เปิด 3 แบบประกันที่สำคัญ สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก
บทความโดย "วริศา มณีธวัช" ที่ปรึกษาการเงิน AFPTTM ผู้จัดการหน่วย ศุภชนม์ 9B11A บมจ.กรุงไทยแอกซ่า ประกันชีวิต
วันที่ 2 เมษายน 2567 ครอบครัวที่มีลูกเล็กต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายและการจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เนื่องจากการมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาในครอบครัว ถือว่าเป็นปัจจัยค่าใช้จ่ายใหม่ที่ไม่สามารถคาดการณ์งบประมาณได้อย่างแม่นยำ การวางแผนประกันของทั้งพ่อแม่และลูก จึงมีความสำคัญทั้งในเรื่องการโอนย้ายความเสี่ยง และการสร้างความมั่นคงปลอดภัยของครอบครัวในระยะยาว อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกัน ควรเลือกแผนประกันให้คุ้มค่าเหมาะสมกับครอบครัวที่สุด
ประกันสุขภาพเด็ก
ไม่มีใครรู้ว่าลูกจะเจ็บป่วยวันไหน และด้วยความเป็นพ่อแม่ย่อมเป็นห่วงใย เจ็บป่วยขึ้นมาก็อยากจะให้ลูกหายเร็วที่สุด ด้วยวิธีการรักษาที่ดีที่สุด แม้ค่ารักษาสูงแค่ไหนก็ยอมจ่าย
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
- โรคปอดบวมในเด็ก150,000 บาท
- โรคมือเท้า ปาก 200,000 บาท
- ไวรัสอาร์เอสวี(RSV) 200,000 บาท
- โรคลิ้นหัวใจรั่ว900,000 บาท
- โรคมะเร็ง1,000,000 บาท
- โรคไข้เลือดออก120,000 บาท
- ไวรัสโรต้า70,000 บาท
ที่มา: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจากโรงพยาบาลชั้นนำปี 2561 และข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข
ดังนั้น เมื่อพ่อแม่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องเตรียมเงินค่ารักษาในแต่ละปีเท่าไร ทางเลือกในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาแบบง่ายที่สุดและใช้เงินน้อยที่สุด คือ การวางแผนทำประกันสุขภาพเด็ก
เคล็ดลับเลือกประกันสุขภาพให้ลูกน้อย
- ค้นหากุมารแพทย์เก่ง ๆที่ไว้ใจ
- กุมารแพทย์ท่านนี้ออกตรวจที่โรงพยาบาลไหนบ้างเลือก 2 – 3 โรงพยาบาลที่สะดวก ใกล้บ้าน หรือมั่นใจในการบริการ
- ตรวจสอบค่าห้องของโรงพยาบาลแต่ละที่จากเว็ปไซต์ และวงเงินค่ารักษาที่ควรเตรียมไว้
- เลือกบริษัทประกันที่มีโรงพยาบาลนั้นอยู่ในเครือหากสามารถใช้สิทธิ์แฟกซ์เคลมได้ ก็จะเพิ่มความสะดวกสบาย
- เลือกแผนประกันที่ความคุ้มครองครอบคลุมค่าห้อง ค่ารักษา หากงบประมาณเพียงพอ แนะนำให้เลือกแบบเหมาจ่าย สบายใจกว่าเพราะไม่ต้องกังวลส่วนเกิน
- ความต้องการส่วนอื่นๆ เช่น วงเงิน OPD, ค่าชดเชยรายวัน, ความคุ้มครองอุบัติเหตุ ว่าจำเป็นไหม หากต้องการเพิ่ม ก็สามารถปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตได้
- เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและเลือกตัวแทนมืออาชีพ
ประกันชีวิต (คุณพ่อคุณแม่)
“เพราะการดำเนินชีวิตของพ่อแม่ อาจข้ามขั้นตอน แต่การศึกษาของลูก ไม่อาจข้ามขั้นตอนได้”
มีคนเคยบอกว่าวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่แน่ใจแล้วหรือว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้น
บางคนเกิด ยังไม่ทันแก่ ก็เจ็บ บางคนเกิด ยังไม่ทันแก่ ก็ตาย
แต่การศึกษาของลูก จะค่อย ๆ ไล่เรียงไปตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยม อุดมศึกษา โดยไม่สามารถลัดขั้นตอนได้
