เช็กด่วน! อาการแบบไหน สัญญาณเตือน ‘เส้นเลือดในสมองแตก’
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 11.25 น. • The Bangkok Insightเส้นเลือดในสมองแตก หรือ หลอดเลือดสมองแตก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ถือเป็นอาการของโรคร้ายแรง ซึ่งหากไม่ได้รับการวินิจฉัย และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิต
ดังนั้น การป้องกันหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง รวมถึงการเฝ้าระวัง และคอยสังเกตอาการ จึงเป็นทางออกของผู้ที่อาจเป็นโรคนี้ได้
เส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากอะไร
เส้นเลือดในสมองแตกห รือหลอดเลือดสมองแตก เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักเกิดจากหลอดเลือดในสมอง ที่มีความเสื่อมสะสมจากสาเหตุต่าง ๆ ซึ่งนอกจากทำให้หลอดเลือดแตกได้แล้ว หลอดเลือดที่เสื่อมสภาพนั้นอาจจะตีบ อุดตัน ทำให้สมองขาดการหล่อเลี้ยงจากเลือด ส่งผลทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ หากสมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลานานก็จะทำให้เซลล์สมองตาย และอาจกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิต
ใครคือกลุ่มเสี่ยง
กลุ่มคนที่เสี่ยงอาการหลอดเลือดสมองแตกบ่อยที่สุดคือ ผู้ป่วยวัยสูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากการเสื่อมของอวัยวะที่ผ่านไปตามกาลเวลา ตามวัยของมนุษย์ที่มากขึ้น ทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างถดถอยลง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ความเสื่อมของหลอดเลือดสมองเกิดได้มากขึ้น ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการควบคุม ไขมันสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ส่วนผู้ที่ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ ออกกำลังประจำ เลี่ยงอาหารประเภทแป้ง และไขมัน รวมทั้งการควบคุมภาวะต่าง ๆ ดังกล่าวได้ดี มักมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองต่ำกว่าผู้ที่ละเลยการดูแลสุขภาพ
ทั้งนี้ อาจพบหลอดเลือดสมองแตกในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่าที่พบโดยทั่วไป ผู้ป่วยเหล่านี้มักมีความผิดปกติของหลอดเลือดตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เช็ก! สัญญาณอันตราย
อาการที่บ่งบอกว่า อาจเกิดอาการหลอดเลือดสมองแตกได้นั้น มีลักษณะเฉียบพลันเหมือนกับอาการหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งผู้ป่วย หรือผู้เห็นเหตุการณ์ (ในกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ) มักจะสามารถเล่าได้ว่า ผู้ป่วยกำลังทำอะไรอยู่เมื่อเกิดอาการขึ้นมาทันทีในขณะนั้น โดยอาการเฉียบพลันทันทีของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตกอาจมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง และขนาดก้อนเลือดที่แตกออกมาจากหลอดเลือดสมอง
สัญญาณอันตราย ที่มักเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยโรคนี้
- อาการชา หรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา ซึ่งมักจะเป็นร่างกายซีกซ้ายหรือซีกขวาเพียงด้านเดียว
- สับสน พูดไม่ชัด หรือไม่เข้าใจคำพูดของผู้อื่น
- มีปัญหาในด้านการมอง อาจเกิดขึ้นที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง
- ปัญหาในการเดิน ทรงตัว หรือการประสานงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่มีระดับความปวดที่มากที่สุดในชีวิตที่ผู้ป่วยเคยประสบมา อาการจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และไม่มีสาเหตุนำมาก่อนที่ชัดเจน
- วิงเวียน คลื่นไส้ หรืออาเจียนผิดปกติ
หากตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที เนื่องจากอาการหลอดเลือดสมองแตก หรือภาวะเส้นเลือดฝอยในสมองแตก เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยโดยไม่ล่าช้า และหากพบว่ามีภาวะหลอดเลือดสมองแตกแล้ว ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อลดความเสี่ยงของความเสียหายของสมอง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจตามมาภายหลัง
รักษาหายได้หรือไม่
อาจมีคำถาม เส้นเลือดในสมองแตก มีโอกาสรอดไหม แล้วเมื่อเส้นเลือดในสมองแตกขึ้นมาจะรักษาหายไหม คำตอบก็คือ สามารถทำการรักษาได้ และมีโอกาสรอดชีวิตหากเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที
2 วิธีหลักในการรักษา
- รักษาด้วยยา
ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตกส่วนมากใช้การรักษาแบบประคับประคอง โดยในบางกรณีที่แพทย์พิจารณาว่า ตำแหน่งของก้อนเลือดอยู่ในจุดที่ลึกมากของสมอง ทำให้ความเสี่ยงการผ่าตัดสูง ดังนั้นในผู้ป่วยที่อาการไม่วิกฤติถึงขั้นเสียชีวิต แพทย์อาจพิจารณารักษาแบบประคับประคอง โดยใช้ยาลดความดันเลือด เนื่องจากผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตกมักมีภาวะความดันเลือดสูงเป็นปัจจัยหลัก
ยาลดความดันเลือดนี้ช่วยลดโอกาสที่ก้อนเลือดขยายปริมาตรเป็นขนาดใหญ่ขึ้น (ที่อาจจำเป็นต้องผ่าตัด) ได้ เมื่อการใช้ยาลดความดันชนิดฉีด หรือหยดทาสามารถควบคุมความดันเลือดได้ดีอย่างสม่ำเสมอแล้ว แพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนเป็นยาชนิดรับประทานแทนในเวลาต่อมา
