โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก เจ้าชายมุฮัมหมัด บิน ซัลมาน เชิญ "ประยุทธ์" ฟื้นสัมพันธ์รอบ 30 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ม.ค. 2565 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2565 เวลา 14.14 น.
(Photo by Bandar AL-JALOUD / Saudi Royal Palace / AFP) /

เจ้าชาย ฮัมหมัด บิน ซัลมาน เจ้าชายสะเทือนโลก มกุฎราชกุมารผู้พลิกโฉมซาอุดีอาระเบีย

วันที่ 23 มกราคม 2565 เพจไทยคู่ฟ้า เผยแพร่กำหนดการเดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 25 – 26 ม.ค.​นี้ ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีช อัลซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย

นับเป็นการเยือนอย่างในระดับผู้นำรัฐบาลระหวางสองชาติเป็นครั้งแรกรอบกว่า 30 ปี เพื่อส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน

สำหรับ เจ้าชาย มุฮัมมัด บิน ซัลมาน แห่งราชวงศ์อัล ซาอูด หรือที่โลกตะวันตกเรียกกันภายใต้ชื่อย่อว่า MBS พระองค์ขึ้นเป็นมกุฏราชกุมารว่าที่กษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบีย ในช่วงปี 2015 อันเป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน หลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอห์ บิน อับดัลอะซิซ อัล ซาอูด เสด็จสวรรคต ส่งผลให้พระบิดาของพระองค์คือ เจ้าชายซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอูด พระยศในขณะนั้น ซึ่งเป็นมกุฎราชกุมาร ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ซาอุดีอาระเบียพระองค์ใหม่ต่อจากพระเชษฐา

เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอูด ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ใหม่ เจ้าชาย มุฮัมมัด บิน ซัลมาน ผู้เป็นโอรสองค์ที่เจ็ดของกษัตริย์ซัลมาน และบุตรชายคนโตในจำนวนหกคนอันที่เกิดจากภรรยาคนที่สามของกษัตริย์ซัลมาน พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทแห่งซาอุฯ

ซึ่งนอกจากจะเป็นมกุฎราชกุมารเตรียมสืบทอดเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปแล้ว เจ้าชาย MBS ยังดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ประธานสภากิจการฝ่ายเศรษฐกิจและพัฒนา เป็นประธานสภากิจการการเมืองและความมั่นคงเป็นที่ปรึกษาพิเศษของกษัตริย์และยังเป็นประธานกองทุนความมั่งคั่งซาอุฯ PIF ด้วยพระชันษาเพียง 36 ปี

นั่นทำให้พระองค์มีสถานะไม่ต่างจากผู้ปกครองโดยพฤตินัยของซาอุดีอาระเบีย ไม่ปรากฏหลักฐานอันชัดเจนนักว่าเหตุใด กษัตริย์ซัลมาน ทรงโปรดปรานเจ้าชาย มุฮัมมัด บิน ซัลมาน มากที่สุดในบรรดาพระราชบุตรทั้ง 9 พระองค์ ที่ประสูติจากพระมเหสีทั้ง 3 พระองค์

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ประสูติเมื่อ 31 สิงหาคม 1985 จบการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัย King Saud สถาบันอุดมศึกษาเก่าแก่สุดของประเทศ ก่อนจะเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐหลายแห่ง กระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาพิเศษของกษัตริย์อับดุลลาห์เมื่อปี 2009

ทันทีที่เจ้าชาย MBS ขึ้นครองอำนาจในฐานะรัชทายาท นั่นทำให้เจ้าชายเริ่มมีพระราชอำนาจเบ็ดเสร็จในหลายส่วน พระองค์ทรงได้รับเสียงชื่นชมจากหลายชาติตะวันตกจากการเดินหน้าปฏิรูปสังคมซาอุดีอาระเบียในหลายด้าน โดยเฉพาะเปิดเสรีแก่สตรีมากขึ้น ท่ามกลางสังคมซาอุฯ ซึ่งเป็นแบบอนุรักษ์นิยมมาโดยตลอด

พระองค์ยังเป็นผู้เปิดแผนยุทธศาสตร์ Saudi Vision 2030 อันเป็นแผนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้ลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมัน เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางเศรษฐกิจของประเทศและพัฒนาภาคบริการสาธารณะ เปิดกว้างด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการเสริมสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุน การเพิ่มการค้าระหว่างประเทศที่นอกเหนือจากอุตสาหกรรมน้ำมัน

แม้จะได้รับเสียงชื่นชมในแง่นโยบายเปิดกว้างประเทศ แต่พระองค์ก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากกรณีนาย จามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์วอชิงโพสต์ ชาวซาอุฯ ที่ถูกสังหารโหดในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ในนครอิสตันบูล ตุรกี เมื่อปี 2018 จนส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซาอุฯจากนานาชาติอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน ประมุขแห่งซาอุดีอาระเบียโดยพฤตินัย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจ้าชายเคยให้สัมภาษณ์ต่อรายการ 60 Minutes ถึงกรณีที่ตะวันตกเชื่อว่าทรงพัวพันการสั่งสังหารนายคาช็อกกี ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับการสั่งสังหารคอลัมนิสต์ชาวซาอุฯ แต่พระองค์จะทรงรับผิดชอบในฐานะรองนายกรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานให้กับรัฐบาลริยาด

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...