เชื่อว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยเกิน 90% ใช้วิธีค่อย ๆ หาเงินไปและส่งลูกเรียนไปจนกระทั่งลูกเรียนจบ แต่ลองนึกดูว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นคน ๆ นั้นที่ลัดขั้นตอน จากไปก่อนโดยทิ้งลูกเล็ก ๆ เอาไว้ จะเอาเงินจากที่ไหนส่งตัวเองเรียน เพราะตอนนั้นด้วยอายุและประสบการณ์ของลูก ยังไม่สามารถทำงานหาเงินเองได้ วิธีการที่ดีที่สุดและใช้เงินน้อยที่สุดในการการันตีการศึกษา สินทรัพย์แสนมีค่าของลูก คือ การทำประกันชีวิตคุณพ่อคุณแม่ โดยมีชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นลูก
เคล็ดลับเลือกประกันชีวิตพ่อแม่
1.คำนวณทุนประกัน ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการศึกษา จนกระทั่งลูกเรียนจบปริญญา รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายจิปาถะ (1) รวมกับหนี้สินที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้หนี้ที่มี ตกทอดไปยังลูก (2) หักลบกับมูลค่าทรัพย์สินสภาพคล่อง เช่น เงินสด ทองคำ ที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ (3)
(1)+(2)-(3) = ทุนประกันชีวิตที่ควรจะมี
- เลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์อาจเป็นแบบชั่วระยะเวลาหรือตลอดชีพ
- เลือกแผนที่ระยะเวลาในการส่งไม่สั้นและไม่ยาวนานเกินไปเบี้ยประกันอยู่ในงบประมาณ และทุนประกันชีวิตเพียงพอตามที่คำนวณไว้
- เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและเลือกตัวแทนมืออาชีพ
ประกันออมทรัพย์เพื่อลูก
อยากเก็บเงินให้ลูกด้วยประกันออมทรัพย์ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะไม่มีความเสี่ยง สร้างวินัยในการเก็บเงิน และล็อคเงินไว้ให้ลูกในระยะยาวได้จริง
เคล็ดลับเลือกประกันออมทรัพย์เพื่อลูก
- กำหนดว่าเงินก้อนนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไรหรือต้องการใช้ในระยะเวลาอีกกี่ปี เพื่อดูแผนที่ระยะครบกำหนดสัญญาเหมาะสม
- คุณพ่อคุณแม่มีแผนที่จะส่งเงินออมต่อเนื่องระยะเวลากี่ปีเพื่อดูระยะเวลาส่งเบี้ยประกันที่ตอบโจทย์
- ต้องการออมปีละเท่าไหร่เพื่อกำหนดเบี้ยประกัน
- แนะนำให้“ทำประกันในชื่อพ่อแม่” และ ”ใส่ชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นลูก” เพราะระหว่างนี้จะได้คุ้มครองชีวิตพ่อแม่ไปด้วย, หากพ่อแม่เป็นอะไรไปจะได้ไม่ต้องส่งเบี้ยต่อ, ชื่อผู้รับผลประโยชน์ชัดเจนว่าเป็นลูก, พ่อแม่นำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น
- เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและเลือกตัวแทนมืออาชีพ
ประกันออมทรัพย์เหมือนกัน แต่แผนมีให้เลือกหลากหลาย รายละเอียดแตกต่างกัน
ความเจ็บป่วยของลูกเป็นเรื่องเร่งด่วนสุดของการมีประกัน แต่ความคุ้มครองของพ่อแม่ก็สำคัญ หากพ่อหรือแม่ เป็นผู้นำในการหารายได้ให้ครอบครัว ดังนั้น ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในการทำประกันทั้งสองแบบ ถัดจากนั้นก็วางแผนการเงินสำหรับการศึกษาของลูกน้อย
- ถูกโกงหุ้น ต้องทำไง ? ภารกิจ TIA เรื่องที่นักลงทุนควรรู้
- เปิดปัจจัยกระทบส่งออกไทย ปี 2567 โตแค่ 1-2%
- โออิชิ เปลี่ยนฝาขวดดีไซน์ใหม่เป็น “ฝาติดกับปากขวด” ลดทิ้งขยะแยกชิ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 3 แบบประกันที่สำคัญ สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net