โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

เคลวิน คิปตุม และประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจไปถึง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 13.10 น.
(Photo by JUSTIN TALLIS / AFP)

เคลวิน คิปตุม และประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจไปถึง

สัปดาห์ที่แล้ว วงการกีฬาโลกต้องพบกับข่าวเศร้ากับการจากไปอย่างกะทันหันของ เคลวิน คิปตุม นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา เจ้าของสถิติโลกมาราธอนชายคนปัจจุบัน

คิปตุมประสบอุบัติเหตุรถเสียการควบคุม พุ่งออกข้างทางชนต้นไม้อย่างจัง เขาเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 24 ปี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พร้อมกับโค้ชคู่ใจ เจอร์เวส ฮาคิซิมาน่า ซึ่งโดยสารไปด้วยกัน

นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของวงการกรีฑาโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เฝ้ารอเขากลับมาลงแข่งขันเพื่อท้าทายสถิติโลกและขีดจำกัดที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

อันที่จริงชื่อของคิปตุมเพิ่งปรากฏต่อสาธารณะและแวดวงกรีฑาระยะทางไกลเมื่อ 2-3 ปีมานี้เอง โดยเขาเกิดและโตที่หมู่บ้านเชปซาโมในเมืองเชปโคริโอ ประเทศเคนยา ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,600 เมตร ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดของนักวิ่งระยะไกลชั้นนำของประเทศมากมาย ขณะที่นักวิ่งต่างชาติหลายคนก็ดั้นด้นไปฝึกฝนที่นั่น

คิปตุมเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว วัยเด็กเขาช่วยพ่อแม่เลี้ยงวัว โดยเดินเท้าเปล่าพาวัวกินหญ้าตามเส้นทางในป่าเขา

เขาเริ่มสนใจกรีฑาเนื่องจากได้เห็นญาติคนหนึ่งทำหน้าที่คู่ซ้อมให้ ไฮลี่ เกเบรอเซลาสซี่ ตำนานปอดเหล็กชาวเอธิโอเปีย แต่ก็โดนผู้เป็นพ่อคัดค้านเพราะอยากเห็นลูกชายตั้งใจเรียนแล้วไปทำงานเป็นช่างไฟฟ้ามากกว่า

คิปตุมเริ่มซ้อมวิ่งตอนอายุ 13 ปี ซ้อมอยู่ 4 ปีไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้เลิกล้มความตั้งใจ ถึงจุดหนึ่ง คุณพ่อ แซมสัน เชรุยยอท เห็นถึงความมุ่งมั่น จึงเริ่มช่วยลูกชายฝึกซ้อมในตอนเช้าบ้าง

ย้อนไปในปี 2009 คิปตุมได้พบกับฮาคิซิมาน่า นักวิ่งชาวรวันดาซึ่งไปปักหลักซ้อมใกล้ๆ ฟาร์มของพ่อคิปตุม มิตรภาพจึงเริ่มก่อตัว ก่อนที่ฮาคิซิมาน่าจะเริ่มผันตัวมาเป็นโค้ชและดูแลคิปตุมอย่างจริงจังในปี 2018

ช่วงแรกๆ คิปตุมเน้นฝึกซ้อมและแข่งขันที่ระยะฮาล์ฟมาราธอน เพราะมองว่าการวิ่งฟูลมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตรนั้นยากเกินไป

แต่โค้ชฮาคิซิมาน่าพยายามหว่านล้อมและแนะนำให้เขาขยับขึ้นไปแข่งฟูลมาราธอนเต็มตัว ซึ่งกว่าที่เขาจะตอบตกลงก็ในปี 2022

แค่เพียงการแข่งขันรายการแรกที่เมืองบาเลนเซีย คิปตุมก็ทำให้ทุกคนอึ้ง เมื่อเขาทำเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 53 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วที่สุดอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ของการวิ่งมาราธอน ณ เวลานั้น อีกทั้งนี่ยังเป็นการทำเวลาเร็วที่สุดสำหรับคนที่ลงแข่งขันมาราธอนเป็นครั้งแรกอีกด้วย

