สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรงอ่อนโยน-โปรดสัตว์ ต่างจาก “พระเจ้าเสือ” และ “พระเจ้าท้ายสระ”?
หากอ้างอิงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หลายคนคงทราบว่า “พระเจ้าเสือ”และ“พระเจ้าท้ายสระ” ผู้ปกครองอาณาจักรอยุธยาลำดับที่ 29 และ 30 ทรงมีพระอุปนิสัยคล้ายกันยิ่งกว่าแกะ ไม่ว่าจะโปรดการล่าสัตว์หรือความโหดเหี้ยม“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ”ก็เป็นอีกพระองค์หนึ่ง ที่คนจำนวนมากมองว่าเหี้ยมโหดเหมือนพระราชบิดาและพระเชษฐา เพราะพระองค์ถึงขั้นช่วงชิงอำนาจมาจากพระราชโอรสของกษัตริย์องค์ก่อนหน้า (ซึ่งก็คือพระเจ้าท้ายสระ) และสำเร็จโทษพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมด้วยท่อนจันทน์
ทว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์กลับบอกว่า พระองค์ทรงมีคุณธรรม อ่อนโยน และมีพระอุปนิสัยแตกต่างจาก “พระเจ้าเสือ” พระราชบิดา และ “พระเจ้าท้ายสระ” พระเชษฐา โดยสิ้นเชิง
ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 82 เรื่อง พระราชพงศาวดารกรุงสยาม จากต้นฉบับของ บริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน หน้าที่ 319 ได้พูดถึงพระอุปนิสัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไว้ในแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ โดยกล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศว่ามีเมตตากรุณาต่อสัตว์โลก ทั้งยังซื่อตรง เที่ยงธรรม และยึดราษฎรเป็นที่ตั้ง ดังนี้
“อันสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ-ผู้เขียน) แผ่นดินนี้ มีพระกมลสันดานต่างกันกับพระบรมพระบิดาและพระเชษฐาธิราชปาณาติบาตพระองค์ทรงเว้นเป็นนิจ ทรงประพฤติกุศลสุจริตธรรม สมณพราหมณาประชาราษฎร มีแต่สโมสรเป็นสุขสนุกทั่วหน้า พระองค์ทรงพระราชศรัทธากระทำทานแก่สมณพราหมณา กระยาจกวณิพก เดียรฉานต่าง ๆ ทุกอย่างสิ้น
บางทีเสด็จไปชมพระตำหนักบางอออิน (บางปะอิน) และพระนครหลวง บางทีลงที่นั่งใหญ่ ใช้ใบล่องออกปากน้ำพระประแตง ชมชเลและมัจฉา ถึงหน้านวดข้าว ก็เสด็จไปนวดที่ทุ่งหันตรานาหลวง แล้วเอาข้าวใส่ระแทะและให้พระราชบุตร พระราชธิดา กำนัลนางทั้งปวงลากไปวังใน แล้วเอาพวนข้าวทำฉัตรใหญ่และยาคู ไปถวายราชาคณะที่อยู่อารามหลวงทุก ๆ ปี มิได้เว้น พระองค์ทรงสรรพจะเล่นมิได้เบื่อ ทั้งวิ่งวัว ควาย และพายเรือ เสือกับช้างให้สู้กัน มีแต่สนุกทั่วกันทุกฤดู”
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีข้อมูลปรากฏยืนยันถึงพระอุปนิสัยที่แตกต่างกัน ใน “จดหมายเหตุเดินทางของราล์ฟ ฟิตช และ จดหมายเหตุของวิละภาเคทะระ เรื่องคณะทูตลังกาเข้ามาประเทศสยาม”หน้า 69 ซึ่งเป็นบันทึกเดินทางของทูตต่างแดนในสยามขณะนั้น ว่า
“ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งราชธานีศรีวรฺธนะ (ศรีวรรธนะ) ทรงยืนยงด้วยพระจริยาวัตรอันดีงาม ทรงกอปร์ด้วยความเอมอิ่มแห่งคุณธรรมนานาประการ พระองค์ทรงปลุกจิตใจของสัปบุรุษ ประดุจดังรัศมีแห่งดวงอาทิตย์ฉายลงต้องดอกบัวฉะนั้น พระสุรเสียงทุ้ม พระดำรัสของพระองค์หวานเหมือนน้ำผึ้ง และทำให้เบิกบานเหมือนดั่งเพลงของนกกรวิก (กุรวีกะ) พระองค์ทรงเป็นเอกในบรรดาผู้ที่ผูกพันอยู่ในการสนับสนุนความผาสุขของทั่วโลก ทรงเป็นผู้จรรโลงนครศรี–กานตะ และพระองค์ทรงเยี่ยมยอดในการทั้งปวง”
เมื่ออ่านจบแล้ว คงทำให้หลายคนรู้จัก “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ” ในอีกแง่มุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน
อ่านเพิ่มเติม :
- “กบฏจีนนายก่าย” วางแผนปล้นวังหลวงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
- “เจ้าฟ้าพร” กลัวพระเจ้าท้ายสระระแวงว่าตนจะ “ชิงบัลลังก์” เพราะเหตุใด?
- รู้จัก “เจ้าฟ้านเรนทร” หลานรักพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ผู้รอดโทษประหาร
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 ธันวาคม 2566