โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เรื่องควรรู้ ก่อนลงทุน Cryptocurrency

Wealth Me Up

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 02.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

จากรายงานพฤติกรรมคนทั่วโลก Digital 2022 Global Overview Report พบว่าคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตอายุ 16 – 64 ปี ถือครองเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ระดับ 20.1% สูงสุดเป็นอัน 1 ของโลก เหตุผลหลัก ๆ มาจากความผันผวนค่อนข้างสูง จึงนิยมลงทุนจากความคาดหวังผลตอบแทนในระยะเวลาสั้น ๆ

เช่นเดียวกับมาร์เก็ตแคปคริปโตเคอร์เรนซี่ทุกสกุลทั่วโลก เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 2 มกราคมปี 2561 มาร์เก็ตแคปรวมประมาณ 616 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และล่าสุด 16 มีนาคมปี 2565 มาร์เก็ตแคปรวมประมาณ 2,006 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ถ้าพูดถึงคริปโตเคอร์เรนซี่ ก็ต้องยกให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยม มีการซื้อขายสูงสุดในโลก แต่ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมาสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว สังเกตจากสกุลเงินดิจิทัล 100 อันดับแรก มาร์เก็ตแคปประมาณ 1,700 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (สิ้นเดือนมกราคมปี 2565)

สะท้อนได้ว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ยังมีหลายทางเลือกให้กับนักลงทุน ดังนั้น ภาพการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ไม่ใช่มีเฉพาะบิตคอยน์เท่านั้น ยังมีสกุลเงินดิจิทัลทางเลือกอื่น (Altcoin) ที่น่าสนใจ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนควรเข้าใจข้อมูลเบื้องต้น

บิตคอยน์เริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาด?

ตั้งแต่การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ได้รับความนิยม บิตคอยน์มีส่วนแบ่งตลาดไม่ต่ำกว่า 90% และให้ผลตอบแทนต่อปีอยู่ในระดับที่ดี แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือประมาณ 40% ในเดือนมกราคมปี 2565 โดยอีเธอเรียม สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 ของโลกเข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็นประมาณ 20% และสกุลเงินดิจิทัลทางเลือกอื่น ๆ

นอกจากผลตอบแทนของอีเธอเรียมที่เริ่มเป็นที่น่าสนใจแล้ว อีเธอเรียมไม่ใช่เพียงแค่สกุลเงินดิจิทัล แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ ที่มี Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะ) ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอีเธอเรียมได้อย่างอิสระ และยังเอื้อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถนำไปต่อยอดสร้างแอปพลิเคชั่นอื่นๆ จึงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

ส่วนสกุลเงินดิจิทัลทางเลือกอื่น ๆ ที่น่าจับตา เช่น ยู.เอส.ดอลลาร์ คอยน์ เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ (Stablecoin) โดยใช้อ้างอิงมูลค่าของโทเคนกับดอลลาร์สหรัฐในอัตราส่วน 1:1 หมายความว่าทุก ๆ ยู.เอส.ดอลลาร์ คอยน์ ที่ถูกผลิตออกมา จะมี 1 ดอลลาร์สหรัฐที่ถูกเก็บเอาไว้ในบัญชี ซึ่งมีการตรวจสอบเป็นประจำว่ามีการเก็บเงินสำรองไว้จริง ๆ

เทธเธอร์ เป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบ Stablecoin ที่อยู่บนบล็อกเชน ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) ในรูปแบบดิจิทัล โดยมีการอ้างอิงมูลค่าไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในสัดส่วน 1:1 หมายความว่าทุกครั้งที่มีการออกเหรียญเทธเธอร์ ผู้ออกเหรียญ จะมีการเก็บเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเอาไว้ในจำนวนเท่ากัน เพื่อให้นักลงทุนที่ถือเหรียญเทธเธอร์ สามารถแลกเงินกลับเป็นดอลลาร์สหรัฐได้ตามความต้องการ

ดังนั้น นักลงทุนจึงมองว่าการถือเหรียญเทธเธอร์จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีความปลอดภัยขึ้น หากตลาดสกุลเงินดิจิทัลผันผวน โดยสามารถโยกเงินจากสกุลเงินอื่น ๆ มาพักเอาไว้ โดยที่ไม่ต้องถอนออกมาเป็นสกุลเงินทั่วไป

ดังนั้น ไม่เพียงบิตคอยน์เท่านั้นที่ผลักดันให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่เติบโต แต่สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ จะมีบทบาทและกลายเป็นจุดแข็งต่อตลาดนี้ในอนาคต

ผลตอบแทนสูงมาพร้อมกับความผันผวนที่สูง?