มาร์ติน ไคโน คอมเมนเตเตอร์สายกรีฑา กล่าวถึงคิปตุมว่า เขามีสไตล์การวิ่งเฉพาะตัว นั่นคือเกาะกลุ่มนำไปเรื่อยๆ ก่อนสปีดหนีขึ้นมาเมื่อวิ่งไปได้ราว 30 กิโลเมตร เรียกได้ว่าช่วงแรกยังไม่ปล่อยสุด แล้วใส่เต็มในช่วงหลัง เป็นแผนการที่กล้าบ้าบิ่นแบบที่ไม่ค่อยมีใครทำกัน แต่นั่นก็ทำให้เขาไต่ขึ้นสู่ระดับท็อปในเวลาอันรวดเร็ว
ต่อมาในเดือนเมษายนปี 2023 คิปตุมร่วมแข่งขันรายการ ลอนดอน มาราธอน ที่อังกฤษ และทำเวลาเป็นสถิติสนามที่ 2 ชั่วโมง 1 นาที 25 วินาที

อีก 6 เดือนต่อมา เขาร่วมแข่งขัน ชิคาโก มาราธอน ที่สหรัฐ และสร้างสถิติโลกใหม่ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 35 วินาที ทำลายสถิติเดิมที่ เอลิอุด คิปโชเก้ นักวิ่งซุปเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมชาติทำไว้ 2 ชั่วโมง 1 นาที 9 วินาที ลงได้อย่างราบคาบ

จากนักวิ่งที่เคยต้องหยิบยืมรองเท้าไปแข่งขันครั้งแรกในชีวิต เคลวิน คิปตุม กลายเป็นดาวเด่นที่วงการกรีฑาและสื่อทั่วโลกจับตามองในทันที

คิปตุมกล่าวหลังการแข่งขันที่ชิคาโกว่าเส้นทางอาชีพของเขาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และตั้งเป้าจะเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่วิ่งฟูลมาราธอนทำเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในสภาวะปกติในการแข่งขัน ร็อตเตอร์ดัม มาราธอน ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ที่ผ่านมามีเพียงคิปโชเก้ที่ทำเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้ แต่ก็เป็นการวิ่งในระบบปิดที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งเขาทำเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 40 วินาที ในปี 2019 แต่ไม่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติให้เป็นสถิติอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีปัจจัยเกื้อหนุนจากภายนอก

เนื่องด้วยสถิติโลกของคิปตุมห่างจากเป้าหมายต่ำกว่า 2 ชั่วโมงเพียงครึ่งนาทีเศษ หลายคนจึงคาดหวังว่านักวิ่งหนุ่มวัย 24 ปี จะทำเซอร์ไพรส์ได้อีกครั้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า

หลายคนมองไกลถึงขั้นว่า คิปตุมอาจจะจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ในฐานะนักวิ่งมาราธอนที่เก่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา เพราะเขาอายุยังน้องมาก และโดยธรรมชาติของนักวิ่งมาราธอน ยิ่งอายุมากขึ้น ทั้งประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ จะยิ่งพัฒนาขึ้น

ดังนั้น ข่าวอุบัติเหตุไม่คาดฝันของเขาและโค้ชจึงสั่นสะเทือนวงการกรีฑาโลกอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
คิปโชเก้เขียนข้อความอาลัยนักวิ่งรุ่นน้องว่า เขามีเส้นทางอนาคตที่จะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า

ขณะที่ โม ฟาราห์ นักวิ่งปอดเหล็กสหราชอาณาจักร เจ้าของ 4 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ กล่าวว่า คิปตุมเป็นนักวิ่งพรสวรรค์สูงมากๆ และมีอนาคตสดใสรออยู่

ส่วน ฮิวจ์ แบรชเชอร์ ผู้อำนวยการแข่งขันลอนดอน มาราธอน กล่าวถึงคิปตุมว่า ทำให้กีฬาวิ่งมาราธอนสยบแทบเท้าได้แล้ว เขาเป็นนักวิ่งที่หาได้ยากยิ่งชนิดยุคหนึ่งจะมีสักคน

จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งที่เปลวไฟอันโชติช่วงนั้นถูกทำให้มอดดับลงอย่างกะทันหันและแสนสั้นนัก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เคลวิน คิปตุม และประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจไปถึง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...