โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ายงานได้ขึ้นเงินเดือนสูงสุด 25% เทรนด์จ้าง CEO ระยะสั้นมาแรง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2566 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 00.47 น.

เปิดผลสำรวจ 8 กลุ่มอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ-อีอีซี บริษัทระดับโลกชี้ภาพรวมคนย้ายงานได้เงินเดือนเพิ่มถึง 15-25% สวนทางคนอยู่เก่าได้ขึ้น 1-4% สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเล็กน้อย นายจ้างต้องปรับวิธีดึงคน-รักษาคนเก่ง เผยเทรนด์ดึงคนเก่ากลับมาทำงาน-จ้างซีอีโอขัดตาทัพก็มาแรง ตลาดแรงงานที่มีทักษะต้องการโบนัส+วันทำงานที่ยืดหยุ่น

บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก “โรเบิร์ต วอลเตอร์ส” จัดทำสํารวจเงินเดือนประจำปี 2567 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 570 คน ประกอบด้วยพนักงานและนายจ้างบริษัทต่าง ๆ ใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย

แนวโน้มเงินเดือนปี’67

จากรายงานภาพรวมเงินเดือน แนวโน้มการสรรหาบุคลากร และข้อมูลเชิงลึกในการรักษาบุคลากร ถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนายจ้างและพนักงานในการเปรียบเทียบระดับเงินเดือนของภาคอุตสาหกรรม

ข้อมูลระบุปี 2567 คนย้ายงานจะได้เงินเดือนเพิ่มสูงสุด 40% ส่วนคนอยู่ที่เก่าขึ้นเพียง 1-4% เกินกว่าอัตราเงินเฟ้อเล็กน้อย ส่งผลให้นายจ้างต้องงัดกลยุทธ์ดึงคนให้อยู่กับองค์กร รวมทั้งเทรนด์ดึงคนเก่ากลับมาทำงาน และจ้าง CEO แบบรักษาการก็ได้รับการตอบรับ

นางปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจําประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต วอลเตอร์ส เปิดเผยว่า ผู้ตอบแบบสำรวจคาดหวังจะได้รับเงินเดือนเพิ่ม 6-10% จากบริษัทเดิม สวนทางกับฝั่งนายจ้างที่มีแนวโน้มขึ้นเงินเดือนให้พนักงานเก่าทุกตำแหน่งเพียง 1-4% ต่ำกว่าผลสำรวจปีที่ผ่านมาที่นายจ้างขึ้นเงินเดือน 2-5% ขณะที่โบนัสคาดการณ์ว่าปีนี้จะจ่ายประมาณ 13% ในทุกระดับงาน

น่าสนใจว่า ปีนี้คนย้ายงานมีโอกาสเรียกเงินเดือนเพิ่มได้มาก หากมีทักษะที่ต้องการและมีความพร้อมทำงาน โดยได้รับเงินเดือนเพิ่มเฉลี่ยทุกอุตสาหกรรม 15-25% ส่วนผู้ที่ได้ฝึกอบรมเพิ่มจะได้เงินเดือนเพิ่ม 15%

หากแบ่งตามอุตสาหกรรม คนย้ายงานที่มีทักษะในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศจะได้เงินเดือนเพิ่ม 10-40% ธุรกิจด้านกฎหมาย การขายและการตลาด 20-35% ธุรกิจวิศวกรรมและการผลิต และธุรกิจซัพพลายเชนการจัดซื้อ 25-30% และธุรกิจบัญชีการเงิน ธุรกิจทรัพยากรบุคคล 20-30%

อยากย้ายงานเกินครึ่ง

ผลสำรวจระบุอีกว่า พนักงาน 3 ใน 4 มีความตั้งใจจะหางานใหม่ภายใน 12 เดือนข้างหน้า ปัจจัยพิจารณาเรื่องการย้ายงานคือ บริษัทใหม่มีแผนจ่ายโบนัสชัดเจน (89%) มีประกันสุขภาพเอกชนสำหรับผู้ป่วยใน/ผู้ป่วยนอก (74%) มีการทํางานที่ยืดหยุ่น ทำงานโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (59%) จำนวนสิทธิวันหยุด-วันลา (41%) และทำประกันคุ้มครองชีวิต/โรคร้ายแรง (30%)

ทั้งนี้ 78% ของพนักงานที่ต้องการทำงานแบบยืดหยุ่นคือ เข้าออฟฟิศ 2-3 วัน/สัปดาห์ ขณะที่นายจ้างส่วนใหญ่คาดหวังให้พนักงานเข้าออฟฟิศอย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์

