โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ปิโตรเคมี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 07.30 น. • ทันข่าว Today

ผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกให้กับเราในชีวิตประจำวัน เกิดขึ้นจากนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญใช้กระบวนการทางเคมีและฟิสิกส์ พัฒนาอุตสาหกรรมเคมีอย่างต่อเนื่อง
วัตถุดิบหลักสำคัญได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ ถ่านหิน และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่นำมาผ่านกระบวนการแยกก๊าซ ที่นอกจากจะได้เชื้อเพลิงเป็นก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันประเภทต่าง ๆ แล้ว ยังจะได้สารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอีกด้วย
แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักคือ กลุ่มโอเลฟินส์และกลุ่มอะโรเมติกส์ ที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมานั่นเอง
ก๊าซธรรมชาติ 6,000 ลูกบาศก์ฟุต หรือ น้ำมัน 1 บาร์เรล สามารถผลิตเสื้อ 21 ตัว ถังขยะพลาสติกใหญ่ 6 ถัง กล่องใส่เบียร์ 4 ลัง เชือกเกลียว 30 เส้น ผ้าห่ม 5 ผืน ล้อรถยนต์ 1 เส้น ล้อจักรยาน 13 เส้น ยางในล้อรถยนต์ 3 เส้น และถุงน่อง 500 คู่
จะเห็นได้ว่าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ที่มีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่หลากหลายสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 25 เท่า ดีกว่าการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงขั้นต้นแต่เพียงอย่างเดียว
ส่วนวัตถุดิบชีวภาพพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด หรือปาล์มนั้นสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ Biofuel, Biochemicals, Bioplastics ประเภท PLA, PBS
ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพนั้น จะสามารถสร้างคุณค่าได้เพิ่มขึ้นถึง 40 เท่า เพราะประเทศไทย ไม่ได้มีทรัพยากรทางพลังงานของตนเองอย่างเหลือเฟือ การรู้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและนำทรัพยากรทางพลังงาน ไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เรามีพลังงานใช้อย่างนั่งยืนต่อไปในอนาคต

รับชมวิดีโอ : https://youtu.be/cYW5uDJluQs?si=wkhKPnze5HQ_FtSa

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...