‘สิทธิบัตรทอง’ คนไทยในต่างประเทศ ใช้ Telemedicine โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่ม 15 ม.ค.
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 ม.ค. 2567 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2567 เวลา 02.22 น. • The Bangkok Insight"สิทธิบัตรทอง" คนไทยในต่างประเทศ ปรึกษาปัญหาสุขภาพใช้ Telemedicine โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่ม 15 ม.ค. เพียงใช้เลขบัตรประชาชน-หนังสือเดินทางเข้าใช้บริการ
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้กำหนด “แนวทางการจัดระบบบริการเพื่อดูแลคนไทยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ในต่างประเทศผ่านระบบบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)”
ดูแลคนไทยผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพที่อาศัยในต่างประเทศหรือต้องเดินทางไปต่างประเทศ ให้เข้าถึงการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมาตรฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอดคล้องกับมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่กำหนดไว้ว่าบุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ซึ่งครอบคลุมถึงคนไทยผู้อาศัยอยู่ในต่างประเทศหรือต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วย
คนไทยในต่างประเทศใช้ Telemedicineผ่าน 4แอป
Telemedicine ดำเนินงานภายใต้แนวคิดการให้บริการผู้ป่วยได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด พร้อมทั้งมุ่งขยายการให้บริการให้ครอบคลุมคนไทยในต่างประเทศ เพื่อช่วยลดอุปสรรคให้แก่ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพในต่างประเทศ ที่เผชิญกับปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสาร เมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยและต้องเข้ารับบริการสาธารณสุขในประเทศนั้น ๆ
โดยบุคลากรทางการแพทย์ไทยจะให้บริการ Telemedicine ในกรณีที่ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย (common illness) เพื่อให้คำแนะนำและคำปรึกษาด้านสุขภาพ และคัดกรองอาการป่วยเบื้องต้น
คนไทยในต่างประเทศสามารถเข้าใช้ Telemedicine ด้วยโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ผ่าน 4 แอปพลิเคชันที่ร่วมมือกับสปสช.ในการเป็นหน่วยบริการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ ได้แก่ Saluber MD Clicknic Mordee และ Totale Telemed
เลขบัตรประชาชน-หนังสือเดินทาง เข้าใช้บริการ
โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลได้ที่เว็บไซต์สปสช. ไลน์ OA สปสช. @nhso และแอปพลิเคชัน สปสช. และใช้หนังสือเดินทางหรือเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักในการยืนยันตัวตนการใช้สิทธิในการขอรับบริการ
นายชัย กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีมุมมองความคิดที่ต้องการดูแลด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน พร้อมกับการขับเคลื่อนระบบการให้บริการดิจิทัลสุขภาพ (Digital Health) โดยถือเป็นความสำเร็จอีกขั้น ในการสนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไร้ข้อจำกัดของเวลาและพื้นที่
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สทธิบัตรทอง!! บอร์ด สปสช. มอบของขวัญปีใหม่ ดูแลสุขภาพคนไทยในต่างประเทศ เริ่ม 15 ม.ค.นี้
- สปสช. เผยผลงานกองทุนบัตรทองปี 66 ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ 99.4%
- บอร์ด สปสช. เพิ่มสิทธิประโยชน์ ยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลาม
ติดตามเราได้ที่