“ผู้หางาน 70% มั่นใจโอกาสได้งานใหม่ในสาขาที่ตัวเองถนัด เพราะมีทักษะที่นายจ้างต้องการ ซึ่งเป็นตลาดแรงงานที่มีดีมานด์มากกว่าซัพพลาย ทำให้มีโอกาสได้งานสูง”

นางปุณยนุชตั้งข้อสังเกตว่า ความท้าทายที่ใหญ่สุดในการสรรหาพนักงานในปีหน้าคือ ความคาดหวังเงินเดือนและผลประโยชน์ที่สูงเกินไป และปัญหาการขาดแคลนทักษะบวกความสามารถที่ต้องการ ดังนั้น นายจ้างจะเพิ่มความพยายามในการรักษาคนเก่งด้วยการยื่นข้อเสนอสู้ (counter offers)

ซึ่งมากกว่า 8 ใน 10 ราย มีกลยุทธ์รักษาพนักงานโดยมุ่งจัดโปรแกรมการพัฒนาเรียนรู้ และโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เช่น นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย

ขณะที่นายจ้างกว่า 80% ก็พิจารณาจ้างกลุ่มบูมเมอแรง หรือดึงคนเก่ากลับมาทำงาน ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะจัดการกับปัญหาขาดแคลนพนักงานที่มีทักษะ โดย 72% ของพนักงานล้วนเปิดกว้างอยากกลับมาทำงานที่บริษัทเก่า

นอกจากนี้ 54% ของพนักงานที่สมัครงานใหม่ แต่ยังไม่ได้ลาออกจากที่เดิมจะยังคงพิจารณาอยู่ต่อ หากนายจ้างมีข้อเสนอที่ต้องการ เช่น ให้เงินเดือนเพิ่ม (94%) ได้เลื่อนตำแหน่ง (58%) การทำงานยืดหยุ่นได้มากขึ้น (40%) การจ่ายโบนัสที่จูงใจ (33%) และทำงานโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (21%)

ในบรรดาผู้ตอบแบบสำรวจ 34% ระบุว่า พวกเขาจะพิจารณาข้อเสนอการซื้อตัวให้อยู่ต่อ โดย 28% จะอยู่ต่อน้อยกว่า 6 เดือน, 17% จะอยู่ต่อ 1 ปี และ 14% จะอยู่ต่อ 3-5 ปี

อีกความท้าทายคือ การขาด successor หรือผู้สืบทอดรระดับ C-level ซึ่งเป็นเรื่องหนักใจของหลายองค์กร ทำให้เกิดเทรนด์จ้างงานผู้บริหารที่เกษียณแล้วมารับตำแหน่งแบบระยะสั้น หรือระยะเวลาหนึ่ง (interim) เพื่อทดแทนการขาดแคลนผู้สมัคร และใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเทรนคนมารับตำแหน่งต่อไป

เปิดกลยุทธ์ดึงคนเก่ง

นางปุณยนุชกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทไทยเริ่มยกระดับกลยุทธ์การสรรหาพนักงาน ด้วยการใช้จุดขายวัฒนธรรมองค์กรและสร้างแบรนด์ที่โดดเด่น ที่เห็นมากคือ ร่วมมือกับแพลตฟอร์มเน้นเรื่องความยั่งยืน ให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม ความหลากหลาย ยอมรับความแตกต่าง และมุ่งรับผิดชอบต่อสังคม

การรับฟังเสียงพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่พนักงานอยากให้นายจ้างปรับคือ สนับสนุนความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (86%) ทำงานแบบยืดหยุ่นได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ (hybrid working), มุ่งดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี การเข้าถึงที่ปรึกษานักจิตวิทยา (36%), ส่งเสริมความหลากหลาย ลดการเลือกปฏิบัติ (26%), พยายามลดโลกร้อน (12%) และมีแนวปฏิบัติรับผิดชอบต่อสังคม (7%)

“ปี 2567 นายจ้างเห็นปัญหาการขาดแคลนมากขึ้น โดยเฉพาะพนักงานที่มีทักษะเรื่องเทคโนโลยี การขาย บัญชี การตลาด ซัพพลายเชน และจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อบรรเทาปัญหานี้ 92% ของนายจ้างจึงโฟกัสเรื่องพัฒนาทักษะด้วยการฝึกอบรมทั้งภายในภายนอก และสนับสนุนฝึกอบรมส่วนบุคคล”

ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ (50%) วางแผนจะเพิ่มทักษะทางเทคนิคและสังคม การสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในอีก 12 เดือนข้างหน้า เพื่อพวกเขาจะมีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...