เคลวิน คิปตุม และประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจไปถึง
เคลวิน คิปตุม และประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจไปถึง
สัปดาห์ที่แล้ว วงการกีฬาโลกต้องพบกับข่าวเศร้ากับการจากไปอย่างกะทันหันของ เคลวิน คิปตุม นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา เจ้าของสถิติโลกมาราธอนชายคนปัจจุบัน
คิปตุมประสบอุบัติเหตุรถเสียการควบคุม พุ่งออกข้างทางชนต้นไม้อย่างจัง เขาเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 24 ปี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พร้อมกับโค้ชคู่ใจ เจอร์เวส ฮาคิซิมาน่า ซึ่งโดยสารไปด้วยกัน
นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของวงการกรีฑาโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เฝ้ารอเขากลับมาลงแข่งขันเพื่อท้าทายสถิติโลกและขีดจำกัดที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
อันที่จริงชื่อของคิปตุมเพิ่งปรากฏต่อสาธารณะและแวดวงกรีฑาระยะทางไกลเมื่อ 2-3 ปีมานี้เอง โดยเขาเกิดและโตที่หมู่บ้านเชปซาโมในเมืองเชปโคริโอ ประเทศเคนยา ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,600 เมตร ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดของนักวิ่งระยะไกลชั้นนำของประเทศมากมาย ขณะที่นักวิ่งต่างชาติหลายคนก็ดั้นด้นไปฝึกฝนที่นั่น
คิปตุมเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว วัยเด็กเขาช่วยพ่อแม่เลี้ยงวัว โดยเดินเท้าเปล่าพาวัวกินหญ้าตามเส้นทางในป่าเขา
เขาเริ่มสนใจกรีฑาเนื่องจากได้เห็นญาติคนหนึ่งทำหน้าที่คู่ซ้อมให้ ไฮลี่ เกเบรอเซลาสซี่ ตำนานปอดเหล็กชาวเอธิโอเปีย แต่ก็โดนผู้เป็นพ่อคัดค้านเพราะอยากเห็นลูกชายตั้งใจเรียนแล้วไปทำงานเป็นช่างไฟฟ้ามากกว่า
คิปตุมเริ่มซ้อมวิ่งตอนอายุ 13 ปี ซ้อมอยู่ 4 ปีไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้เลิกล้มความตั้งใจ ถึงจุดหนึ่ง คุณพ่อ แซมสัน เชรุยยอท เห็นถึงความมุ่งมั่น จึงเริ่มช่วยลูกชายฝึกซ้อมในตอนเช้าบ้าง
ย้อนไปในปี 2009 คิปตุมได้พบกับฮาคิซิมาน่า นักวิ่งชาวรวันดาซึ่งไปปักหลักซ้อมใกล้ๆ ฟาร์มของพ่อคิปตุม มิตรภาพจึงเริ่มก่อตัว ก่อนที่ฮาคิซิมาน่าจะเริ่มผันตัวมาเป็นโค้ชและดูแลคิปตุมอย่างจริงจังในปี 2018
ช่วงแรกๆ คิปตุมเน้นฝึกซ้อมและแข่งขันที่ระยะฮาล์ฟมาราธอน เพราะมองว่าการวิ่งฟูลมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตรนั้นยากเกินไป
แต่โค้ชฮาคิซิมาน่าพยายามหว่านล้อมและแนะนำให้เขาขยับขึ้นไปแข่งฟูลมาราธอนเต็มตัว ซึ่งกว่าที่เขาจะตอบตกลงก็ในปี 2022
แค่เพียงการแข่งขันรายการแรกที่เมืองบาเลนเซีย คิปตุมก็ทำให้ทุกคนอึ้ง เมื่อเขาทำเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 53 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วที่สุดอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ของการวิ่งมาราธอน ณ เวลานั้น อีกทั้งนี่ยังเป็นการทำเวลาเร็วที่สุดสำหรับคนที่ลงแข่งขันมาราธอนเป็นครั้งแรกอีกด้วย
มาร์ติน ไคโน คอมเมนเตเตอร์สายกรีฑา กล่าวถึงคิปตุมว่า เขามีสไตล์การวิ่งเฉพาะตัว นั่นคือเกาะกลุ่มนำไปเรื่อยๆ ก่อนสปีดหนีขึ้นมาเมื่อวิ่งไปได้ราว 30 กิโลเมตร เรียกได้ว่าช่วงแรกยังไม่ปล่อยสุด แล้วใส่เต็มในช่วงหลัง เป็นแผนการที่กล้าบ้าบิ่นแบบที่ไม่ค่อยมีใครทำกัน แต่นั่นก็ทำให้เขาไต่ขึ้นสู่ระดับท็อปในเวลาอันรวดเร็ว
