โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ‘โซดาไฟ’ อันตรายกว่าที่คิด

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 01.12 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2567 เวลา 01.11 น. • The Bangkok Insight

รู้จัก“โซดาไฟ” อันตรายกว่าที่คิด พร้อมแนะนำวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากได้สัมผัสหรือสูดดมเข้าไป

จากกรณีเหตุสุดสลด 3 แม่ลูกเสียชีวิต ภายในห้องน้ำ เพื่อนสนิทเผย ผู้เสียชีวิตให้ไปซื้อ โซดาไฟ เพื่อมาเทใส่ท่อในห้องน้ำเพราะท่อตัน เบื้องต้นคาด ทั้ง 3 คน อาจสูดสารโซดาไฟเข้าไปจึงหมดสติร่างกองกันในห้องน้ำ แต่คงต้องรอผลพิสูจน์ของแพทย์อีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

วันนี้ thebangkokinsight พาทุกท่าน ทำความรู้จัก “โซดาไฟ” พร้อมแนะนำวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากได้สัมผัสหรือสูดดมเข้าไป

โซดาไฟ คืออะไร?

โซดาไฟ (Sodium hydroxide) หรือ คอสติกโซดา (Caustic soda) คือ สารประกอบชนิดหนึ่ง ชื่อ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) เป็นของแข็งสีขาว ดูดความชื้นดีมาก ละลายน้ำได้ดี มีลักษณะเป็นเกล็ด หรือเม็ดคล้ายทรายหยาบใส ๆ หรือผงขุ่น ๆ มีคุณสมบัติเป็นด่าง และมีฤทธิ์กัดกร่อน ใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น ผลิตเยื่อกระดาษ สบู่และผลิตภัณฑ์ซักฟอก เคมีภัณฑ์ทำความสะอาด โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมโลหะ อาหาร เส้นใยเรยอน สิ่งทอ ใช้ในการฟอกย้อม ล้างสีไหม หรือใช้ในขั้นตอนล้างเม็ดพลอยที่เจียระไนเสร็จแล้ว

โซดาไฟ มีประโยชน์อย่างไร?

โซดาไฟสามารถใช้ในรูปของโซดาไฟก้อน และโซดาไฟเหลว ในด้านต่าง ๆ คือ เป็นสารตั้งต้นในการผลิตโซดาไฟเหลว ดังนี้

• ใช้สำหรับอุตสาหกรรมผลิตสบู่ ด้วยการทำปฏิกิริยากับไขมันเปลี่ยนเป็นสบู่
• ใช้สำหรับขจัดคราบสกปรก และสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ ด้วยก้อนหรือละลายน้ำเทราดบริเวณที่มีการอุดตันของท่อ
• ใช้สำหรับปรับสภาพความเป็นกรดของน้ำให้เป็นด่าง โดยเฉพาะในระบบบำบัดน้ำเสียที่ต้องปรับความเป็นกรด-ด่างของน้ำ
• ใช้สำหรับการตกตะกอนของแร่ธาตุหรือโลหะหนักในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย
• ใช้ฟื้นสภาพของเรซินของระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ
• ใช้ในกระบวนการฟอกย้อมไหม โดยเฉพาะขั้นตอนการลอกกาวไหมที่ต้องต้มละลายกาวไหมด้วยโซดาไฟ สำหรับการฟอกไหมในระดับครัวเรือน ชาวบ้านเรียกโซดาไฟว่า ผงมัน ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีฟอกไหม

ข้อควรระวังในการใช้ โซดาไฟ

เนื่องจากโซดาไฟ มีคุณลักษณะของสารเคมี ยิ่งความเข้มข้นมากยิ่งมีฤทธิ์มาก สามารถทำให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ยได้ในเวลาเสี้ยววินาที จึงควรระมัดระวังระหว่างการใช้งาน โดยมีวิธีใช้ที่ถูกต้อง ดังนี้

1. ไม่ควรเทโซดาไฟลงท่อระบายน้ำโดยตรงเพราะจะไปกัดกร่อนท่อน้ำเสียหายได้

2. ควรเทโซดาไฟใส่ในภาชนะแล้วผสมกับน้ำ คนสารละลายให้ละลายหมดก่อนจึงค่อยไปเทใส่ท่อระบายน้ำ

3. ระวังอย่าสูดดมควันจากสารจะทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ถ้าหายใจเข้าไปโดยการสูดดมฝุ่นควันของสารจะระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ อาจเกิดปอดอักเสบ น้ำท่วมปอดได้

4. เก็บให้พ้นมือเด็ก ผู้สูงอายุ หรืออยู่ห่างจากสัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน

5. การใช้งานในอุตสาหกรรมก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในที่ทำงาน ทั้งในด้านการจัดเก็บ การใช้งาน

6. ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้โซดาไฟ ควรมีมาตรการสวมชุดป้องกันสารเคมีเพื่อป้องกันการสัมผัสสารที่มีอันตราย โดยการใส่แว่นตาครอบกันสารเคมี สวมผ้าปิดจมูกหรืออุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันทางเดินหายใจ สวมถุงมือยางที่ทนการกัดกร่อน และสวมถุงเท้าและรองเท้าที่ป้องกันสารเคมีด้วย

7. การเก็บสารโซดาไฟในโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเก็บในภาชนะที่แห้ง ปิดสนิทมิดชิด อยู่ในบริเวณที่อุณหภูมิไม่สูงและมีอากาศถ่ายเท ส่วนโรงงานเองก็ต้องมีพื้นที่โล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นห้องทึบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูดสารโซดาไฟเข้าสู่ร่างกาย

8. ไม่ควรจัดเก็บโซดาไฟไว้ใกล้กับสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะหากเกิดการรั่วไหล อาจจะทำปฏิกิริยากัน ทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายได้

โทษ หรือ อันตราย จาก “โซดาไฟ”

พิษจากโซดาไฟสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากหลายวิธี ทั้งการสัมผัสกับผิวหนัง เข้าสู่ดวงตา สูดดมไอระเหยของสาร หรือรับประทานโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้

  • ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ หายใจลำบาก, ระคายเคืองเนื้อเยื่อบริเวณจมูก คอ ระบบทางเดินหายใจ, ลำคอ หรือกล่องเสียงบวมซึ่งอาจนำไปสู่การอุดตันของทางเดินหายใจส่วนบนหรือภาวะขาดอากาศหายใจได้, ปอดอักเสบ หรือมีภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด
  • ผลกระทบต่อผิวหนัง แสบร้อนที่ผิวหนัง, ระคายเคือง, ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรง
  • ผลกระทบต่อหู ตา คอ และจมูก ระคายเคืองตา, สูญเสียการมองเห็น, แสบร้อนในจมูก ตา หู ริมฝีปาก หรือลิ้น
  • ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร อาเจียน อาจมีเลือดปนออกมา, กระเพาะอาหารถูกกัดกร่อนอย่างรุนแรง, แสบร้อนในลำไส้และกระเพาะอาหาร, ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
  • หากรับโซดาไฟเข้าไปในร่างกายในระยะยาวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมากต่อระบบต่าง ๆ รวมทั้งก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

ใช้ “โซดาไฟ” อย่างไรให้ปลอดภัย ข้อควรระวัง การรับมือ

  • สวมสิ่งป้องกัน ถุงมือป้องกัน, ชุดป้องกัน, อุปกรณ์ป้องกันดวงตา และ อุปกรณ์ป้องกันหน้า
  • หลีกเลี่ยงการหายใจเอาฝุ่นสารเข้าไป ถ้าหายใจเข้าไป ให้ย้ายผู้ป่วยไปยังที่ที่มีอากาศ บริสุทธิ์ และให้พักผ่อนในลักษณะที่หายใจได้สะดวก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนัง ถ้าสัมผัสผิวหนัง ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนทั้งหมดออกทันที ล้างด้วยสบู่และน้ำปริมาณมาก ซักเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารให้สะอาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา หากเข้าตา ล้างด้วยน้ำเป็นเวลาหลาย ๆ นาที หากใส่คอนแทคเลนส์ ให้ถอดคอนแทคเลนส์ออก หากถอดออกได้ง่าย ให้ล้างตาต่อไป 15 นาที และนำตัวส่งแพทย์ทันที
  • หลีกเลี่ยงการกิน ถ้ากลืนกิน ให้ล้างปาก ห้ามทำให้อาเจียน และนำตัวส่งแพทย์ทันที

การเก็บรักษาโซดาไฟให้ถูกต้องและปลอดภัย

สำหรับการใช้ในครัวเรือน โซดาไฟสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ จะอยู่ในลักษณะของผง หรือเกล็ด หรือสังเกตุฉลากที่ระบุไว้ว่า เป็นโซเดียมไฮดรอกไซต์ 65% ซึ่งอาจจะบรรจุอยู่ในซองฟอยล์ ขนาดพอใช้ แต่ลดความเข้มข้นลง ให้เหมาะแก่การใช้ในครั้งเดียว เพื่อลดปัญหาและลดความเสี่ยงในการจัดการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการใช้สารเคมีได้

ควรเก็บโซดาไฟไว้ในภาชนะพลากติกที่มีความหนา เซรามิก หรือแก้วพร้อมฝาที่ปิดสนิท โดยไม่ควรเก็บโซดาไฟไว้ในจุดที่มีความชื้น เพื่อป้องกันโซดาไฟไม่ให้ทำปฏิกิริยากับความชื้น นอกจากนั้นยังต้องระวังไม่ให้โซดาไฟสัมผัสถูกกรดหรือสารที่ติดไฟอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล สินมั่นคง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...