- ผ่าตัด
สำหรับผู้ป่วยส่วนน้อย การผ่าตัดเป็นขั้นตอนการรักษาที่อาจมีความจำเป็น และถ้าหากประเมินแล้วว่า การผ่าตัดน่าจะมีประโยชน์อย่างแท้จริงต่อผู้ป่วย แพทย์จะมักพิจารณาผ่าตัดเป็นกรณีเร่งด่วนในกลุ่มผู้ป่วยที่เกิดหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลัน
แม้การผ่าตัดสมองเพื่อรักษาภาวะหลอดเลือดสมองแตก อาจช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตในขณะนั้นได้ แต่เนื่องจากก้อนเลือดที่มีขนาดต่าง ๆ กัน ตำแหน่งที่เกิดเลือดออกที่ตำแหน่งต่างกัน รวมทั้งสภาวะของผู้ป่วยก่อนทำการรักษา เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความพิการทุพพลภาพถาวรแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย
การรับทราบข้อมูล ความเป็นไปได้หรือความน่าจะเป็นของสภาพผู้ป่วยหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาในการหารือแนวทางระหว่างแพทย์ผู้รักษากับตัวผู้ป่วยเอง หรือกับญาติผู้ป่วย (กรณีผู้ป่วยหมดสติ) จึงมีความสำคัญอย่างมากในการวางแผนร่วมกัน
นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การฟื้นฟูสมรรถภาพยังเป็นส่วนสำคัญของการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง การฟื้นฟูสมรรถภาพสามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของร่างกายและจิตใจที่ได้รับผลกระทบจากอาการหลอดเลือดสมองแตกได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้น้ำตาลหรือไขมันสูง ควบคุมระดับความดันเลือดให้เหมาะสม
วิธีป้องกันหลอดเลือดสมองแตก
การป้องกันหลอดเลือดสมองแตก เป็นสิ่งดีที่สุดที่สามารถดูแลตนเองได้ก่อนเกิดโรคหลอดเลือดจริง เพราะเมื่อเกิดโรคแล้ว ย่อมมีความเสียหายพิการทุพพลภาพที่กระทบต่อการดำรงชีวิตไม่มากก็น้อย
วิธีป้องกันโรคหลอดเลือดสามารถทำได้ไม่ยาก หากใส่ใจและรักในสุขภาพร่างกายของตนเอง รวมไปถึงการตรวจเช็กความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการรู้ถึงอาการของโรคได้อย่างรวดเร็ว ก็สามารถรักษา และป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ วิธีการป้องกันซึ่งสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้
ควบคุมความดันเลือด: ความดันเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญสำหรับโรคหลอดเลือดสมอง การรักษาความดันเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงหลอดเลือดสมองแตกได้
ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล: คอเลสเตอรอลสูงสามารถนำไปสู่การสะสมของคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดง ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือแตกได้
เลิกสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่จะทำลายหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเลือดสมองแตก การเลิกสูบบุหรี่จึงเป็นสิ่งที่ดี สามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค
ออกกำลังกายเป็นประจำ: การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้หัวใจแข็งแรง และลดความดันเลือด การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดหลอดเลือดสมองแตกได้
รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ: อาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดประกอบด้วยผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไม่ติดมัน อาหารประเภทนี้สามารถช่วยลดความดันเลือดและระดับคอเลสเตอรอล
จำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์: การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจเพิ่มความดันเลือด และความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง จนนำไปสู่การเกิดหลอดเลือดสมองแตก ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ลดน้อยลงสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้
จัดการความเครียด: ความเครียดอาจเพิ่มความดันเลือดและความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองแตก การจัดการความเครียดให้อยู่ในสภาวะปกติอย่างมีสุขภาพจิตที่ดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน
สิ่งสำคัญที่สุดของการป้องกันหลอดเลือดสมองแตก คือการประเมินความเสี่ยงของสุขภาพร่างกาย แต่หากเกิดอาการของโรคขึ้นแล้ว สามารถทำได้ด้วยการรักษาตามอาการเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจส่งผลต่อร่างกายที่หนักขึ้น หรืออาจเสี่ยงถึงแก่ชีวิต การหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนในยุคสมัยนี้ควรตระหนักให้มากขึ้น
ที่มา: ศ. นพ.เอก หังสสูต สาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รามาแชนแนล
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่งกำลังใจ! ผู้ประกาศข่าวพิธีกรคนดัง เส้นเลือดในสมองแตกวูบล้มหัวฟาดพื้น
- 'ท่านอ่อง' เตือนทุกคนมีเวลาจำกัด รักษาโรคหลอดเลือดสมอง-อย่าปล่อยให้สมองขาดเลือด
- เคล็ด (ไม่) ลับรวม 10 ผลไม้ ลดคอเลสเตอรอล
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg