โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายดังช่วยดูแลคดีนักธุรกิจฟ้องรื้อถอนศาลา สร้างรุกที่ดิน

INN News

เผยแพร่ 15 พ.ย. 2566 เวลา 10.17 น. • INN News

ทนายดัง รุดช่วยนักธุรกิจหญิง ฟ้องรื้อถอนศาลาสร้างรุกที่ดิน ตรวจพบพิรุธงบก่อสร้าง SML อาจไม่โปร่งใส

วันที่ 15 พ.ย.66 นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ เดินทางลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อน หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ภรภัทร สรรพานิช นักธุรกิจ โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ.2560 ได้รับโอนที่ดินรวม 2 แปลงตั้งอยู่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มาจากบิดามารดา จึงได้ทำการรังวัดสอบเขตที่ดินพบว่ามีศาลาหลังหนึ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน จึงสืบหาเจ้าของเพื่อฟ้องขับไล่ศาลาออกไป

แต่ปรากฏว่าทนายความคนเดิมหลงประเด็นไปฟ้องหน่วยงานรัฐว่าเป็นผู้มอบเงินในโครงการ SML มาให้ปลูกสร้างเป็นศาลาประชาคม ภายหลังยื่นฟ้องแล้วได้มาพบกับทนายกฤษฎา อินทามระ ให้คำปรึกษาว่า คดีดังกล่าวเป็นการฟ้องผิดตัว ผู้เสียหายจึงได้มีการถอนฟ้องคดีออกไปแล้วในปี พ.ศ.2566

ต่อมา ทนายกฤษฎา พยายามสืบหาแหล่งที่มาของเงินในโครงการ SML โดยทางอำเภออ้างว่า ประมาณ ปี พ.ศ.2548-2549 รัฐบาลได้มีโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)เพื่อแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีเป้าหมายสำคัญของโครงการคือ การให้งบประมาณแก่ประชนชนเพื่อแก้ไขปัญหา สร้างประโยชน์ส่วนรวมของหมู่บ้านและชุมชน เพื่อเอื้อต่อการมีอาชีพและการมีงานทำของส่วนรวม รัฐบาลจึงจัดทำโครงการนี้เพื่อให้เงินอุดหนุนโดยตรงสู่ประชาชน โดยอ้างว่า ชุมชนหมู่ 9 (ที่ตั้งศาลา) ได้รับเงินในโครงการ SML จำนวน 200,000 บาท และหน่วยงานรัฐได้ส่งมอบเงินจำนวนนี้ให้แก่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 (ที่ตั้งศาลา) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ตนพบข้อพิรุธในการเบิกจ่ายเงินเพราะ ไม่มีหลักฐานรายงานการประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการโครงการกองทุน หมู่ที่ 9 (ที่ตั้งศาลา) และไม่มีหลักฐานการส่งมอบเงินจำนวน 200,000 บาท และไม่พบหลักฐานที่ทางอำเภอแจ้งต่อสำนักงาน SML เพื่อขออนุมัติเงินจากคณะกรรมการ SML เพื่อโอนเงินงบประมาณดังกล่าวลงไปในพื้นที่ชุมชนโดยเฉพาะในชุมชนหมู่ที่ 9 นั้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่าคณะกรรมการชุมชนหมู่ที่ 9 ได้แจ้งทางอำเภอให้โอนเงินจำนวน 200,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคารใดและผู้รับเงินคือใคร แต่ที่แน่ๆคือ เงินจำนวน 200,000 บาท สร้างศาลาได้เพียงมีเสาสี่ต้นและหลังคา แต่ไม่มีผนัง จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลยจากเงินหลวงจำนวน 200,000 บาท

ในวันนี้ผู้เสียหาย ต้องการล้อมรั้วในที่ดินซึ่งได้มีการรังวัดสอบเขตโดยเจ้าหน้าที่รังวัด โดยจะล้อมรั้วภายในขอบเขตที่ดินซึ่งได้มีการรังวัดโดยถูกต้องแล้ว ส่วนตัวศาลาดังกล่าวผู้เสียหายจะไม่ล้อมรั้วปิดกันเพราะกำลังมอบหมายให้ตนฟ้องขับไล่บุคคลที่อ้างตนว่าเป็นผู้ใช้เงินหลวงมาสร้างศาลา และตนจะต้องสืบให้ได้ว่า การใช้เงินจำนวน 200,000 บาท มาสร้างศาลาดังกล่าวมีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...