โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บิ๊กหิน เผยเบื้องลึกประสานไทย-กัมพูชา ส่งมอบนักโทษ ครั้งประวัติศาสตร์

Khaosod

อัพเดต 11 ต.ค. 2566 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2566 เวลา 06.13 น.

อดีตจเรตำรวจ เผยเบื้องลึกประสานไทย-กัมพูชา ส่งมอบนักโทษทางบกครั้งประวัติศาสตร์

จากกรณี ข่าวการส่งตัวนักโทษไทยจำนวนถึง 32 คน กลับมาดำเนินคดีต่อที่ประเทศไทย โดยมีผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทย มารับมอบตัวนักโทษจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์กัมพูชา ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปต ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2566

นับเป็นการส่งตัวนักโทษไทยข้ามแดนทางบกจำนวนมาก ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เนื่องจากมีเงื่อนไขที่จะต้องพิจารณาหลายเรื่อง ทั้งค่าใช้จ่าย กฎหมายของทั้งสองประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการในการผ่านแดน และการขนส่ง

วันที่ 11 ต.ค. 66 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองผิดกฎหมาย ( ตำแหน่งในขณะนั้น ) เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จสำคัญของการส่งตัวนักโทษไทย มีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการเข้าร่วมหารือ 2 ฝ่าย อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2566

ที่นำโดย พล.ต.อ.วิสนุ พร้อมด้วย นายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชฑูต ณ กรุงพนมเปญ พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ รอง ผบช.ส. พ.ต.อ.ปิยวัฒน์ เกียรติก้อง ผู้ช่วยฑูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชฑูต ณ กรุงพนมเปญ เข้าหารือกับ พล.ต.อ.Santebandit Neth Savoeun ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา และ พล.ต.ท.Sam Vannvirak ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา จนสามารถนำไปสู่การขับเคลื่อนจนเป็นผลสำเร็จ

พล.ต.อ.วิสนุ เปิดเผยถึงข้อมูลเชิงลึกว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่ สมเด็จเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่มีดำริจะส่งตัวนักโทษไทยที่ถูกดำเนินคดีในกัมพูชามารับโทษต่อที่ประเทศไทย เพื่อให้เป็นตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งก่อนหน้านั้น มีความพยายามในการประสานงานกับทางฝ่ายไทย โดยการขับเคลื่อนของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ

แต่มีเหตุติดขัดจากขั้นตอน และการทำงานในระบบราชการหลายประการ จนเวลาล่วงเลยมากว่า 3 ปี ก็ยังไม่สำเร็จ อาจเป็นเพราะการนำตัวนักโทษเดินทางกลับไทย เป็นการนำนักโทษข้ามแดนทางบกจำนวนมาก แถมยังเป็นครั้งแรกระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา เนื่องจากไม่สามารถใช้เครื่องบินพาณิชย์ขนส่งตัวนักโทษได้ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

ดังนั้น การส่งตัวนักโทษจำนวนมากข้ามแดนทางบกครั้งนี้ จึงเป็นทางเลือก ที่ต้องมีการวางแผนและบูรณาการร่วมกันทั้งในส่วนของกัมพูชาและไทยอย่างรัดกุม รอบคอบ ไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในการวางแผนและประสานงานร่วมกันภายใต้ข้อจำกัดทั้งทางด้านระเบียบข้อกฎหมาย การขนส่งลำเลียง การรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

พล.ต.อ.วิสนุ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทราบปัญหาดังกล่าว จึงได้ขออนุมัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำคณะเข้าพบหารือกับ ผบ.ตร.กัมพูชา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2566 ดังกล่าวข้างต้น เพื่อวางแผนร่วมกัน ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในการนี้ สมเด็จเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้สั่งกระทรวงยุติธรรมกัมพูชาดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยอนุมัติให้ยกเว้นค่าปรับให้นักโทษไทยซึ่งก่อนหน้านี้เป็นอุปสรรคในการโอนตัวนักโทษเป็นอย่างมาก

นอกจากนั้น ทางการกัมพูชายังได้นำตัวนักโทษที่จะโอนตัวทั้งหมดมาไว้ที่กรุงพนมเปญเพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนการส่งมอบ และได้เสนอให้ ผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.ประชุมหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมการในส่วนความรับผิดชอบเพื่อให้ภารกิจลุล่วง

โดยมีการกำหนดพื้นที่การส่งมอบนักโทษ ที่จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก-ปอยเปต จว.สระแก้ว ซึ่งทางฝั่งไทย ได้บูรณาการหน่วยงาน ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจทางหลวง กองปราบปราม กรมราชฑัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อจัดรูปขบวนการลำเลียง โดยเตรียมรถพยาบาลสำหรับการลำเลียงนักโทษที่มีอาการป่วยด้วย ตลอดจนการวางกำลังรักษาความปลอดภัยเส้นทางตั้งแต่จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก จนกว่าจะส่งถึงเรือนจำคลองเปรม

การทำงานตรงนี้ สำเร็จได้ต้องขอบคุณ ทางการกัมพูชา โดยเฉพาะ พล.ต.ท.Sam Vannvirak ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา และ ทางการไทย โดยเฉพาะ คุณเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชฑูต ณ กรุงพนมเปญ พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ รอง ผบช.ส. ที่ช่วยเป็นแม่งานสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดันในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จ

นับเป็นผลสำเร็จชิ้นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งชิ้นที่ พล.ต.อ.วิสนุ ได้อาสาเข้ามาช่วยขับเคลื่อนผลักดัน ให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานไทยและกัมพูชา ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ เมื่อ 30 ก.ย.2566 ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การส่งมอบนักโทษผ่านแดนทางบกจำนวน 32 คน ในวันที่ 9 ต.ค.2566 ได้สำเร็จตามแผน ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการประสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง และเป็นต้นแบบการปฏิบัติในการขนส่งตัวนักโทษจำนวนมากระหว่างประเทศทางบกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...