"สมยศ-เกียรติชัย" ยื่น 3 ข้อ เอา ม.112 รวมนิรโทษกรรม
"สมยศ-เกียรติชัย" ยื่น 3 ข้อ เอา ม.112 รวมนิรโทษกรรม หวั่นผลศึกษาไม่ครบถ้วน - มอง ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิ เสรีภาพ
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2567 เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าสไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน รับหนังสือจาก นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กรณีการออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
นายสมยศ กล่าวว่า ตนและ นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ ในฐานะผู้ต้องหาในคดีการเมือง ตามมาตรา 112 มีความกังวลว่าผลสรุปหรือผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม ยังรับฟังเสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจาก ม.112 ไม่ครบถ้วน และเนื่องจากพรรคการเมืองมีแนวทางสรุปไว้แล้วว่าจะไม่นิรโทษกรรม ม.112 จึงกังวลว่าอาจจะไม่รับฟังอย่างครบถ้วน ทำให้ผลการศึกษาอาจจะไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย
นายเกียรติชัย เผยว่า ตนเป็นตัวแทนจากกลุ่ม Peace and Harmony Organization ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งชาติ ที่ถูกตั้งมาเพื่อทวงถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา ที่บอกว่าเป็นการตั้งรัฐบาลเพื่อข้ามขั้ว ปรองดอง สร้างความสันติ เพื่อยุติความขัดแย้งนั้นจริงหรือไม่ แล้วเหตุใดถึงยังมีนักโทษทางการเมืองเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยขณะนี้มีนักโทษทางการเมืองที่ยังติดคุกอยู่กว่า 53 คน การที่บอกว่าปรองดองแล้วสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยหลักการเบื้องต้นที่มายื่นหนังสือในวันนี้เนื่องจากเห็นว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้นทุกวันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และต้องยอมรับว่าประเทศไม่สามารถขับเคลื่อนได้ในสภาวะที่มีความขัดแย้งมากขนาดนี้ เนื่องจากประชาชนไม่สามารถไม่สามารถหาความร่วมมือร่วมกัน ไม่มีความสามัคคี และแทบจะไม่มีฉันทามติร่วมกันเลย แม้จะมองว่าทุกฝ่ายหวังดีต่อประเทศชาติ อยากให้ประเทศพัฒนา ตนจึงคิดว่าเราควรเริ่มยุตติความขัดแย้งเหล่านี้ โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือ การนิรโทษกรรม และต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยต้องรวมมาตรา 112 เข้าไปด้วย มี 4 เหตุผลหลักๆ คือ
1. มาตรา 112 คือการกลั่นแกล้งทางการเมือง เป็นคดีทางการเมือง โดยจะเห็นได้ว่าการใช้มาตรา 112 เพิ่มสูงขึ้นตลอดหลังมีการรัฐประหารปี 2549 ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ หลังรัฐประหาร ปี 2549 มีเป้าหมายใหญ่คือการปราบปรามคนเห็นต่าง ปราบปรามคนเสื้อแดง , หลังรัฐประหารปี 2557 และล่าสุดคือการชุมนุมปี 2563 ถึงปัจจุบัน ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
2. กระบวนการยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับคดีมาตรา 112 ตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ จนถึงชั้นศาล และที่สำคัญคือการละเมิดสิทธิการประกันตัว ตั้งแต่คดีอยู่ในมือตำรวจก็มีการออกหมายจับทั้งที่ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ในชั้นอาการในระยะแรกก็มีผู้ถูกละเมิดสิทประกันตัวจนมาถึงในระยะหลังพี่คดีเริ่มมีการตัดสินไปบ้างแล้ว แต่ละคนก็ได้สิทธิ์ประกันตัวไม่เท่ากัน บางคนได้ประกันตัว แต่บางคนไม่ได้ประกันตัว ทั้งที่ระยะเวลาห่างกันไม่มาก และที่สำคัญที่สุดหลายคนที่ไม่ได้ประกันตัวมักจะถูกอ้างว่าเกรงว่าจะหลบหนี แม้ที่ผ่านมาจะไม่เคยผิดเงื่อนไขประกันตัวหรือไม่เคยมีท่าทีจะหลบหนี ทำงานเป็นหลักแหล่ง บ้างก็เป็นนักศึกษาอยู่
3. คณะรัฐประหารที่ชอบอ้างว่าปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วเหตุใดถึงไม่ยอมทำตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เคยรับสั่งไว้ว่า “ พระองค์ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 112 เพราะ สถาบันกษัตริย์ควรวิจารณ์ได้ หากวิจารณ์ไม่ได้พระองค์จะเสียหาย หากจับคนมินพระองค์ก็จะเดือดร้อน” และยิ่งไปกว่านั้นในสมัยรัชกาลที่ 10 ที่เคยรับสั่งว่า “ พระองค์ไม่สนับสนุนกฎหมายอาญามาตรา 112 การใช้มาตรา 112 ที่กว้างขวางเป็นการฝ่าฝืนพระราชดำรัสและการรับสั่งของพระมหากษัตริย์หรือไม่