จากสถิติที่น่าทึ่งของเหรียญอีเธอเรียม จากต้นปี 2560 อยู่ที่ 1 อีเธอเรียม เท่ากับ 8.17 ดอลล่าร์สหรัฐ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 826.82 ดอลล่าร์สหรัฐต่อ 1 อีเธอเรียม (19 ธันวาคม 2560) ปรับเพิ่มขึ้นถึง 10,020% หรือต้นปี 2564 ซื้อขายกันแถว ๆ 730 ดอลล่าร์สหรัฐต่อ 1 อีเธอเรียม และในระหว่างปีราคาผันผวนขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง เช่นเดียวกับเหรียญโซลาน่า ในช่วงต้นปี 2564 ซื้อขายกันแถว ๆ 1.84 ดอลล่าร์สหรัฐต่อ 1 โซลาน่า และปรับขึ้นสู่ 258.93 ดอลล่าร์สหรัฐต่อ 1 โซลาน่า (11 มิถุนายน 2564) จากนั้นปรับลดลงอย่างรวดเร็วและซื้อขาย 170 ดอลล่าร์สหรัฐต่อ 1 โซลาน่าตอนปลายปี

ดังนั้น ก่อนลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ควรเข้าใจว่ามีความผันผวนสูงมาก โดย MVIS CryptoCompare Digital Asset 100 ให้ข้อมูลว่าค่าความแปรปรวนของผลตอบแทนหรือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่สูงกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับค่าความแปรปรวนของผลตอบแทนของดัชนี MSCI ACWI (ดัชนีหุ้นตลาดประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่) ขณะเดียวกันมีเครื่องมือการวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่มีความเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อสกุลเงินดิจิทัลนั้น ๆ

บิตคอยน์เหมือนทองคำหรือไม่?

นับตั้งปี 2563 เป็นต้นมาระหว่างการแพร่ระบาด COVID-19 นอกจากนักลงทุนจะโยกเงินลงทุนเข้าถือทองคำแล้ว ยังลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่อีกด้วย จนเกิดกระแสว่าคริปโตเคอร์เรนซี่จะมาแทนที่ทองคำ เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ถึงแม้ในช่วงแรก ๆ ของการระบาดราคาสกุลเงินดิจิทัลโดยรวมปรับขึ้กว่า 83% ถึงแม้ว่าจะมีความผันผวนในระหว่างทาง แต่จากบริษัทระดับโลกประกาศรับคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นสื่อกลางในการชำระสินค้าและทำให้ราคาบิตคอยน์ในปี 2563 เพิ่มขึ้นถึง 400% จากปีก่อนหน้า

จากความเคลื่อนไหวราคาและผลตอบแทนของทองคำและบิตคอยน์จะมีแนวโน้มไปทิศทางเดียวกัน แต่สินทรัพย์ทั้งสองก็มีความแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะการยอมรับ ซึ่งธนาคารกลางเกือบทั่วโลกยังไม่ยอมรับกับบิตคอยน์ หรือยังไม่มีมูลค่าถาวรและขึ้นกับการยอมรับของผู้คน และอย่าลืมบิตคอยน์พึ่งเกิดขึ้นมาไม่นาน จึงยังไม่มีกการการันตีว่าในระยะยาวแล้วจะเป็นอย่างไร

ราคา Cryptocurrency ไม่มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่น?

เป็นที่เข้าใจว่าถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดวิกฤติ หรือภาวะสงคราม นักลงทุนจะเน้นถือทองคำ เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และลดการถือครองหุ้นหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่ถ้าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ หุ้นกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่สร้างผลตอบแทนในระดับที่ดี แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออัตราเงินเฟ้อเป็นขาขึ้น ตราสารหนี้ระยะสั้นจะได้รับความนิยมมากกว่าตราสารหนี้ระยะยาว

หมายความว่าเศรษฐกิจโดยรวม นโยบายการเงิน การคลัง จะมีความสัมพันธ์กับราคาสินทรัพย์การลงทุน แต่ยังไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับราคาสกุลเงินดิจิทัล ปัจจัยสำคัญมาจากเป็นสินทรัพย์ลงทุนเกิดใหม่จึงมีข้อมูลศึกษาไม่มาก ราคามีความผันผวนสูงจึงถูกมองว่ายังเน้นการเก็งกำไร ที่สำคัญยังไม่ได้รับการยอมรับจากธนาคารกลาง จึงอาจต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล

ความคาดหวัง Cryptocurrency ในอนาคต?

แม้มาร์เก็ตแคปของคริปโตเคอร์เรนซี่ จำนวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือราคาเพิ่มขึ้นน่าประทับใจ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่พึ่งเกิดมาได้ไม่นานและยังมีอุปสรรคต่าง ๆ กับการใช้งานในโลกความเป็นจริง และถึงแม้สกุลเงินดิจิทัลจะมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงมาก แต่ความผันผวนสูงในการลงทุนก็สูงเช่นเดียวกัน

คำถามคือ คริปโตเคอร์เรนซี่จเกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนหลักได้มากน้อยแค่ไหน จะมีการบูรณากับระบบและการบริการอย่างไร ธนาคารกลางจะยอมรับหรือไม่ และมีโอกาสให้นักลงทุนสร้างผลตอบแทนกับระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมหรือไม่

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...