การออกแบบที่เป็นลายเซ็น แต่สไตล์ของแต่ละงานก็จะเปลี่ยนไปตามโจทย์ที่ได้รับมามากกว่า
“ในการออกแบบบ้าน 1 หลัง เราอาจจะไม่ได้เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะคีย์แมนของการออกแบบบ้านคือตัวเจ้าของบ้านหรือคนที่อยู่อาศัย เราจึงจะยึดเจ้าของบ้านเป็นที่ตั้ง แต่ว่าสถาปนิกอย่างเราเนี่ยจะต้องนำภาพหรือความต้องการในหัวของลูกค้าที่เป็นเจ้าของบ้านออกมาให้เค้าเห็นให้ได้ ดังนั้นผมจะไม่มีสไตล์เฉพาะว่าต้องเป็นแบบโมเดิร์นหรือลัคชัวรี่เท่านั้น”
คุณตันบอกว่าเขาสามารถทุกสไตล์ตามรีเควส เพราะประสบการณ์ที่สั่งสมทำให้เกิดความถนัด แต่หากเจอโจทย์ที่ไม่ได้เจอบ่อยหรือไม่ถนัด สถาปนิกอย่างเขาก็ต้องศึกษาเพิ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ทุกเคส
“ในการคุยกันครั้งแรก ภาพที่เราอยากให้เป็นกับภาพที่เจ้าของบ้านอยากให้เป็นอาจจะไม่เหมือนกัน หน้าที่ของเราคือ จะทำยังไงให้ภาพนั้นมาเชื่อมต่อกันได้”
การบาลานซ์ระหว่างความสวยงามในจินตนาการของคนอยากมีบ้านกับฟังก์ชันการใช้งานและความเป็นจริงตามหลักการที่สถาปนิกร่ำเรียนและทำงานมาจึงถือเป็นความท้าทายหนึ่ง ที่จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ทั้งหมดขึ้นกับความสามารถในการสื่อสารกับตัวเจ้าของบ้าน หากเขามองไปในทิศทางเดียวกับเราการบาลานซ์ระหว่างความเป็นไปได้กับความสวยงามก็จะง่ายขึ้น คุณตันกล่าว
ในขั้นแรกของการสร้างบ้าน วิศวกรเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่คุณตันบอกว่าต้องทำงานเป็นทีมเดียวกันกับสถาปนิก เพราะ “งานออกแบบของสถาปนิกกับวิศวกรต้องไปในทางเดียวกัน เราต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่แรกเพื่อหารือเรื่องแบบและปรับจุดที่เห็นไม่ตรงกัน ก่อนจะส่งไม้ต่อไปยังขั้นตอนการก่อสร้างจริง”
เมื่อแบบเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องส่งไม้ต่อให้กับผู้รับเหมา บางคนอาจมีภาพจำของผู้รับเหมาแบบที่ทำให้รู้สึกกลัวที่จะทำงานด้วย แต่สำหรับคุณตันที่อยู่หน้างานจริง ทริกมีเพียงแค่ต้องส่งแบบของสถาปนิกหรือวิศวกรที่ชัดเจนให้กับผู้รับเหมา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน
“เราจะไม่สื่อสารผ่านการบอกกล่าว ทุกอย่างจะอยู่ที่แบบ แบบจะเป็นตัวสื่อสารระหว่างผู้ออกแบบ เจ้าของบ้าน และผู้รับเหมา อะไรที่ผิดก็แย้งกันที่แบบ อย่างนี้การทำงานจะราบรื่น”
ในการสร้างบ้าน การสื่อสารระหว่างแต่ละฝ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทีมงานทุกฝ่ายควรพูดคุยหารือกันให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด หรือหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะสามารถแก้ไขได้ทันเวลา
เมื่อพูดถึงบทบาทของสถาปนิกในการสร้างบ้านแล้ว หากจะละเลยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าบ้านที่อยู่แล้วสงบสุข อุ่นใจ เงินทองไหลมาเทมาอย่างซินแสไปก็เห็นจะไม่ดี แต่แน่นอนว่าภาพจำของคนส่วนใหญ่ต่อซินแสกับสถาปนิกหรือวิศวกรก็ดูจะไม่เกินไปกว่าไม้เบื่อไม้เมาสักเท่าไหร่ ซึ่งวันนี้คุณตันเองก็อยากจะมาปรับความเข้าใจผิดนี้ให้เราฟังกัน
“เรื่องห้องน้ำอย่าไว้กลางบ้านอาจจะเกี่ยวกับการระบายอากาศ หัวนอนอย่าหันทิศตะวันตกอาจจะเป็นเรื่องความร้อนที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ส่วนที่ซินแสไม่อยากเอาห้องนอนไว้เหนือครัวอาจจะเพราะว่าเผื่อใครทำกับข้าวตอนเช้า เสียงผัดกับข้าวอาจจะกวนคนที่นอนอยู่ด้านบน เรื่องพวกนี้จริง ๆ เป็นเชิงวิทยาศาสตร์ มีเหตุผลรองรับทั้งหมด อยากให้มองซินแสเป็นเพื่อนร่วมงานกับเรามากกว่า”
สิ่งที่ควรทำก็คือตกลงกับเจ้าของบ้านตั้งแต่แรกเลยว่าให้ซินแสเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการออกแบบด้วย แล้วหาพื้นที่ตรงกลางระหว่างความต้องการของซินแสและความเป็นไปได้ในเชิงสถาปัตยกรรม
คุณตันยังคงเชื่อเสมอ ไม่ว่าจะต้องร่วมงานกับใคร ว่าหนทางปรับความเข้าใจให้ตรงกันและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่ที่การพูดคุยกันให้มากที่สุด “เทคโนโลยีอาจช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น แต่การแก้ข้อผิดพลาดต่าง ๆ ยังต้องอาศัยการพูดคุยสื่อสารเป็นหลัก”
ในยุคสมัยที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะการสื่อสารและประสานงานก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สถาปนิกควรมีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกับลูกค้าเจ้าของบ้าน หรือเพื่อนร่วมงานในฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้การสร้างบ้านในฝันของหลายคนสำเร็จลุล่วงตามความต้องการของทุกฝ่ายได้แบบราบรื่นที่สุด