โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Emergency Mobile Alert ระบบเตือนภัยที่ต่างประเทศใช้ เพื่อรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน

BT Beartai

อัพเดต 03 ต.ค. 2566 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2566 เวลา 13.21 น.
Emergency Mobile Alert ระบบเตือนภัยที่ต่างประเทศใช้ เพื่อรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1312388.mp3?cb=1696340742.mp3

Emergency Mobile Alert หรือ EMS คือระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความ ซึ่งถูกส่งมาจากหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุคุกคามที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัย แจ้งเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศที่รุนแรง แจ้งเตือนเด็กหาย หรือแจ้งเตือนความปลอดภัยสาธารณะ

โดยกระบวนการดังกล่าวจะทำผ่านระบบ Cell Broadcast หรือ CB ซึ่งเป็นวิธีการที่คล้ายกับการส่งข้อความ SMS ผ่านเครือข่ายมายังโทรศัพท์มือถือของประชาชนหลายในพื้นที่ และในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์

ซึ่งระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความดังกล่าวถูกใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ประสบกับภัยจากธรรมชาติบ่อยครั้ง เช่น ระบบ J-Alert ของ ญี่ปุ่น ซึ่งข้อความการแจ้งเตือนจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับ เพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูล และทำให้เกิดการอพยพทันทีเมื่อจำเป็น ในขณะที่ ฟิลิปปินส์ มีระบบที่ชื่อว่า Emergency Cell Broadcast System หรือ ECBS ซึ่งนอกจากจะใช้แจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์อพยพอีกด้วย

ระบบ J-Alert ของญี่ปุ่น
ระบบ J-Alert ของญี่ปุ่น

อีกหนึ่งตัวอย่างในภูมิภาคเอเชียคือ เกาหลีใต้ ที่มีระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความครอบคลุมหลายเหตุการณ์ เช่น ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน สภาพอากาศรุนแรง รวมถึงมลภาวะอย่าง PM 2.5 และขณะนี้รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาการแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยเพิ่มเติม หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมฮาโลวีนที่อิแทวอน เมื่อปี 2022 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากจากเหตุการณ์เหยียบกันตาย

สำหรับ ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากและเกิดไฟป่าบ่อยครั้ง โดยพวกเขามีระบบเตือนภัยฉุกเฉินทางโทรศัพท์ที่เรียกว่า Emergency Alert Australia ที่การแจ้งเตือนจะถูกส่งผ่านระบบโทรศัพท์แห่งชาติ โดยข้อความเสียงจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์บ้าน และข้อความตัวอักษรจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนในประเทศจะได้รับการแจ้งเตือนดังกล่าว เพราะหน่วยงานภาครัฐจะเป็นผู้ประเมินว่า พื้นที่ใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติ จึงจะแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่จำเป็นเท่านั้น

ถัดมาคือ สหภาพยุโรป ที่มีระบบกลางคือ EU-Alert แม้ว่าภูมิภาคนี้จะเกิดภัยธรรมชาติไม่บ่อยเท่าในเอเชีย แต่พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับภัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น การโจมตีของผู้ก่อการร้าย แต่ด้วยกฎหมายที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้การแจ้งเตือนจะแตกต่างกันออกไปด้วย

ปิดท้ายกันที่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีระบบ EMS คล้ายกับประเทศอื่น ๆ ที่กล่าวมา แต่สิ่งที่มีเพิ่มเติมคือ AMBER Alert ที่ใช้แจ้งเตือนเด็กหายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงแรก โดยผู้คนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุจะได้รับข้อมูลเบื้องต้น เช่น รูปร่างหน้าตาของเด็ก หมายเลขทะเบียนและลักษณะของรถยนต์ที่คาดว่าลักพาตัวเด็กไป เพื่อให้ทุกคนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องและคอยตามหาเด็ก ๆ

AMBER Alert เพื่อแจ้งเตือนเด็กหาย
AMBER Alert เพื่อแจ้งเตือนเด็กหาย

สำหรับประเทศไทย ระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินเลย เพราะหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนต่าง ๆ จะมีแอปพลิเคชันของตนเองเพื่อแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน เช่น แอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือ LINE Alert บัญชีแจ้งเตือนภัยพิบัติร้ายแรงของ LINE ที่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอีกที

อย่างไรก็ตาม อาจมีประชาชนบางส่วนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลการแจ้งเตือนเหล่านี้ เนื่องจากปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ ดังนั้น การมีระบบ EMS หรือระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความของส่วนกลางน่าจะตอบโจทย์การเตรียมความพร้อมและการรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ได้ดีที่สุด

ที่มา : Cell Broadcast, Emergency Mobile Alert

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...