ต่อมาในเดือนเมษายนปี 2023 คิปตุมร่วมแข่งขันรายการ ลอนดอน มาราธอน ที่อังกฤษ และทำเวลาเป็นสถิติสนามที่ 2 ชั่วโมง 1 นาที 25 วินาที
อีก 6 เดือนต่อมา เขาร่วมแข่งขัน ชิคาโก มาราธอน ที่สหรัฐ และสร้างสถิติโลกใหม่ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 35 วินาที ทำลายสถิติเดิมที่ เอลิอุด คิปโชเก้ นักวิ่งซุปเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมชาติทำไว้ 2 ชั่วโมง 1 นาที 9 วินาที ลงได้อย่างราบคาบ
จากนักวิ่งที่เคยต้องหยิบยืมรองเท้าไปแข่งขันครั้งแรกในชีวิต เคลวิน คิปตุม กลายเป็นดาวเด่นที่วงการกรีฑาและสื่อทั่วโลกจับตามองในทันที
คิปตุมกล่าวหลังการแข่งขันที่ชิคาโกว่าเส้นทางอาชีพของเขาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และตั้งเป้าจะเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่วิ่งฟูลมาราธอนทำเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในสภาวะปกติในการแข่งขัน ร็อตเตอร์ดัม มาราธอน ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้
ที่ผ่านมามีเพียงคิปโชเก้ที่ทำเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมงได้ แต่ก็เป็นการวิ่งในระบบปิดที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งเขาทำเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 40 วินาที ในปี 2019 แต่ไม่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติให้เป็นสถิติอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีปัจจัยเกื้อหนุนจากภายนอก
เนื่องด้วยสถิติโลกของคิปตุมห่างจากเป้าหมายต่ำกว่า 2 ชั่วโมงเพียงครึ่งนาทีเศษ หลายคนจึงคาดหวังว่านักวิ่งหนุ่มวัย 24 ปี จะทำเซอร์ไพรส์ได้อีกครั้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า
หลายคนมองไกลถึงขั้นว่า คิปตุมอาจจะจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ในฐานะนักวิ่งมาราธอนที่เก่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา เพราะเขาอายุยังน้องมาก และโดยธรรมชาติของนักวิ่งมาราธอน ยิ่งอายุมากขึ้น ทั้งประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ จะยิ่งพัฒนาขึ้น
ดังนั้น ข่าวอุบัติเหตุไม่คาดฝันของเขาและโค้ชจึงสั่นสะเทือนวงการกรีฑาโลกอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
คิปโชเก้เขียนข้อความอาลัยนักวิ่งรุ่นน้องว่า เขามีเส้นทางอนาคตที่จะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า
ขณะที่ โม ฟาราห์ นักวิ่งปอดเหล็กสหราชอาณาจักร เจ้าของ 4 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ กล่าวว่า คิปตุมเป็นนักวิ่งพรสวรรค์สูงมากๆ และมีอนาคตสดใสรออยู่
ส่วน ฮิวจ์ แบรชเชอร์ ผู้อำนวยการแข่งขันลอนดอน มาราธอน กล่าวถึงคิปตุมว่า ทำให้กีฬาวิ่งมาราธอนสยบแทบเท้าได้แล้ว เขาเป็นนักวิ่งที่หาได้ยากยิ่งชนิดยุคหนึ่งจะมีสักคน
จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งที่เปลวไฟอันโชติช่วงนั้นถูกทำให้มอดดับลงอย่างกะทันหันและแสนสั้นนัก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เคลวิน คิปตุม และประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจไปถึง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th